ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มีนาคม 29, 2017, 06:08:38 PM
หน้าแรก หน้าแรก chatroom ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
พ่อค้ารับรอง
สนใจติดต่อ PM
พ่อค้ารับรอง
สนใจติดต่อ PM


+  THAIAIRSOFT.GUN :
|-+  Trade
| |-+  ห้องขายของมือสอง [สำหรับบุคคลทั่วไป]
| | |-+  มือสองปืนสั้น
| | | |-+  ประกาศ..ใครโดนนายแอ๊ะโกงเงินไป เข้ามาอ่านนะครับ เพื่อขอรับเงินคืนครับ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ประกาศ..ใครโดนนายแอ๊ะโกงเงินไป เข้ามาอ่านนะครับ เพื่อขอรับเงินคืนครับ  (อ่าน 29632 ครั้ง)
ชัยวัฒน์ จ. ชว.
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2761

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 42 : Exp 75%
HP: 0.2%

ข้าราชการบนชั้นสูงสุด


« ตอบ #15 เมื่อ: เมษายน 11, 2013, 01:12:55 PM »

-2-  By  eAaRTee(artherius)

ตามด้วยปืนไต้หวัน
  ตระกูล KJ มีสินค้าคือ(ไม่ครบนะครับ KJ ระบบ WA ผมไม่เอามานะ) S101, S102,  KP01-09 ,1911 ,M9-M92 ,Mk1  

   เริ่มจาก S101 ปืน Baretta ที่แหวกที่สุดของ KJ work เพราะเป็นตัวที่มีทั้ง หัวคอมป์ และพานท้าย แถมเป็นเฟรมรางอีกต่างหาก เรียกได้ว่าคัสตอมกันไปสุดชีวิต
   ตามด้วย S102 ปืน USP ที่ออกมามีอุปกรณ์เหมือนเจ้า Baretta เลย เป็นปืนที่น่าเก็บมาสะสมครับ 2 ตัวนี้ไม่ขอพูดมากเพราะผมยังไม่เคยรื้อมันจริงจัง จับได้แป๊บเดียวโดนขโมยไป......ระบบอะไรรอผู้รู้นะครับ ได้มายังไม่ทันรื้อ หายซะและ
  เพิ่มข้อมูลของป๋าโอเล่ OLE@R.i.P.  
แล้วก้อ kj s ที่เหมือน usp match + พานท้าย ก็อบระบบ tanaka มาจ้า

     KP01    ปืน P226 ตัวนี้ระบบดีมากครับ ผมยอมรับ ลอกแบบ TM มาทั้งหมด ส่วนตัวผมว่ายิงสนุกกว่า KSC เป็นไหน แต่แล้วแต่คนชอบครับ พูดมากเดี๋ยวโดนด่า ๕๕๕ เนื้องานสวยมากติดตำหนิ(ซึ่งเป็นไสตล์ของ KJ) ที่ขัดใจผมคือประกับที่ตีตรา KJ Work กับ ไม่มีมาร์กกิ้งนั้นเอง แต่ยังไง ไม่ใช่ปัญหาครับ เรื่องพวกนี้จัดการกันได้ไม่ยาก
   KP01 ออกมาทั้งหมด 2 Gen ครับ
- Gen1 จะเป็นตัวทรงธรรมดา ยิงได้แต่แมกกาซีนแกสอย่างเดียว สูบดำแบบปกติ
-Gen2 ออกมาเป็นทรง E2 กระบอกสูบถูกปรับให้เหนียวขึ้นเพื่อรองรับ Co2 ครับ

     KP02   ปืน P229 ตัวนี้เรียกว่าไม่ต่างกันเจ้า KP01 เลยครับ เสียแต่ว่าออกมาแค่ Gen เดียวเท่านั้น ไม่มีแมก Co2 เหมือนตัวผู้พี่

   ทั้ง 2 ตัว KP01-02 สามารถนำอะไหล่ ตระกูล SIG Sauer ของ TM และ WE มาใช้ได้บางส่วนครับ แมกกาซีนเจ้า P226 ใช้ร่วมกันได้ แต่ไม่ 100% บางกระบอกใส่แล้วยิงแรงขึ้น บางกระบอกใส่แล้วยิงเบาลง อันนี้ต้องขอโทษท่านลูกค้าที่ผมเคยแนะนำผิดไปครับ เช่นเดียวกับ KP02 ครับ ใช้กับ P228 ได้ แต่ ไม่ 100%

     KP03   ปืนที่หายไปจากสารบบแล้วเรียบร้อยกับ Glock23  ครับ อะไหล่โดยรวมรูปแบบของ TM ครับ ใช้ร่วมกันได้ แต่ความนิยมไม่สู้ดีนัก หรือปัญหาเรื่องอื่นใดไม่ทราบ ใครมีเก็บไว้ครับ หายาก ออกมา 2 แบบครับ สีดำทั้งตัวและสีทรายไสลด์เงิน

     KP04   อีกตัวที่เริ่มหายไปกับ Glock27 ครับ รูปแบบ TM อีกเช่นกัน อะไหล่ร่วมกันได้ดีพอสมควรออกมาทั้งแบบไสลด์ พลาสติก และไสลด์เหล็ก แต่ก็หายไปจากสารบบแล้วเช่นกัน

     KP05    Hicapa 5.1 ทั้งตัวของ Kp05 เป็นรูปทรง Kimber Warrior คล้ายเจ้า F1-009 ของ Cobra แต่งานแกร่งกว่าหลายขุมครับ รวมทั้งกริปมือแบบพิเศษ ลอกแบบของ Koba Tanio มา สวยงามยิงได้ 2 แมกกาซีน ทั้งแบบแกส และแบบ Co2 มีกระบอกสูบสีแดงเพื่อรองรับความแรงของ Co2 ได้ การใช้สีนี้เพื่อระบบรุ่นเท่านั้นครับ หมายถึงว่า ตัวไหนที่ใส่กระบอกสูบสีแดงได้ สามารถใช้ร่วมกันได้หมด
   เป็นอีกตัวที่คนคิดว่าออกมาหลาย Gen ครับ แต่เป็นการออกมา Gen เดียว ที่หลายรูปแบบเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบมาร์กกิ้ง หรือสีของกริปมือ ซึ่งก็แล้วแต่พ่อค้าขายส่งจะสั่งเข้ามาขายนั่นเอง แต่ดังเดิมแล้ว KJ Work จะเป็นปืนที่ไม่มีมาร์กกิ้งมาจากดรงงานครับ และตัวปืนจะออกไปทางสีดำซะส่วนมาก
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ก็เป็นตระกูล Hicapa ของ KP-06  WE  TM และ ของจีนทั้งหมดครับ

     KP06   Hicapa 6 ทั้งตัวเป็นปืนรูปทรงของ infinity ขนาด 6 นิ้ว ศูนย์หลังโบม่า แบบศูนย์รวมแสง ถอดได้ เปลี่ยนกับ TM ได้เลย กริปมือสีดำด้านจับถนัดมือดีนัก ความแรงสูงมาแต่เกิดเพราะท่อที่ยาวขึ้น ยิงได้ทั้ง 2 แมกกาซีน ใช้กระบอกสูบรูปแบบสีแดง
   เป็นตัวที่ออกมา 2 รูปแบบครับ คือยิงลาย กับไม่ยิงลาย แต่ไม่ว่าตัวไหน บอกได้เลยซื้อแล้วคุ้ม
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้เหมือน KP05 ครับ แต่แมกกาซันตัวนี้ก้นแมกมันหนา เอาไปใส่กับบ่อแมกอื่นทั่วไปไม่ได้นะครับ ต้องแปลงกันหน่อย

     KP07   ทรง MEU ที่ออกมากระชากใจบรรดาสาวก รูปแบบทรงแมกแถวเดียว(1911) ไม่มีมาร์กกิ้งเช่นเคย แต่เหมาะแก่การนำมาคัสตอมเป็นที่สุดแต่สุดท้ายแพ้ทางปืนจีนเพราะราคาปืนจีนถูกกว่าและทำมาร์กกิ้งมาครบ แต่หารู้ไม่ว่า KJ ได้ไสลด์ที่เป็นเนื้ออลูมีเนียมและนกสับ Steel ที่เนื้อชั้นกว่าปืนจีนเยอะ เลยกลายเป็นของหายากในไทย ในเวลาต่อมา เพราะไม่มีพ่อค้าคนใดกล้าสั่งเข้ามาขายแข่งกับปืนจีน ใช้รูปแบบกระบอกสูบสีแดง
   ออกมา 2 Gen ด้วยกัน ต่างกันแค่ เฟรมล่างที่สามารถใช้แมกกาซีนแกสได้อย่างเดียว กับตัวที่เฟรมล่างสามารถใช้แมกกาซีน Co2 ได้
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันก็เป็นปืน 1911 รูปแบบTM ทั้งหมด EG720-723-728 ,Tercel1911 ,GH ส่วน WE SG Xuelang ใช้ได้บางชิ้น

     KP08   ปืน Hicapa 5.1 กลับมาอีกครั้งในรูปทรงของ Wildcat/Limcat ระบบโดยรวมแล้วไม่ต่างกับ05/06 ผู้พี่ วัสดุเคยดียังไง ตัวนี้ก็ดีแบบนั้น เสียแต่ว่าเฟรมล่างทำมาอาจไม่ค่อยถูกใจสำหรับบางคนนัก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการยิงแต่อย่างใด สามารถเล่นได้ทั้งแมกกาซีนแกส และแมกกาซีน Co2
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้เหมือน KP05 -06 ครับ

     KP09   น้องใหม่สุดใน KJ Work ทรง CZ75 ซึ่งทรงนี้ในตลาด น้อยมากครับที่ใครจะทำ เนื่องด้วยอะไรไม่ทราบได้ ตัวนี้แกะกล่องยิงแรงกลางๆครับ เหตุผลเพื่อความคงทนของปืนเนื่องด้วย ไสลด์อันนิดเดียว แต่ด้วยรูปทรงตัวนี้กินขาด และตัวนี้ใช้กระบอกสูบสีดำนะครับ ไม่ใช่รูปแบบกระบอกสูบแดง เนื่องจากที่ผมได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า สีกระบอกสูบของ KJ นั้นแสดงถึงรูปแบบการใช้ร่วมกันได้ ไม่ใช่ว่าเหนียวมากกว่า หรือน้อยกว่าแต่อย่างใด สีไหนมันก็เหนียวเหมือนกันครับ แต่รูปแบบมันคนละทรงกัน ฉะนั้นไอ้คนที่คอยบ่อนทำลายผมหาว่า CZ ต้องสูบแดง หาว่าผมเปลี่ยนใส้ปืน รบกวนออกมากล่าวสารภาพซะนะครับ ลูกค้าโทรมาบอกผมหลายคน ผมขายของแบบซื่อตรงพอครับ ดำคือดำ แดงคือแดง แล้วไม่ใช่อะไรนะ มั่วด้วย
   เข้าเรื่องต่อ อะไหล่ตัวนี้ยังเฉพาะตัวนะครับ ยังไม่มีใครเค้าทำมานอกจาก KSC ซึ่ง รูปแบบการทำงานของระบบก็ไม่เหมือนกัน
   เพิ่มความคิดเห็นของผู้ใช้ครับ อาจารย์เบิร์ด กระบี่เดียวดาย  
ขอออกความเห็นในส่วนของเจ้าตัว KP09 หรือ CZ ของ KJ ตัวนี้แม่นแบบไม่ต้องทำอะไร โบล์วแบ๊คหนักแน่นแต่นุ่มนวล แม้จะยิงด้วย CO2
ซึ่งจะคนละแบบกับ ตัว 1911 ที่โบล์วแบ็คหนักแต่ไม่นุ่มนวล เปรียบเป็นนักมวยก้อ CZ เป็นนักมวยประเภทบ๊อกเซ่อร์ 1911 จะเป็นไฟต์เตอร์


     1911A1   ทรงปืนย้อนฮิตที่ KJ ไม่ลืมที่จะทำ ตัวนี้ออกมาหลายรูปแบบมากครับ เริ่มต้นเดิมทีออกมาในรูปแบบเดียวกับ TM ที่สามารถยิงได้แต่แมกาซีนแกสธรรมดา ซึ่งรุ่นนี้แนะนำเลยว่า ใครมีอยู่อย่าปล่อยไปไหน เพราะท่อนอกอลูมีเนียมแบบ 2 ท่อน นกสับ Steel และไสลด์มีส่วนของ AL เยอะมากครับ อาจขัดใจว่าไม่มีมาร์กกิ้ง แต่อย่างที่บอกครับ มันเพิ่มเติมกันได้
   ยุคต่อมาได้ออกแบบ 2 แมกกาซีนกล่องสีน้ำตาล รุ่นนี้ยังคงความแข็งแรงเหมือนรุ่นแรก แต่ได้ปรับแต่งเฟรมล่างให้เป็นแบบใช้ได้ 2 แมกกาซีน คือใส่แมก Co2 ได้ครับ รุ่นนี้ออกมาเฟรมมี 2 สี คือสีดำ และ สี OD ซึ่งส่วนมากจะมีแต่สีดำครับ และเป็นครั้งแรกที่กำเนิดกระบอกสูบสีแดง แสดงรูปแบบที่ใช้ครับ
   จนล่าสุดมีการปรับปรุงออกมาอีกครั้ง โดยสังเกตุได้ว่าความแรงลดลง จุดนี้ผมขอสงวนเป็นความลับทางการค้าครับว่าเพราะเหตุใด แต่อยากจะบอกว่าเค้าทำมาเพื่อความสนุกของการยิงครับ เพราะสังเกตุได้เลยว่า Blowback ของรุ่นหลังจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า จุดสังเกตุคือกล่องจะปลี่ยนเป็นสีออกโทนดำครับ
  เรื่องอะไหล่นั้น เจ้า KP07 ใช้กับของอะไรได้ เอามาใส่ได้เลยครับ ยกเว้นพวกหลังอ่อนเมนสปริง ที่ต้องมีการปรับแต่งเล็กน้อย

     M9-M92   เจ้าตัวนี้ KJ ออกมาทั้งหมด 4 รูปแบบครับ คือ แบบ M9 เฟรมราง, แบบ M92 เฟรมธรรมดา, แบบElite ประกับหลังตรงเฟรมราง และ แบบM92 เฟรมธรรมดาประกับหลังตรง แต่ที่เข้ามาบ้านเราจะเป็นแบบ M9-M92 ซะส่วนมาก เพราะถือเป็นรูปทรงมาตรฐานครับ ตัวนี้ออกมาคล้ายเจ้า 1911A1 คือในช่วงแรกจะออกมาแบบแมกกาซีนธรรมดากระบอกสูบดำ หลังจากนั้นมีการปรับปรุงใช้ Co2 ได้ด้วย จึงมีการปรับเปลี่ยนกระบอกสูบให้เป็นสีน้ำเงิน เพื่อแสดงรูปแบบการใช้ครับ
   เจ้า KJ M9-M92 นี้ มีทั้งแบบพลาสติก และแบบเหล็กนะครับ แบบพลาสติกมักมีปัญหาเรื่องที่ว่าปลดแมกสึกง่ายครับ หาของ TM มาเปลี่ยน หรือของจีนมาเปลี่ยนก็ได้เหมือนกัน ต่อมาตัวเหล็กมีการแก้ไขปัญหานี้แล้วในตัวที่ได้เปลี่ยนกระบอกสูบเป็นสีน้ำเงินครับ
   เรื่องอะไหล่ จะบอกว่าของเดิมแทบไม่มีปัญหา แต่สามารถใช้ของ EG707 ,TM, WE, SG และ Xuelang มาชดเชยได้ครับ

   สุดท้ายปืนสั้นที่แรงที่สุดแล้วกับ MK1 ถามว่าทำไมแรงที่สุด เพราะปืนตัวนี้ไม่มี Blowback ครับ ทำให้การจ่ายแกสในแต่ละครั้งสามารถส่งลูกได้ทั้งหมด ไม่ต้องเผื่อแรงส่วนนึงไปในการผลักไสลด์ถอยหลัง ปัญหาที่หลายคนเจอคือ แมกกาซีนรั่วไว ซ่อมยาก แต่นั่นก็ถูกแก้ปัญหาโดยพี่ๆหลายท่านในบอร์ดนี้เอง อันนี้รอพี่ๆเข้ามาช่วยเหลือนะครับ ผมไม่ถนัด

  ความเห็นเพิ่มเติมจากผู้ใช้ KJ Work ครับ
-     ไหนๆก้อแปะความเห็นของผมไปแล้ว ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับ KJ ต่ออีกนิด ส่วนตัวแล้วเรื่องสูบแดง ดำ ฟ้า คิดว่า KJ คงทำเพื่อแยก Line การผลิตเป็นแพทเทิร์นไป ว่าแพทเทิร์นไหนใช้สูบสีอะไร เรื่องความเหนียวกระบอกสูบดำๆของ WE หรือ ไฮคาปา ก้อเหนียวทนไม่แพ้กัน เพราะเคยลอง(ด้วยความอยากรู้) KJ ใส่กระบอกสูบ WE ยิงด้วย CO2 (สองสามแม็ก) มันก้อปกติดี แต่เรื่องความแรงผมว่าใส่สูบแดงแล้วแรงกว่า  ผมว่า KJ ออกแบบน๊อซเซิลวาล์วได้ดีรวมไปถึงวาล์วจ่ายที่แม็กด้วย เพราะเอาแม็ก KJ ไปใส่ตัวไหนตัวนั้นก้อยิงได้แรงขึ้น


  ตระกูล WE มีสินค้าคือ(ขอรวบรัด) Hicapa, 1911/MEU , Glock , Baretta, XDM , M&P ,PX4, P-08  ,Browning

   WE Hicapa   ออกมาหลายรูปแบบมากครับ แต่กล่าวโดยรวมก่อนละกัน เพราะรุ่นไหนๆ เนื้องานก็ออกมาไม่ต่างกันครับ เจ้า WE นี้ ทำเนื้องานออกมาแข็งแรงกว่าของจีนได้พอสมควรครับ แต่ยังไม่แข็งเท่าเจ้า KJ จึงเป็นปืนไต้หวันราคากลางๆที่พอจะหาซื้อมาเล่นกันได้ รูปแบบที่ทำออกมาเป็นรูปแบบของ TM ทั้งหมด เพราะฉะนั้นอะไหล่ใช้ร่วมกันได้เกือบทั้งหมดครับ ยกเว้นหลังอ่อน นกสับบางตัว ถ้านำไปใช้ต้องมีการปรับแต่งกันบ้าง และสะพานไกบางตัวใส่กันไม่ได้ เพราะมันชอบกดไม่ถึง
   ข้อดีที่บางคนคิดว่าไม่มีดีคือแหนบสามชายของ WE แข็งมากครับ ข้อดีคือมันทน ล้ายากมาก ข้อเสียคือ ไกแข็งครับ บางคนไม่ชอบ เนื้องานHicapa สีทำออกมาไม่ค่อยดีนัก ลอกง่ายครับ ทุกตัวมีการยิงลายเลเซอร์เป็นแบบเฉพาะของตัวเอง วาร์วจ่ายแมกกาซีนประหลาดกว่ายี่ห้ออื่น แต่ถ้ายิงกับ WE ด้วยกัน ก็ได้เต็มประสิทธิภาพดีครับ
  WE สำหรับมือใหม่นั้นผมว่าดีกว่าปืนจีนตรงที่ไม่มีปัญหาจุกจิกเรื่องฟิตติ้งจากโรงงาน คือยิงได้เยอะครับกว่าจะติดขัด แต่ก็ต้องได้รับการดูแลด้วยเช่นกัน ชุดฮอปจะต่างออกจากยี่ห้ออื่นต้องที่มีเดือยยึดเพื่อล็อคให้ไม่หลุดกับท่อนอก ซึ่งเจ้านี่มักเป็นปัญหาเวลาหัก หรือ หาย แต่ก็สามารถใช้ชุดฮอปHicapa ของยี่ห้ออื่นมาใส่ได้ยกเว้น KSC แต่ก็ต้องง้างกันเล็กน้อย
     รูปแบบที่ WE ออกมาในทรง Hicapa ก็มี
-   Hicapa 3.8 สีเงินและสีดำ ไสลด์กันลื่นลาย STI และ Limcat/Wildcat
-   Hicapa 4.3 รูปแบบเดียวกับ TM แต่นกสับใช้เหมือนเจ้า 3.8 คือนกสับหัวกลม
-   Hicapa 5.1R รูปแบบเดียวกับ 5.1 ของ TM แต่ศูนย์หลังโบม่าถอดไม่ได้
-   Hicapa 5.1K ไสลด์แบบ STI มีพอร์ตด้านหน้าไสลด์แต่ศูนย์หลังโบม่าถอดไม่ได้
-   Hicapa 5.1M ไสลด์แบบ infinity มีทั้งสีดำ และ ทูโทน ศูนย์หลังถอดไม่ได้เช่นกัน
-   Hicapa 5.1D ไสลด์สองท่อน ท่อนหน้ายึดติดกับเฟรม สีดำประกับลายข้าวหลาม สีเงินประกับแบบ 5.1TM
-   Hicapa 5.2R เป็นการนำ 5.1R มาเติมหัว Striker หรือ หัวหนามเพิ่ม
-   Hicapa 5.2K เป็นการนำ 5.1K มาเติมหัว Striker หรือ หัวหนามเพิ่ม
-   Hicapa 7.1D เป็นการนำ 5.1D มาเติมหัว Striker หรือ หัวหนามเพิ่ม

     1911/MEU    ขอพูดโดยรวมอีกเช่นกัน หลักๆจะแบ่งเป็น 2 ยุคครับ ยุคแรก WE จะทำแต่ 1911/MEU ที่เป็นแต่สีดำ และมีแมกกาซีนมา 2 ตัว ฮือฮากันด้วยระบบแบบใหม่ที่ไม่เหมือนของ TM ซึ่งเป็นระบบการเอาระบบ Hicapa มายำเข้านั่นเอง ส่วนตัว ระบบนี้มันก็ดีครับ ผมก็ชอบ แต่ประกับมันใส่ร่วมของจริงไม่ได้ รวมทั้งเฟรมล่างก็อ้วนไปหน่อย และในยุคแรกนี้มักมีปัญหาแมกบวม และ บุชลำกล้องแตก ซึ่งทำให้เกิดความเบื่อหน่ายเป้นอย่างมาก เพราะบุชยี่ห้ออื่นสมัยนั้นใช้ร่วมกันไม่ได้เลยจนเจ้า Xuelang ลอกแบบออกมา อีกทั้งแมกกาซีนแบบก้นหนาอัดแกสเข้ายากมาก แต่ก็ไม่เป็นปัญหาของ WE เพราะก้นแมกทั้ง 2 แบบ เรียบและหนา ถอดสลับกันได้
  รูปแบบของ 1911/MEU WE ในยุคแรกมี
-   1911A1 สีดำมาร์กกิ้งแบบยิงเลเซอร์
-   1911C รุ่นนี้ใช้ท่อโตแบบ Hicapa แก้ปัญหาบุชแตก รูปทรง Colt Gold cup thophy ศูนย์หลังโบม่าถอดไม่ได้ โกร่งไกเหลี่ยม ประกับลายม้าลาย บ้างก็เรียกเขากวาง
-   1911TC ออกมาในรูปแบบของ Wilson combat แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว
-   MEU ตัวนี้ออกกมาสีดำ ประกับยางแบบชิ้นเดียว เนื้อกว่า MEU เจ้าอื่นที่ทำออกมาเป็นพลาสติก 3 ชิ้น
   จนยุคหลังที่มีการผลิตให้ Socom Gear เพื่อนำไป RE-Branding ผมเลยถือว่าเป็น WE ยุคใหม่ เพราะมีการแก้ไขจุดบกพร่องดังกล่าวได้ดีพอสมควร คือ บุชแตกน้อยลง หรือไม่แตกเลย และแมกกาซีนก็ไม่ค่อยบวม
  รูปแบบของ 1911/MEU WE ในยุคต่อมามี
-   1911A1 สีเงิน เข้าใจว่าเป็นสีที่ SG ต้องการให้ผลิตให้ WE จึงผลิตออกมาขายเองด้วย มี 2 ลักษณะคือกล่องดำและกล่องน้ำตาล ประกับมีแบบยางเหมือน MEU และ ประกับน้ำตาลปกติ มาร์กกิ้งยิงเลเซอร์สีขาว  และภายหลังเจ้ากล่องดำมีออกสีเงินที่คล้ายกับ R27 ออกมาอีกด้วย
-   Desert Warrior 1911 ลำกล้อง 4.3 นิ้ว ตัวนี้คาดว่าลอกแบบของ TM มา แต่ก็ทิ้งลักษณะเฉพาะตัวเองไว้
-   MEU สีทราย ตัวนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นตัวที่ SG นำไป Re-Branding โดยการเพิ่มกล่อง เก็บเสียง สายกันตก และเปลี่ยนกริปมือเป็นโลโก้ของ SG  หลังจากนั้น WE เอาออกมาขายเองแบบฉบับตัวเองที่ราคาถูกกว่ากันมาก
-   Knight Hawk ออกมาทั้งสีดำและสีเงิน ซึ่งสีเงินเกรดเดียวกับ 1911A1 ที่ทำให้ SG
-   1911A1 สีทอง ออกมา 2 แบบ คือ ทองเกรดสีเงิน กับทอง24K ซึ่งเป็นการนำของที่ผลิตให้ SG มาผลิตออกขาย จุดสังเกตุคือของ WE Serial NO. ของเจ้า 24K จะเริ่มที่เลข 501 เป็นต้นไป และประกับจะเป็นพลาสติก หรือไม่ก็ประกับยางแบบ MEU
-   MEU สีทอง24K หลังจากทำส่ง SG แล้ว ก็เอามาทำของตัวเองต่อ เลขของWE รันตั้งแต่ 501 เช่นกัน
-   Kimber Warrior ตัวนี้เท่าที่ทราบมาผลิตออกมาเพราะ SG ให้ผลิตเพื่อไปทำ Doublestar เฮีย WE ก็เลยตีเนียนออกมาซะด้วยเลย

     Baretta    รูปแบบเดียวกับ TM เพราะฉะนั้นอะไหล่ใช้ร่วมกันได้ ผมขอแบ่งเป็น 2 ยุค เหมือนเจ้า 1911 เลย เพราะยุคแรก WE จะออกมา 2 แบบ คือ แบบธรรมดาสีดำ และแบบลำกล้องยาว Military Spec มีทั้งดำและทูโทน เนื้องานยุคนี้ส่วนตัวเฉยๆ แต่เป็นปืนที่ยิงสนุกดี และรูปทรงที่เป็นมาตรฐานคนทั่วไปรู้จัก
   ยุคต่อมาคือยุคที่ทำให้ SG ไป มีทั้งสีเงินเกรดเดียวกับ 1911 และสีทองเกรดเดียวกันออกมา แต่ไม่ได้ทำให้ SG นะครับ WE ทำขายในนาม WE เอง ถ้าใครบอกว่าเป็น SG ผมว่ามั่วนะ รวมทั้งเจ้า Sword Cutlass ที่สมัยนั้น ใครอยากได้ต้อง KSC ออกมาเป็นทางเลือก แต่ส่วนตัวไม่ชอบเลย ด้วย มาร์กกิ้งที่ผิดจากความเป็นจริงไปเยอะ เนื่องจาก คำว่า ผลิตโดยพลายชาติเสป็คพิเศษ ของจริง(ในการ์ตูน)ต้องพิมไม่ติดกันเป็น “ผลิ ตโดยพลายชาติ สเป็ คพิ เศษ” และตัวอักษรจะห่างเหมือนการใช้วิธี Translate จาก ภาษาอื่น ในสมัยก่อนนั้น  แต่WEทำออกมาในลักษณะเรียงกันครบปะโยค เนื้องานสีเงินเหมือนกับเจ้า M92 สีเงิน
   นอกจากสีทองแล้วยังมี WE สีดำ ประกับแบบ แพชเมียร์ออกมาขายด้วย เนื่องจากเป็นตัวที่ SG ให้ผลิตเพื่อทำเป็น WE OEM

        Glock   ออกมาหลายๆรุ่นในเวลาเดียวกันมาก มักมีปัญหาที่บ่นกันคือ ท่อนอกแตก แต่จริงๆแล้วเกิดมาจากการใส่ท่อนอกกลับไม่ถูกวิธี หากใครเล่น Glock WE มักจะแนะนำไปว่า เล่นให้พังค่อยรื้อ ซึ่งวิธีการ fixed หลายท่านใช้ อิพอคซี่ โบกซะเลยจะได้ไม่แตก แต่ก็มีอีกหลายวิธีที่ผมเองเปิดเผยไม่ได้ เพราะเป็นวิธีของท่านอื่น รูปแบบเดียวกับ TM อะไหล่ใช้ร่วมกันได้ รวมทั้ง R17 KJ และของ Meister ออกมาทั้งแบบยิงเซมิ และ ยิงเซมิ+ออโต้ และเปลี่ยนลำกล้องกันไป จุดที่เหมือนกันคือ เฟรมจะตีมาร์กกิ้ง WE แทนที่จะตีโลโก้ Glock และโลโก้ Glock ที่ไสลด์ จะมีเพียงตัว G เท่านั้น
  รูปแบบของ Glock มี
-   G17 ทรง Glock17 มาร์กกิ้งไสลด์ Tactical 9x19 มีสีทราย/สีดำ gen3/4
-   G18c ทรง Glock18c มาร์กกิ้งไสลด์ Tactical 9x19 ออโต้ได้ ขนาดเท่า G17 มีสีทราย/สีดำ gen3/4 ไสลด์ดำ/เงิน
-   G19 ทรง Glock19 มาร์กกิ้งไสลด์ Austria 9x19 มีสีทราย/สีดำ gen3/4
-   G23 ทรงเหมือน G23c ของ KSC ขนาดเท่า G19 ท่อนอกแบบมีรูระบายด้านบน มาร์กกิ้ง Tactical .40 ยิงออโต้ได้ มีสีทราย/สีดำ gen3/4
-   G26 ทรงเหมือน G26c ของ KSC ยิงออโต้ได้ คันค้างเหลี่ยมเพชร ไสลด์มาร์กกิ้ง Tactical 9x19 มีสีดำ/ทราย
-   G27 ขนาดเท่า G26 แต่ยิงออโตไม่ได้ คันค้างเหลี่ยมเพชร ไสลด์มาร์กกิ้ง Tactical .40 มีสีดำ/ทราย
-   G26C เป็น G26 ที่นำมาต่อหัวคอมพ์และต่อก้นแมก ใช้แมกเท่า G17 เหมือนตัว G26 Advance ของ TM ยิงออโต้ได้ คันค้างเหลี่ยมเพชร มีสีดำ/ทราย
-   G33 เป็น G27 ที่นำมาต่อหัวคอมพ์และต่อก้นแมก ใช้แมกเท่า G17 เหมือนตัว G26 Advance ของ TM ยิงเซมิ คันค้างเหลี่ยมเพชร มีสีดำ/ทราย


     P-08 และ Browning รอผู้มาเสริมครับ ยังไม่ได้ครอบครองเองเสียที พลาดหลายรอบละ เดี๋ยวตัวนู้นมา เดี๋ยวตัวนี้มา


     XDM   ตัวนี้ออกมาทั้ง ตัวเต็มและ Compact ลอกแบบ TM มาทั้งหมด แต่ดันออกขายก่อน TM ซะงั้น ด้วยรูปแบบกระบอกสูบใหม่ที่โตกว่าชาวบ้าน ทำให้เป็นปืนที่ยิงหนักหน่วงมาก แต่ความแรงปลายกระบอกนั้นไม่สูงเท่าแรงรีคอย เพราะเข้าใจว่า เค้าจงใจฟิตติ้งปืนหลวมๆเพื่อให้ความแรงต่ำ แต่ถ้าได้ฟิตติ้งนิดเดียวความแรงก็วิ่งขึ้นเยอะ มาร์กกิ้งทำออกมาเกือบดี เพราะขาดมาร์กกิ้ง 2 จุด แต่อย่างว่า ไม่มีอะไรที่จัดให้ไม่ได้ ภายหลังก็สามารถยิงลายเพิ่มได้ เหมือนกับไสลด์แพงๆ ราคาปืนไต้หวัน ปัญหาที่เจอก็ตัวกดแฮมเมอร์ครับ ยังไงจุดนี้ขอเป็นความลับทางการค้า เพราะผมไม่ได้ค้นพบเองทั้งหมด แต่น้องเป็นคนพบและซ่อมแซมได้ แต่ปัญหานี้ก็ไม่ได้พบบ่อยนักครับ
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้แลดูจะมีแต่ TM ครับ เพราะไม่มีใครทำออกมาเลย


     M&P   ส่วนตัวคงไม่พูดถึงเยอะเพราะ ตัวนี้เหมือนเจ้า XDM เลย ต่างกันที่ลักษณะว่าใครจะชอบแบบไหนมากกว่ากัน เพราะใช้กระบอกสูบโตเหมือนกัน ทำให้การยิงออกมาสนุกด้วยแรงรีคอยที่แน่นเหมือนจริง ปัญหาเช่นเดียวกับ XDM เหมือนกัน แต่ว่าไม่บ่อย
    เสริมจากพี่โอเล่นะครับ   อะไหล่บางชิ้นนำของ XDM มาใช้ได้ครับ ของ TM มีออกโชว์ แต่ยังไม่มีออกขาย

  Px4 Compact   เป็นอีก 1 ตัวที่น่าลิ้มลองครับ ยังไม่เคยเห็นใครกล้าทำเท่า WE ปืนยิงดี แต่ความแรงก็น้อยตามลำกล้องที่สั้น แต่ได้แรงรีคอยที่ยิงสนุกมือ มีแมกกาซีนมา 2 อัน สั้นและยาว ซึ่งอันยาวเอาไปทดแทน Px4 ของ HK ได้เลยครับ อะไหล่ที่ใช้ร่วมตัวนี้ไม่แน่ใจครับ ยังไม่ได้รื้อดู


  ตระกูล Socom Gear

     ยี่ห้อนี่ขอเรียกว่าเป็นเจ้าแห่งการ Re-branding ครับ   เนื้องานจะเหมือนเนื้อเดียวของเจ้าของเดิมแต่มีการนำมาตกแต่ง คัสตอมเพิ่มเติม ซึ่งมีดังนี้ครับ
  รูปแบบของ WE
-   เอาตัวเด่นที่สุดเลยคือ 1911A1 และ MEU สีทอง 24K ครับ งานเดียวกับที่ WE ออกมาทีหลัง แต่ของ Socom gear นั้น Serial No. ต้องไม่เกิน 500 เท่านั้น ตัว 1911A1 /MEU ของ SG จะมีการเพิ่มปลายลำกล้องใส่ Silencer ได้ และประกับจะเป็นประกับยางเหมือน WE แต่โลโก้จะเป็นของ SG เองครับ ราคานั้นแพงกว่าที่ WE ทำออกมาขายพอสมควร ภายหลังมีพ่อค้าเอา WE มาย้อมขายเป็น SG เป็นจำนวนมาก
-   Viking Pro 1911 เป็นการใช้ท่อนล่างแบบ MEU ท่อนบนของ Kimber มายิงลาย VTAC ทั้ง 2 ด้าน ประกับแบบ Wilson ใส่เหรียญ Novak ปลายกระบอกมีเกลียวใส่ Silencer
-   Novak Next เป็นการนำ MEU มายิงลาย Novak ทั้ง 2 ด้าน นกสับใช้แบบกลม มีทั้งแบบปืนเปล่าๆจนถึงครบชุดคือ กล่อง เก็บเสียง สายกันตก ที่จะตีตรา SG ไว้ ซึ่งมีสีทราย ดำ OD และสีเงิน
-   Punisher 1911 เป็นการนำ MEU มาคัสตอมให้เหมือน MEU ในหนัง The punisher ด้วยส่วนควบสีเงิน บิงลายใหม่ ประกับแบบ Wilson โลโก้ SG และหัวคอมพ์ ที่เข้าใจว่าเป็นของ Nineballs แพคเกจมาแบบกล่องแข็ง
-   Doublestar 1911 เป็นการนำ Kimber Warrior มาจัดแจงมาร์กกิ้งใหม่เป็น Doublestar ประกับแบบ Novak Next ซึ่งมีออกขาย 2 แบบคือ ปลายลำกล้องแบบเกลียวนอกใส่ไซเรนเซอร์ และแบบใส่หัวคอมพ์สั้นสีดำที่เข้าใจว่าเป็นของ Nineballs
-   M92 WE OEM เป็นเจ้า M92 สีดำ ที่จับมาเรียบเรียงมาร์กกิ้งใหม่ และใส่ประกับแบบแพชเมียร์ ของแท้ต้องมีมาร์กกิ้งและโลโก้ SG ถ้าไม่มีแสดงว่าเป็นของ WE และ 500 กระบอกแรก จะได้ซองใส่ปืนแถมมาด้วย

  รูปแบบของ KJ
   มีสองกระบอกที่ SG เอาของ KJ มาทำขาย คาดว่าคงเซ็งกับมาร์กกิ้ง Made by KJ WORK ที่ KJ ส่งไปทั้งอย่างนั้น SG ได้นำ KP07 มาทำเป็น Les Bear ซึ่งได้ 2 แมกกาซีนทั้งแกสและ Co2 รุ่นนี้ดูง่ายมากเพราะเป็น SG ที่มีมาร์กกิ้ง Made by KJ WORK ติดมาอย่างลึกที่เฟรมด้านขวา มีออกมา 2 แบบ ต่างกันที่ประกับ
   อีกตัวนึงดีหน่อย ที่นำ MK1 มาทำในรูปแบบของ Gem-tech ตัวนี้รอผู้รู้มาชี้แนะครับ ผมไม่ได้ครอบครอง

  รูปแบบอื่นที่ผมไม่เคยจับ และไม่ทราบที่มา
-   M9 Leon (hitman)
-   PMR-30
-   Timberwolf
-   Hicapa Black-ops
-   Larry Vickers

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 11, 2013, 01:15:01 PM โดย Chaiwat_J. » บันทึกการเข้า

ข้าฯ แผ่นดิน Chaiwat_j1975
Line ID : chaiwat307 , chaiwat707
0956709xxx , KTB.4040401xxx
เมือง กาฬสินธุ์ ปอลิง:เล่น/ขาย แต่ปืนปลอม สงสัยโทรมาถามก่อน
ชัยวัฒน์ จ. ชว.
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2761

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 42 : Exp 75%
HP: 0.2%

ข้าราชการบนชั้นสูงสุด


« ตอบ #16 เมื่อ: เมษายน 11, 2013, 01:13:28 PM »

-3-  By  eAaRTee(artherius)

ตระกูล HK หรือ HK3P มี Px4 ,Glock17 ,Glock18c ,Samurai edge ,Barry custom

   พูดเหมารวมก่อนนะครับ ส่วนตัวบอกได้ว่า HK เนื้องานเดียวกับ WE เลย เพียงแต่มาร์กกิ้งจะมีมาครบเหมือนปืนจริงมากกว่า WE ครับ และทุกตัว ลอกแบบมาจาก TM ทุกประการ (ออกตาม TM มาติดๆ)

     Px4   ตัวแรกของครอบครัวนี้ ออกมาก็ฮือฮาเลยครับ ผมยังรีบไปซื้อมาลอง เพราะเป็นปืนที่โบลแบคหนักมาก ตอนแรกว่ายิง 1911หนักแล้ว มาเจอเจ้านี้ ถูกใจครับ แต่อย่าเผลอเล่นแกสแรงมากเดี๋ยวท่อนอกมันจะกลับบ้านเก่า ตั้งแต่เล่นมาตัวนี้ผมยังไม่เจอปัญหาอะไรเลยครับ มีปัญหาแต่ว่าอยากได้เพิ่ม มีแล้วอยากมีอีกนั่นเอง แต่ด้วยความที่ผมเล่นแกสเบากับ Bombe เท่านั้นครับ ได้ยินมาเหมือนกันว่า มีปัญหาบ้างหากใช้แกสพวก ET1000 เพราะบางจุดรับแรงกระแทกไม่ไหว แต่ส่วนตัวบอกได้ว่า หาเก็บไว้ได้ ก็ดีครับ แค่แกสกลางก็ยิงสนุกแล้ว  เรื่องอะไหล่ก็ TM เลยครับ (ส่วนใหญ่มีแต่คนเอาตัวนี้ไปอะไหล่ TM)

     ออกตามมากันด้วย Glock17 และ Glock18c   ที่มาร์กกิ้งใกล้ปืนจริงสุดๆในทุกจุด แต่อย่างว่าครับ ผมจับแล้วก็เหมือนจับ WE แต่ด้วยมาร์กกิ้งแบบนี้มันงามกว่ากันมากกกกกกกกกกกกกก

   ตามด้วย   Samurai edge   เหมือนว่าเจ้า HK จะขุดผีชีวะออกมาทำ งานออกมาสวยครับ ทั้งสีดำ/เงิน และทูโทน ลอกแบบ TM มาได้ทุกชุด แต่เป็นชุดโลหะ คนรักผีชีวะก็หาเก็บกันได้เลยครับ ระบบภายในไม่ต่างกับ M92 WE เลย

     Barry Custom   อีกตัวที่หลุดออกมาจากผีชีวะครับ รุ่นนี้มัทั้งแบบยิงเซมิ และแบบยิงออโต้ได้ หัวคอมป์ทำออกมาได้สวยครับ เทียบเคียง TM เลย เรียกว่าลอกกันมาหมดนั่นแหละ เป็นปืนน่าสะสมมากกว่าเอาออกมาลุยครับ ปัญหาเจอเมื่อแกสแรงครับ แรงสุดก็ไสลด์หลุดเลย (เจอจากสมาชิกเวป) เพราะฉะนั้นแกสเบา-กลาง เถอะครับ ตัวนี้


  ตระกูล WG/Gun Heaven  มี Revolver2.5-4-6-8” ,Nagant M1895 และ P230

   เอาเจ้า   Revolver   ก่อนแล้วกันครับ เป็นปืน Co2 ที่ไม่มีแรงรีคอย แต่ยิงทีเสียงแกสที่ระเบิดออกมา ยิงในห้องเล็กๆนี่หูจะแตก ความเร็วต้นสูง แต่หวังผลไม่มากเพราะไม่มี Hop up อาศัยการป้อนลูกทีละนัดลงในปลอกกระสุนที่มีให้ บรรจุ 6 นัด แกสหลอดนึงยิงได้ 100 นัดขึ้นไป แต่ยิงสนุกอยู๋ประมาณ 50 นัด เพราะเมื่อแรงดันในหลอดตกแล้ว ปืนก็จะแผ่ว ยิงอะไรไม่ค่อยได้ ส่วนตัวติดใจแค่นกสับที่ใหญ่ไปหน่อยมันไม่เนียน แต่โดยรวมสวยครับ ทุกขนาดลำกล้อง ภายในเหมือนกันหมด แค่เปลี่ยนลำกล้องเท่านั้น มี 4 ขนาด 3 สี ดำ เงิน ทอง (สีทองเจอแต่ขนาด 2.5”) ภายหลังมีจีนลอกแบบไปด้วยกับขนาด 2.5”

   ต่อมา   Nagant M1985   คำว่า Nagant ถ้าจำไม่ผิดแปลว่า ปืน หรือ ปืนลูกโม่ ไม่แน่ใจครับ ตัวนี้ระบบคล้ายกับเจ้า Revolver นั่นแหละ แต่ปลอกเป็นคนละแบบกัน จุ 7 นัด ระบบถอดโม่คล้ายปืนจริงเป็นที่สุด ออกมา 2 แบบ สีดำและสีเงิน ตัวนี้ถือจะลำบากหน่อยเพราะมันเป็นปืนรัสเซียครับ เค้ามือใหญ่(มั๊ง) แต่เนื้องานแล้วผมโดนใจมากเพราะสัดส่วนใกล้ของจริงเกือบทุกจุด อีกทั้งยิงแรงกว่าเจ้า Revolver ในขนาดลำกล้องเดียวกันอีกด้วยครับ

     ....(P230 รอท่านผู้รู้มาเสริม)  


  ตระกูล ASG มี Dan Wesson, CZ75 P-07

    Dan Wesson   ลูกโม่ 6 นิ้ว ที่สวยงาม ระบบเดียวกับ WG แต่ชิ้นส่วนภายในใช้วัสดุที่แข็งแรงกว่า WG จึงเป็นคำตอบที่ถามว่าทำไม Dan Wesson จึงแพงกว่า WG ส่วนตัวผมเก็บไว้ 3 เพราะชอบครับ เอาไปแต่งบ้างอะไรบ้าง เก็บเดิมๆไว้ 1 กระบอก(ที่กำลังขายทิ้ง) ตัวนี้ ถ้าชอบลูกโม่ รับได้กับการไม่มีรีคอย แล้วตัดสินใจอยู่ระหว่าง WG แนะนำว่า ราคาเท่ากันเอา Dan Wesson เถอะครับ ถ้าแพงกว่าอยู่ที่ท่านตัดสินเอง เอาเป็นว่า มันดีมากๆ

  ...(CZ75 รอท่านผู้รู้มาเสริม)  


  ตระกูล KSC KWA KWC

   ยี่ห้อนี้รบกวนผู้รู้มาเสริมครับ เพราะผมซื้อมาเก็บ เก็บอย่างเดียวไม่ได้รื้อเลย เพราะรุ่นมันเยอะมากกกก เยอะจนถ้ารื้อแล้วเดี๋ยวต้องตอบ ๕๕๕ แต่มีพี่ๆที่รู้จักยี่ห้อนี้เยอะครับ ผมขอเล่าคร่าวๆเฉพาะตัวที่ผมครอบครองและเคยครอบครองนะครับส่วนถ้าจะถามว่าอะไรคือ S5 หรือ S7 คงบอกได้แค่ว่าเป้นระบบเก่ากับระบบใหม่ครับ ระบบเก่าจะไม่มีกระบอกสูบแยกเป็นชิ้น ขึ้นไสลด์จะเป็นตัวแทงลูกกับช่องปล่อยแกสเป็นทองเหลือง แต่ระบบใหม่จะเป็นแบบกระบอกสูบครับ ผมชอบ KSC เพราะงานสวยน่าเก็บสะสม และระบบที่เป็นของตัวเองดีครับ ใช่ว่ายิงไม่ดีผมเลยไม่ยิงนะ แค่เสียดาย

     Glock KSC   เป็นปืนที่ใครชอบแล้วชอบเลยครับ ระบบทำมาค่อนข้างดี แต่ส่วนตัวชอบตระกูล TM เพราะมาร์กกิ้งมันสวย เคยครอบครอง G34/G18c เท่านั้นครับ หลายคนบอกผมว่ามันเป็นปืนลุย/ใช้งาน
     M92 KSC   ผมมีเก็บตอนนี้คือตัว S7 กล่องลายพรางครับ เป็นปืนที่ยิงแล้วรีคอยสะใจมาก แรงตั้งแต่เกิด แต่อย่าลืมครับ ปืนที่เค้าทำมาแรงแล้วก็เล่นแกสเบาๆหน่อย เพื่ออายุปืนครับ กับอีกตัวที่หามากๆคือ Sword Cutlass JAP. version
    M93   ก่อนโดนขโมยผมมีทั้ง S5 และ 7 ทุก Gen ครับ รวมถึงเจ้า Robocop ที่เพิ่งขายไป เพราะช้ำใจ ปืนใหม่ๆโดนขโมย ทั้ง JAP version และ Taiwan version ยิงเล่นเองอยู่ไม่กี่ที เพราะนึกว่ารีคอยจะหนักเหมือนเจ้า M9 ทีไหน ได้รีคอยเบาครับ แต่มันสนุกที่มีหลายโหมดให้ปรับเลือกเล่นได้นั่นเอง
     SIG Sauer   ตอนนี้เหลือแค่เจ้า P226 ครับ ได้มาร์กกิ้งร่องลึกด้วย เลยเก็บยาวเลย งานสวยมาก ยิงไม่กี่ที ไปยิง WE ซะส่วนใหญ่ เพราะกลัวหาอะไหล่ไม่ได้ แต่ก็เก็บไว้ครับ งานสวย ตอนนี้ยังแอบหาเจ้า 2022 มาเก็บอีกตัว
     USP   มี ตัวเต็ม S5 และ S7, Compact S7, Match S7 ,P10 S7 ยังไม่ได้เก็บ MK23 เสียที ถือว่าตัวนี้ยิงสนุกครับ ส่วนตัวชอบมากกว่า Glock เพราะบ้า HK เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใครหาเก็บเจอไม่แพงซื้อไว้เลยครับ ยิ่งคนมือใหญ่ๆจะยิ่งชอบ
    ส่วนที่เหลือรบกวนพี่ๆให้ความรู้ด้วยครับ



หลังจากพิมมาทั้งวัน ชักเมื่อย ใน MS Word ผมก็ปาไป 25 หน้าแล้ว จบ Part 1ยังไงก็เกือบหมดแล้วครับประสบการณ์ที่ผมมี หวังว่าไม่ให้ความรู้ท่านๆไม่มากก็น้อย อยากทราบอะไรโทรถามได้เลยครับ  แต่ผมขอไว้เรื่องหนึ่งนะครับความรู้ที่ให้ไป เอาไปใช้ให้ดี เพื่อประโยชน์ทางตรง ไม่ใช่เชิงพาณิชย์นะครับ รับอะไรไปแจกต่อได้เลย แค่บอกว่ารู้จากใคร(ไม่ใช่เพียงแค่อ่านกระทู้นี้นะ) และก็อย่าเอาความรู้พวกนี้ไปหาเงินนะครับ ผมป๋าพอสำหรับวงการนี้ครับ เชื่อเถอะ...


  เพิ่มฝั่งญี่ปุ่นโดยท่านเสี่ยหนุ่ย SK666 ครับ  
ขออนุญาติเสริมข้อมูลสำหรับปืนจากฝั่งญี่ป่นหน่อยนะครับท่านอาร์ท

Tanaka /Marushin /Maruzen /Western Arms/MGC/

ปืน 5 ยี่ห้อนี้เป็นปืนที่ผลิตที่ญี่ปุ่นครับ ทุกวันนี้ยังพอหาซื้อได้บ้างรุ่นที่ฮ่องกง แต่ MGC น่าจะหาซื้อไม่ได้แล้วมั้งเพราะมีอายุเยอะมากกว่าเพื่อน (มีคนบอกผมมาว่า MGC เป็นบริษัทเก่าแก่ ดั้งเดิมของ KSC ในปัจจุบัน....แต่โดยส่วนตัวผมกลับคิดว่ามันน่าจะเป็นบริษัทเดิมของ WA หรือ Western Arms นะ)

นอกกจากนี้ยังมียี่ห้อที่คนไม่ค่อยรู้จักกัน อย่างเช่น Kokusai (มีคนแนะนำให้ผมรู้จักกับปืนยี่ห้อนี้ โดยการฝากผมประมูลเข้ามาให้.....หากท่านต้องการเปิดเผยตัว หลังจากอ่านข้อความนี้ขอความกรุณาโพสเปิดเผยตัวเองด้วยนะครับ) ปืนยี่ห้อนี้มีจุดเด่นตรงที่ วัสดุเป็นโลหะ(บางตัว) ยิงดี แต่อายุก็เยอะมากแล้ว

ส่วนใหญ่แล้ว ในหัวสมองของผมมีความรู้เกี่ยวกับ Western Arms (WA) เท่านั้น....ผมได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปืนยี่ห้ออื่นๆจากเพื่อนๆที่มาฝากให้ผมประมูลให้ ผมก็จะถามข้อมูลปืนตามประสาคนอยากรู้.....ต้องขอขอบคุณทุกท่านเหล่านั้นด้วยนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอประชาสัมพันธ์นิดนึง..เพื่อเป็นทางเลือกกับเพื่อนๆผู้หลงรักในปืน BB GUN.......ปืนทั้งหมดที่ผมกล่าวถึงไม่ว่าจะป็น MGC/Tanaka/Marusen/Marushin/Western Arms/Kokusai ที่ญี่ปุ่นเค้ายังเล่นกันอยู่นะครับ บางท่านอาจคิดว่าหาของไม่ได้แล้ว หากท่านมีปืนในดวงใจ แล้วหาไม่ได้ซักที ลองเข้าเวปประมูล Yahoo Auction Japan ดูครับ...เผื่ออาจจะเจอปืนถูกใจ ราคาไม่แรง

บันทึกการเข้า

ข้าฯ แผ่นดิน Chaiwat_j1975
Line ID : chaiwat307 , chaiwat707
0956709xxx , KTB.4040401xxx
เมือง กาฬสินธุ์ ปอลิง:เล่น/ขาย แต่ปืนปลอม สงสัยโทรมาถามก่อน
ชัยวัฒน์ จ. ชว.
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2761

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 42 : Exp 75%
HP: 0.2%

ข้าราชการบนชั้นสูงสุด


« ตอบ #17 เมื่อ: เมษายน 11, 2013, 01:14:22 PM »

-4-  By  eAaRTee(artherius)

มีคนเคยบอกผมว่าเล่นปืนอย่าขาด อย่าเกิน...อย่าขาด คืออย่าขาดการดูแลรักษาที่ถูกต้อง อย่าเกิน คืออย่าเล่นแรงเกิน
เข้า Part2 นะครับ กับ 1911

    เริ่มกับเจ้า EG720  เลยละกัน ตัวนี้ไม่ต้องพูดมาก ถ้าท่านเก็บปืน ABS ตัวนี้มีโอกาสเก็บได้ เก็บครับ เป็นปืนที่ยิงได้โอเคเลยสำหรับราคาเบาหวิว
   ตามมาด้วย EG723  ตัวนี้ออกมาหลายเวอร์ชั่นมากๆ หลังจากออก 720 แล้ว Bell ก็จับโลหะมาทำ 723 ต่อทันที หัวข้อแรกจะพูดถึง เวอร์ชั่นของ EG723 ครับ เวอร์ชั่นเหล่านี้ถูกจัดอันดับมาตามเวลาการออกขายของโรงงานซึ่งเป็นการแบ่งกันเองครับ ไม่ได้ว่าลอตนี้มาเป็น V1 ต่อมาเป็น V2 แต่นับที่มีการปรับปรุงครับ (ความรู้เพิ่มเติมได้ที่ห้อง 1911 บ้านสยามครับ ความรู้ผมอาจไม่ครบถ้วน)

V. 1    ออกมาครั้งแรกกับ 1911 โลหะ จีน มาร์กกิ้งยิงเลเซอร์สีขาวมาตื้นๆ ท่อนอกเป็นโลหะชุบสีเงินเงาวิ้งไม่มีมาร์กกิ้งใดๆ สามารถถอด Barrel ออกจาก Chamber ได้ (อยากเห็นมาดูที่ห้องผมได้ ขอบคุณพี่ชายใจดีครับ) เนื้อโลหะใน V.1 นี้ บอกได้ว่า ไม่สวยครับ ตะเข็บเห็นชัด ชัดกว่ารุ่นหลังๆมาก หลังอ่อนก็ไม่เรียบ ปืนค่อนข้างคลอนแต่ฟิตติ้งไม่ยากครับ แมกกาซีนสีดำ

V.2   การปรับปรุงครั้งแรกของ EG723 คือมีการเปลี่ยนท่อนอกให้เป็นสีดำมีมาร์กกิ้ง P  H เหมือนของจริง ซึ่งทำมาตลอดครับ ทั้งที่ผมแอบหวังจะทำแบบ 2 ชิ้นชุบโครเมี่ยมออกมาอีก แต่ก็ไม่ทำ ส่วนเนื้องานทุกอย่างยังเหมือนเดิมครับ ส่วนตัวรู้สึกว่า V.1 จะยิงดีกว่า แต่ก็แล้วแต่คนกับปืนแหละครับ ยุค 2 V นี้ ซื้อปืนเหมือนจับสลาก ตาดีได้ ตาร้ายซวย

V.3   การปรับปรุงครั้งนี้เหมือนการเปลี่ยนโรงงานเพราะช่วงนั้นมีข่าวเรื่องการโดนจับ ผมแบ่งออกเป็น 2 Gen นะครับ
V.3 Gen1  มีการปรับเปลี่ยนมาร์กกิ้ง Serial No. จากเลขตรง เป็นเลขเอียง ส่วนที่เหลือเหมือน V.2 ครับ
V.3 Gen2  มีการปรับเปลี่ยนเหมือน Gen1 แต่เนื้องานออกมาเรียบเนียน ตะเข็บจางกว่า 2V. แรกเป็นอย่างมาก ซึ่งเนื้อแบบนี้ออกมาใน V.4 และ V.5 ครับ ที่เหลือ ยังคงมีตะเข็บแต่ไม่น่าเกลียดเท่ากับ V.1 และ V.2

V.4 การปรับปรุงครั้งใหญ่ของ EG723 ก็ว่าได้ จุดแรกเลย มาร์กกิ้งไสลด์ครับ จากเลเซอร์สีขาวบางๆ กลายเป็นแบบร่องลึกสีเดียวกับตัวปืน  วิธีการทำสีที่แน่นหนาขึ้นกว่าเดิมครับ เอาว่าขัดกันเมื่อย แมกกาซีนปากแมกเหล็กครั้งแรกครับ ตื่นเต้นกันไป

หลังจากยุค 4 V แล้ว ยุคต่อมาออกเป็นคู่ครับ เรียกได้ว่า   5คู่6     7คู่8     9คู่10

V.5  การปรับปรุงครั้งนี้ตอนแรกเห็นแล้วก็เอ๋อๆ ว่าเอ๊ะ! ปรับปรุงทั้งทีทำไมมันแค่เปลี่ยนสีแมกเป็นสีเงิน นอกนั้นเหมือน V.4 ทุกประการ แต่ก็ไม่คิดอะไรมากเพราะมาร์กกิ้งลึกมันสวยมากกก แต่แล้ววันนึงเกิดคันมือ ล้างสีทั้ง 2 V. เลยถึงบางอ้อครับ V.4 เวลาขัด สีหนามาก พอล้างออกมาก็เป็นสีเนื้อโลหะสวยงาม แต่ V.5 นี้ ล้างสีออกแทนที่จะเป็นสีโลหะ มันดันกลายเป็นสีเทาคล้ายรมดำครับ หลายคนไม่ทราบเอากระดาษทรายขัดทิ้งหมด ผมละเสียใจ
V.5 นี้กลายเป็นของหายากไปที่สุดครับ ออกมาเยอะนะ แต่มันดันออกมาพร้อมกับ R27 Gen1 คนเลยเทใจไปหาเจ้านั้นซะเยอะ ตลาดเลยมี v.5 ไม่ค่อยเยอะครับ ตอนนี้หากันให้เพียบ เพราะถือว่าเป็น V. ที่ดีรองจาก V.9 เลยครับ

V.6    อย่างที่เกริ่นไว้ 5 คู่ 6 แล้วมันคู่กันอย่างไร มันคู่กันคือ เจ้า V.6 นี้ โดยภายในและเนื้องาน เหมือน V.5 ทุกประการครับ แต่มันชุบเป็นสีเงินอมทองมาทั้งตัว ขัดสีออกมาจะเจอผิวทองแดงก่อนเจอเนื้อโลหะครับ เจ้า v.นี้เคยมีปัญหาถกเถียงกันเล็กน้อยครับ เพราะสมัยที่ V.6 ออกมานี้ ชุดแต่งเสริมแมกกาซีนปากแมกเหล็กและตัวดันลูกเหล็กออกมาด้วย ทำให้เกิดการฉวยโอกาสของพ่อค้าเอาชุดนั้นมาใส่กับ V.3 แล้วบอกลูกค้าว่า V.6 ครับ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ V.4-V.6 ปรับเปลี่ยนแค่ปากแมกเหล็กครับ ตัวดันลูกไม่ได้เปลี่ยนตาม

บางสำนักจะบอกว่า 7 กับ 8 เป็นสีเงินนะครับ แต่ส่วนตัว ผมรวมเจ้าพวกนั้นเป็น V.6 ทั้งหมด เพราะผมไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงจุดไหนครับ

V.7   ผมเรียกเจ้านี่ว่าลูกเมียน้อย เพราะอะไร เพราะการปรับปรุงในทุกๆ V. ที่ผ่านมาเค้ามีแต่ปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ V นี้ออกมากลับถอยหลังเข้าคลอง ไสลด์กลายเป็นมาร์กกิ้งแบบเลเซอร์ไหม้ๆร่องตื้นสีดำ ตะเข็บปืนเพียบ สีทำแบบดำด้านมา ลอกง่ายสุดๆ แมกกาซีนกลับมาใช้สีดำ ปากแมกพลาสติก เอาว่าเหมือนเจ้า V.3 เลยครับ แต่มันฟิตติ้งมาได้ดีกว่า V.3 เท่านั้นเองและผิวปืนเป็นสีเงินอมทอง

V.8  ที่มาคู่ V.7 มันลูกเมียน้อยเหมือนกันเป๊ะ แต่ตัวปืนเป็นสีดำด้านครับ สะกิดนิดเดียว ลอกเลย งงมาก มาร์กกิ้งเลเซอร์ขาวมาเชียวเอาว่าผมว่าแย่กว่า V.7 ครับ แมกสีเงินปากแมกพลาสติก V.นี้หลายคนบอกไม่ใช่ 723 แต่กล่องมันก็ 723 จึงขอให้มันเป็น 1 ในจำนวน V ต่างๆครับ (เรียกเป็นมดเอ๊กซ์เลยแหะ)

V.9  งานนี้พระเอกสุดๆครับ แย่งกันหาเก็บ กับการปรับปรุงครั้งใหญ่อีกครั้งหลังจากหายไปนาน 723 รางเต็มครับ ชิ้นส่วนทำออกมาค่อนข้างดี ตะเข็บมีบ้างแต่น้อย ยกข้อดีของหลายๆ V. มารวมไว้ มาร์กกิ้งร่องลึก คมกว่า V. ก่อน แต่ไม่ลึกเท่า แต่เอาว่าสวยมาก แมกกาซีนสีเงิน ปากแมกเหล็ก กระบอกสูบเหล็ก เรียกว่าจัดกันมาเต็มๆ

V.10 มาคู่กับ 9 คือเหมือนกันทุกประการ เว้นแต่ว่าผิวเป็นสีเงินอมทองครับ สวยมาก ผมยังแอบเก็บไว้ 1 ตัวให้เป็นสภาพเดิมๆ(แล้วไปได้ชิ้นส่วนมารวมได้อีก 1 ตัวสรุปมี 2 ตัว)  V. อื่นกลายร่างไปหมดแล้ว

V.11 หลังจากนี้คงเป็นยุคใหม่ครับ กับยี่ห้อใหม่ CS ไม่รู้ว่าจะทำออกมาแบบไหน แต่เอาว่าอีกไม่นานเกินรอได้เล่นกันแน่นอนครับ

ส่วนของ ARMY ตามที่ผมอธิบายไว้ด้านบนนะครับ แจ้งไว้ทุกรุ่นทุกแบบ
ยี่ห้อจีนอื่นนั้นส่วนใหญ่เป็นพวก GEN เดียว หรือ ไม่มีการปรับปรุงใด ขอละไว้นะครับ


  มาเข้าสู่ภาคการแต่งแรง/แม่น/เสถียร ครับ

หลักการแต่งแรงมีหลายหลักครับ แต่ทุกหลักจะมีสิ่งเดียวกันที่เรียกว่า   การซีลลม (Seal) 

    บทที่ 1 :  การซีลลมคืออะไร   คือการปิดกั้นรอยรั่วทุกจุดของปืนครับ เพราะปืน 1911 เวลากดยิงหนึ่งครัง สะพานไกจะไปดันแหนบสามชายให้คายตัวจากดิสคอนเนคเตอร์(หลังจากกดหลังอ่อน) ทำให้แฮมเมอร์ที่ถูกตั้งไว้วิ่งเข้าไปตีวาร์วจ่ายที่แมกกาซีน หลังจากนั้นเมื่อวาร์วจ่ายถูกเปิดแรงดันแกสจะถูกคายออกจากแมกกาซีน (ซึ่งการคายความดัน จะเกิดการคายความร้อนออกมาด้วย ทำให้อุณหมิภายในแมกกาซีนจะลด จำง่ายๆยิงความดันวิ่งมาก/ไวเท่าไหร่ความเย็นก็เกิดขึ้นมากเท่านั้น ) ความดันแกสนี้จะวิ่งผ่านวาร์วจ่าย ผ่านปากแมก เข้าสู่กระบอกสูบ แล้วจะแยกเป็นสองทาง ทางซ้ายจะวิ่งเข้านอตเซิลวาร์ว ด้านขวาจะวิ่งเข้าด้านหลังตัวกั้นนอตเซิลวาร์ว ความดันที่วิ่งเข้าด้านขวาส่วนแรกจะมีหน้าที่ไปดันปิดนอตเซิลวาร์วเพื่อให้ความดันที่เหลือที่กำลังเดินทางมาดันหัวสูบที่ถูกยึดอยู่กับไสลด์ เพื่อให้ไสลด์วิ่งถอยหลัง (Blowback) ความดันที่เหลืออยู่จะคลายออกด้านหลังทำให้ตอนยิงรู้สึกเย็นมือ เพื่อให้ไปตัดระบบที่ดิสคอนเนคเตอร์อีกข้าง ให้แฮมเมอร์ลดตัวกลับมาเพื่อให้ดิสคอนเนคเตอร์อีกข้างมาล๊อคเอาไว้เพื่อทำการยิงนัดต่อไป   ส่วนแกสที่วิ่งไปด้านซ้ายหลังจากความดันด้านขวาด้านปิดผนึกนอตเซิลแล้ว ความดันที่พ้นผ่านเข้ามาได้จะวิ่งผ่านปลายกระบอกสูบ เข้าสู่เรือนฮอปและผลักลูกกระสุนให้วิ่งออกมาตามท่อ
   หลังจากอ่านแล้วจะเห็นได้ว่า จุดเชื่อมต่อ ที่แกสต้องเดินทางไปจากแมกกาซีนถึงปลายกระบอกมี วาร์วจ่าย ยางปากแมก กระบอกสูบ นอตเซิลวาร์ว หัวสูบ ฮอป และท่อ ซึ่งข้อต่อเหล่านี้มักมีรอยรั่วเล็กๆน้อยๆที่เรามองไม่เห้น แต่ความดันแกสมันเห็น เพราะความดัน เมื่อเห็นช่องมันจะวิ่งเข้าหาทันที
   จุดแรกที่มักมีรูรั่วคือระหว่างปากแมกกับกระบอกสูบ ถ้าแบบไม่เสียเงินก็จะยกปากแมกให้สูงขึ้น(แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน) เพื่อให้ปากแมกมาสนิทกับกระบอกสูบมากที่สุด แล้วทำช่องของปากแมกกับช่องรับแกสของกระบอกสูบให้เท่ากันเพื่อลดทางรั่ว
   จุดต่อมาที่รั่วคือหัวสูบ เพราะการปิดไม่สนิทเลยกับหัวสูบและกระบอกสูบทำให้รอบหัวสูบมักมีจุดรั่ว เราก็ทำให้กระบอกสูบกับหัวสูบแน่นกันที่สุด แต่ต้องอย่าลืมว่าแน่นที่สุดในขณะที่กระบอกสูบยังวิ่งเข้า-ออกกับหัวสูบได้
   จุดที่สาม ปากกระบอกสูบเข้าสู่ชุดฮอป มักมีรูรั่ว หลายคนจะเปลี่ยนยางฮอปเพื่อให้จุดนี้ปิดสนิท
   จุดสุดท้าย ยางฮอปและท่อ เนื่องจากบางทีการใส่ยางฮอปกับท่อจะมีรูเล็กๆรั่ว ทำไว้เวลาลูกวิ่งผ่านฮอปแล้วจะเข้าไปอัดกันในท่อทั้งหมด แรงดันบางส่วนจะวิ่งออกข้างนอกจากรูรั่วพวกนี้

4 จุด ที่ต้องจัดการครับ คราวนี้สูตรใครสูตรมัน หลักการก็แค่ทำให้ 4 จุดนี้ปิดสนิท เพื่อการเดินทางของแกสที่ทั้งหมดไปจบอยู่ในท่อเพื่อประสิทธิภาพในการดันลูกออกมา ยิ่งความดันสุดท้ายไปอยู่ในท่อมากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลให้ดันลูกกระสุนได้ออกมาแรงมากเท่านั้น ซึ่งแกสแต่ละตัวก็แรงดันไม่เท่ากัน บางทีให้แกสที่แรงดันมากแต่รั่วเยอะก็ส่งผลให้ไม่ต่างกับการใช้แกสที่แรงดันต่ำกว่าแต่ได้รับการซีลลมที่ดี

      บทที่ 2 :  หลักการแต่งแรง  หลักการแต่งแรงนอกเหนือจากซีลลมไปแล้ว ผมขอเผยในส่วนของที่ผมทำเองนะครับ ซึ่งหลากหลายวิธีส่วนใหญ่ก็ทำกันบนพื้นฐานเหล่านี้ครับ    หลังจากการซีลลมเรียบร้อยแล้ว ปืนคุณจะแรงขึ้นมา 5-7% เลยทีเดียว แต่อาจยังไม่ถูกใจหลายคน ทำให้ต้องใส่ของแต่งหรือของที่ปรับปรุงกว่าเดิมเพิ่มเข้าไปมีดังนี้ครับ
   1. วาร์วจ่าย แบบไม่เสียเงินเลยคือการหมุนรูวาร์วจ่ายซึ่งมี 4 รู เอารูที่หมุนใกล้ที่สุดหันขึ้น เพื่อให้ความดันแกสวิ่งออกมาอย่างสะดวกเพื่อผ่านปากแมกได้โดยตรงไม่มีสิ่งกีดขวาง หรือใช้มุกแบบโบราณคือการตัดขาที่ขวางนั้นทิ้งไปเลยเพื่อให้แกสวิ่งได้อย่างสบายๆ หรือไม่เราก็คว้านให้รูที่ตั้งขึ้นใหญ่ขึ้น วิธีเหล่านี้อาศัยหลักการที่ว่าช่วงวาร์วจ่ายแมกจะมีพื้นที่จุความดันมากขึ้น เดิมที่ มี 4 รู ความดันก็จะกระจายกันออกหาพื้นที่อยู่ เมื่อความดันในวาร์วถึงจัดหนึ่งความดันจะไม่ถูกคายออกจากแมกกาซีน หรือคายออกช้าลงเรื่อยๆ ดังนั้นการคว้านรู หรือผ่าวาร์วจะทำให้เรียกความดันออกมาได้มากขึ้น แต่ก็ส่งผลให้ความดันที่มีในแกสเล่นได้ไม่มากนัก และทำให้ปืนแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดในนัดที่ 12-13 นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนโอริงตัวเล็กสุดที่ปิดกั้นไม่ให้แกสออกจากแมกเวลาไม่เปิดวาร์วให้เล็กลงเพื่อที่ว่าการเปิดวาร์วแต่ละครั้งจะมีพื้นที่ให้ความดันวิ่งออกได้มากขึ้น รวมถึงการทำแกนวาร์วให้เล็กลงเพื่อเพิ่มพื้นที่การวิ่งของความดัน
   2. ยางปากแมก หลังจ่ากซีลลมไปแล้วจะเห็นได้ว่า ยางปากแมกก็ปิดไม่สนิทดีเท่าที่ควร ภายหลังจึงมีการผลิตยางปากแมกแบบมีปีก ซึ่งปีกทำหน้าที่กั้นรอยรั่วจากด้านข้าง ซึ่งหากเปลี่ยนให้เพียงปากแมกแคบลง ความดันแรกที่เข้ากระบอกสูบมันก็จะน้อยทำให้ปืนไม่แรงขึ้นแต่อย่างใด แต่จะทำให้ปืนถีบหนักขึ้น เพราะ นอตเซิลวาร์วจะปิดตัวลงไวมากความดันที่ออกมายังเหลือเยอะมันจะไปผลักไสลด์ได้มากขึ้น
   3.นอตเซิลวาร์ว ของเดิมจะมี 4 ขา เพื่อเปิดช่องให้แกสวิ่งเข้ามา ภายหลังมีการตัดขากันเหลือ 2 ขา เพื่อให้แกสวิ่งเข้าได้มากขึ้น แต่ก็ไม่แข็งแรง จึงมีของแต่งแบบอลูมีเนียมออกมาขายกันครับ แต่เจ้านี่ใช่ว่าเปลี่ยนแล้วจะยิงแรง เราต้องกำหนดระยะให้ได้ดีพอสมควรเพราะถ้ารูที่เว้นไว้จากปากกระบอกสูบน้อยไป แกสมันก็เข้าน้อย แต่ถ้าเซตให้มากไปบางทีมันอาจกลายเป็นรูรั่วได้ นอกจากนี้ ยังมีการแต่งสปริงให้แข็งขึ้น เพื่อการปิดนอตเซิลวาร์วที่ช้าลงส่งผลให้แกสไหลออกจากทางนี้ได้มากขึ้นครับ แต่ก็ส่งผลให้ Blowback เบาลงนิดหน่อยเพราะความดันถูกทอนมาฝั่งซ้ายเพื่อขับลูกมากกว่าเดิม
   4.หัวสูบ จากการซีลลมแล้ว การทำแบบดั้งเดิมอาจส่งผลเสียได้ในอนาคต หรือบางครั้งการทำหัวสูบที่แน่นเกินไปก็ทำให้กระบอกสูบไม่ถูกวิ่งอย่างอิสระ ปัญหาก็ตามมาเช่นกัน ภายหลังของแต่งที่ออกมาแก้ไขมีราคาตั้งแต่ 20-250 บาท แล้วแต่จะเลือกใช้ครับ การทำหัวสูบแน่นเพื่อทำให้ความดันแกสได้วิ่งเข้าทั้ง 2 ทางอย่างเสถียร เพราะถ้ามีรูรั่วตรงจุดนี้ ความดันจะเลือกวิ่งออกทางขวามากกว่าจะไปทางซ้าย ทำให้ความดันที่ขับลูกไม่เต็มที่
   5.ชุดฮอป ชุดฮอปที่ดีต้องปิดสนิท ไม่งั้นจะเกิดรูรั่งระหว่างชุดฮอปและกระบอกสูบ จะบอกว่าฮอปยี่ห้อไหนก็ใช้ได้ขึ้นอยู๋ว่า ฮอปตัวไหนปิดท่อและยางฮอปได้สนิทกว่ากัน
   6. ยางฮอป ยางฮอปที่ปิดลมสนิทก็จะได้ปืนที่แรงขึ้นเพราะความดันไม่ได้หนีหาย ซึ่งคงได้ทำกันมาตั้งแต่การซีลลมแล้ว แต่ต้องระวังเรื่องการโดนซิลิโคนเพราะจะทำให้ฮอปไม่จับลูก พอลูกกระสุนไม่มีอะไรยึด ความดันแกสที่ผลักจะได้แค่ความแรงจากแรงดันแกส แต่ถ้ายางฮอปที่จับลูกได้ดี ความแรงลูกจะมาจากความดันแกส+แรงเค้นจากยางฮอปด้วยอีกเล็กน้อย
   7. ท่อในที่มีความกว้างภายในแคบลง (ท่อรีด) เพราะความดันที่ไปอัดอยู่ใน มีพื้นที่ให้เพียงการผลักลูกเพียงอย่างเดียว ทำให้ลูกจะออกมาแรงกว่าท่อที่มีภายในกว้างเพราะระยะที่กว้างกว่าลูก ควมดันมันจะวิ่งแซงลูกออกมาได้ ทำให้คนนิยมเปลี่ยนท่อรีดเพื่อเพิ่มความแรง
   8. เซตสปริง  เซตแรกคือในนอตเซิลวาร์วอย่างที่กล่าวข้างต้น เซตที่2 คือ ตัวเมนสปริง เพื่อเพิ่มความแรงในการตีของนกสับเพื่อกระแทกวาร์วจ่ายให้เปิดได้ไวขึ้น ส่งผลความดันวิ่งออกมาจากแมกซีนได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

   8 ชิ้นสำหรับการแต่งแรงครับ ที่เหลือก็แล้วแต่สูตรใครจะประยุกต์ได้แค่ไหน นอกจากนี้ยังมีวิชามารที่เรียกกันว่าอุ่นแมก คือการให้ความร้อนกับแมกกาซีนเพื่อให้ความดันที่มีอยู่เพิ่มขึ้น วิธีนี้ส่วนใหญ่ทำไว้เป็นจำอวด มันแรงได้ไม่เท่าไหร่พออุณหภูมิกลับมาเท่าเดิมมันก็เหมือนเดิม ทว่าเป็นอันตรายมาก เพราะอุ่นแมกผิดๆ อาจระเบิดได้ เคยมีเคสที่ไม่โทษว่าวาร์วเติมไม่ดี เติมแล้วเกลียวรูด  หรือไม่ก็แกนวาร์วเติมหลุด ส่วนหนึ่งมาจากการอุ่นแมกนี่แหละครับ การออกแบบปืนมามันสามารถทนแรงดันได้ เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น เราไปเพิ่มมันเข้ามากๆปืนมันก็แตกซิเนอะ !
    นอกจากนี้ปืนแรง ถ้าให้ดีมันต้องเสถียรเพื่อการบิงที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากเรายิ่งใช้แกสแรง อายุปืนมันก็สั้น หากเราแต่งเพื่อเร่งแกสให้ออกมาก มันก็ยิงได้น้อย หากเราแต่งให้ความดันแกสออกไว แมกก็เย็นไว ความแรงนัดแรกกับนัดสุดท้ายก็จะต่างกันมากเกิน เพราะฉะนั้น บทนี้หลังจากนำไปทำตามแล้วอย่าลืมเรื่องความเสถียรและประสิทธิภาพด้วยก็จะดีครับ

    บทที่ 3 :  แรงแล้วแม่นไหม  ถ้าย้อนกลับไปสมัยก่อนจะมีขนาดลูกกระสุนให้เล่นคือ 0.12 / 0.20 / 0.25 ซึ่งโดยส่วนใหญ่มีขาย 0.20 เป็นที่กว่างขวางเสียมากกว่า ผิดกับสมัยนี้ลูก 0.50 ยังมีให้เล่นเลย  ยังไงผมขออนุรักษ์นิยมนิดนึง ถ้าเรายืนบนฐานของลูก 0.20 ความแรงปืนที่สูงมากกับลำกล้องสั้นๆ มันจะทอนความแม่นปืนไปมาเพราะอะไร เพราะ
    “ขนาดลำกล้องที่สั้นความดันแกสมีที่ให้เดินทางน้อยก่อนจะสลายตัวไปกับอากาศทำให้แรงส่งลูกที่มากนั้นยังไม่เสถียร เพราะปืนแรง หรือ แรงดันเยอะ พอเวลาความดันคายออกมาปากลำกล้องมันจะส่งผลให้ลูกกระสุนเปลี่ยนทิศทางตลอดเวลา “
   ซึ่งการแก้ไข อย่างแรกเลยผมมักบอกว่าอยากแม่น ง่ายๆ หาท่อยาวๆมาใส่ครับ เพราะแรงดันปลายกระบอกมันเหลือไม่เจอทำให้ลูกกระสุนสมารถทนแรงที่เหลือได้โดยไม่เปลี่ยนทิศทาง หรืออย่างหลังขนาด่อเดิมแต่งให้ปืนแรงสัก 330-340 หลังจากซีลลมแล้ว เพราะแรงอัดมันจะมีพอดีกับลำกล้องทำให้เมื่อดันส่งลูกออกไปแรงดันที่เหลือไม่ทำให้ลูกเขวไปในทิศางใดได้ง่ายๆ
   แต่ในปัจจุบันมีลูกกระสุนขนาดหนักออกมาหลายเกรด ตั้งแต่ 0.23-0.50 ซึ่งความหนักของกระสูนมักเพิ่มขึ้นตามความแรงปืนเพื่อเพิ่มความแม่นให้ปืนเพราะว่าลูกที่มีน้ำหนักมาก มักจะทนทานต่อแรงอัดที่เหลือได้มากเช่นกัน ทำให้ความเขวของลูกลดน้อยลงแม้แรงดันจะเหลืออกที่ปลายกระบอกมากก็ตาม

   ส่วนตัวผมเองนั้นจะแต่งปืนที่แรงประมาณ 320 กับขนาดน้ำหนักลูก 0.25 (แรง350 ที่ 0.20) เพราะผมทดลองแล้วประสบความสำเร็จในระยะ 8-9 เมตรเป็นอย่างดี แต่ต้องซีลลมให้สนิท ฟิกซ์บาเรลให้นิ่ง และท่อรีดลมดีดี
   ซีลลมรู้จักแล้ว แต่ฟิกซ์บาเรลคืออะไร คำนี้มาจาก Fixed Barrel แปลตรงตัวเลยคือ การทำให้ท่อ(Barrel) ไม่ขยับหรือเคลื่อน(Fixed)

เพราะ 1911 ใน BB Gun แพทเทิร์น Marui จะถูกออกแบบให้แกนคันค้างยึดที่ชุดฮอปกับโครงปืนเพื่อล็อคลำกล้อง
แต่จะทำท่อนอกเพื่อให้ตัวได้ เมื่อไสลด์ถอยหลัง ท่อนอกจะลดตัวทาง Chamber เล็กน้อย เพื่อให้เกิดการกระดกคล้ายของจริงครับ
(แต่ของจริง การกระดกของ Barrel มันเป็นชิ้นเดียวกัน)

ซึ่งการทำให้ลำกล้องนอกไม่ขยับ จะช่วยเรื่อง
1. การเสียดสีของไสลด์กับ Chamber จะลดลงครับ เพราะ ท่อนอกจะเกิดการลดตัวลงเพื่อกระดก ขอบไสลด์ด้านช่องคัดปลอกจะไปขูด Chamber ทำให้สีถลอกครับ
2. รูปแบบปกติเมื่อ Chamber ลดตัวลง มีสิทธิ์ทำให้ไสลด์ทิ้งตัวลงกับรางเล็กน้อย ทำให้เวลาเคลื่อนที่กลับมา โครงสูบจะไปขัดกับนกสับ
3. จากข้อสอง เมื่อเรา Fixed Barrel แล้ว ทำให้ไสลด์ปืนสามารถวิ่งบนรางปืนได้นิ่งขึ้นครับ


สุดท้าย Fixed Barrel จะถูกเรียกเมื่อเราทำให้ลำกล้องไม่ขยับ ซึ่งใครจะทำแบบไหนก็ได้ เรียกได้เหมือนกันทั้งหมด
แบบเก่าสุดเลยคือ การใช้เทปสายไฟพันท่อในเพื่อไม่ให้ชุดฮอปเคลื่อนตัวเข้าไปได้อีก
ต่อมา มีการออกแบบท่อให้เต็มขึ้นแล้วยึดตัวหนอน คือใส่ชุดฮอปไปแล้วยังไงก็บยับไม่ได้
ต่อมา มีการประยุกต์เล็กน้อย ใช้เทปพันท่อเสริมบ้าง กระดาษกาวบ้าง กาวยางบ้าง หลักการเหมือนกันหมด

   ส่วนตัวผมเองใช้แหวนทองเหลือง มิลลิ่งใ้เข้ารูปทรง ล็อคสนิทดี หรือแบบประหยัด หาแอร์เก่าๆที่เค้าทิ้งแล้ว หรือเอายางตรงท่อที่เติมแกสจะมีอยู่ 8 วง ใช้ 4 วง ปืนนิ่งนักแล

   ส่วนท่อรีดลมดีดี คือท่อที่มีความกว้างภายในแคบครับ 6.03 6.01 อะไรก็ตามแต่   แต่ท่อยิ่งเล็กมักเลือกลูกเพราะอะไร เพราะลูกกระสุนทั่วไปความโตลูกมันจะตกประมาณ 5.95-5.98 มิล ครับ ลูกยี่ห้อดีดีจะอยู่ที่ 5.95-5.96 มิล  ถ้าเราใส่ท่อ 6.01 บางทีไปเจอลูกที่มัน 5.98 มันก็ติดท่อได้ครับ ความแต่งแค่ 0.01 มันมีผลเยอะครับกับพวกนี้ ท่อรีดมันดีอย่างไร มันดีตรงที่ลมรั่วจากความต่างระหว่างท่อกับลูกกระสุนน้อยลงครับ ทำให้การประคองลูกจากแรงดันเป็นไปได้ราบรื่นกว่า เพราะถ้าช่องห่างเยอะ แรงดันจะเล็ดลอดออก และแรงดันเหล่านี้จะทำให้ลูกกระสุนปั่นผิดทิศทางได้ ทำให้ในแต่ละลูกมันจะเดินทางออกมาต่างกัน ส่งผลให้ความแม่นลดลงครับ

      สรุปนะครับ หลังจากทำมาหมดแล้ว ถ้าปืนแรงมาก ใช้ลูกให้หนักขึ้นด้วย ถ้าปืนแรงน้อยลูกอาจไปไม่ถึง เดินทางสายกลางเป็นดีที่สุดครับ ใครใคร่แต่ง แต่ง ทว่าทำเพื่อความสุขแต่ไม่เกิดความทุกข์ก็เพียงพอครับ

  (เดี๋ยวมาต่อให้ครับ ยังอีกยาว บทที่ 4 เรื่องความทนทาน)
บันทึกการเข้า

ข้าฯ แผ่นดิน Chaiwat_j1975
Line ID : chaiwat307 , chaiwat707
0956709xxx , KTB.4040401xxx
เมือง กาฬสินธุ์ ปอลิง:เล่น/ขาย แต่ปืนปลอม สงสัยโทรมาถามก่อน
Chettawat Thongnak
ทหารฝึกหัด

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 2 : Exp 38%
HP: 0.2%



อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 11, 2014, 11:57:47 PM »

อ้าว น้องคนนี้อยู่แถวบ้านผมนะคับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2014, 12:06:37 AM โดย Chettawat Thongnak » บันทึกการเข้า
ศักดา ดีพัฒน์
เราจะ ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน
นายพัน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 677

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 21 : Exp 11%
HP: 0.2%

28519
อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2014, 08:26:20 PM »

ไม่ปักหมุดดีนัก ฝากซ่ะเลย  By

เหตุผลการตั้งกระทู้แนะนำ เพื่อลดภาระการให้คำแนะนำบางส่วนเท่านั้น อะไรนอกเหนือนี้ยังคงโทรถามได้ตามปกตินะครับ
พอดีช่วงนี้การงานขยับขึ้น ธุรกิจเล็กเริ่มอยู่รอด และกำลังทำเพิงขายอาหารเล็กๆ เงินทั้งหมดมาจมกับวงการนี้นี่แหละครับ

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า สิ่งที่ให้ความรู้ไปขอให้แต่ความรู้ที่ตกผลึกแล้วนะครับ อาจไม่ครบครันเท่าที่ควร แต่ขอฝากประสบการณ์ไว้ให้มือใหม่ๆในกระทู้นี้แล้วกันครับ และต้องขอบคุณพี่ๆที่ให้กำลังใจจนเกิดกระทู้นี้มาครับ ชีวิตจริงผมอายุไม่เยอะครับ แต่กับปืนแล้วผมก็มากพอควร อะไรที่ผิดแจ้งแก้เลยครับ อะไรอยากเพิ่มโพสไว้เลยผมดึงมาแปะให้

ถ้าผมไปขัดคอการขายของอะไรใครผมต้องขอโทษนะครับ ผมเองก็เป็นพ่อค้า ผมอยากขายของที่ซื่อตรงที่สุดครับ ไม่อยากมีลูกเล่นเหมือนที่โดนกระทำอยู่ทุกวันนี้

   ผมจะขออธิบายว่า Part 1 : กระทู้นี้จะพูดถึงปืนรุ่นต่างๆที่ยังพอหาได้ในตลาดทุกวันนี้นะครับ  ข้อดี ข้อเสียที่พบเอง การพึ่งพาอะไหล่ เพื่อการตัดสินใจซื้อเบื้องต้นครับ (ส่วนที่ผมได้เรียนรู้มาจากท่านอื่น ขอให้ท่านนั้นได้ลงเองนะครับ)
Part 2 : จะเน้นไปที่เรื่อง 1911 ครับ
Part 3  : รอพี่ๆท่านอื่นมาเสริม แล้วผมจะเอามาลงให้ครับ

ทุกกระบอกจะกล่าวถึงปืนยิงลูก BB นะครับ ลูกเบอร์1 ผิดกฏหมายไม่พูดถึง

 Part 1 : ปืนสั้น  
   ปืนสั้นในตลาดทุกวันนี้ที่พอจะหาเล่นกันได้ง่ายๆมีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ บางทีรูปทรงเดียวก็มีหลายระบบ ฉะนั้นผมขอพูดถึงยี่ห้อดังนี้ครับ (หลังจากนี้จะเรียกชื่อในวงเล็บนะครับ ถ้าไม่มีวงเล็บจะเรียกชื่อเดิม)
1.Tokyo Marui (TM) //2.  Bell (EG) //3. Meister //4.Kuan Ju Works (KJ)  //5. Wei yi Tech (WE) //6. Cobra // 7. KSC Corporation (KSC) // 8. Army (R)  // 9.Golden Horse(GH) // 10. Tercel // 11. Socom Gear (SG) // 12. HK // 13. Gun heaven หรือ Wingun (WG) // 14. ASG // 15. Xuelang //16. ACM
ส่วนยี่ห้ออื่นๆ Tanaka /Marushin /Maruzen /Western Arms/KTW/HFC/KWC /MGC /Classic army/VFC รอท่านผู้รู้มาช่วยเสริมครับ

ฐานการผลิต แบ่งได้ดังนี้ครับ จีน-ไต้หวัน-ญี่ปุ่น ซึ่งจะเรียงกันไปตามความรู้สึกที่คิดว่าระบบดีน้อย ไปหา ดีมาก ครับ
จีน : ตระกูลEG , ตระกูลR ,Meister ,Cobra ,GH ,Tercel , Xuelang , ACM
ไต้หวัน : KJ , WE , SG ,HK ,WG ,ASG, KSC
ญี่ปุ่น : TM
ความโดดเด่นของจีนคือมักทำปืนสั้นที่เป็นโลหะออกมาเพื่อรับตลาด และมักมาในราคาที่ถูก แลกกับวัสดุที่มีต้นทุนถูกเช่นกัน


 เริ่มจากจีน  
 ตระกูล EG มีสินค้าคือ EG707 EG712 EG720 EG723 EG724 EG728  

    EG707  เป็นปืนทรง Baretta ที่เอาต้นแบบมาจาก Tactical master ยำรวมกับเจ้า Samurai edge ของ TM  เฟรมมีรางใส่อุปกรณ์ ศูนย์หลังแบบดั้งเดิม ประกับหุ้มยันก้นแมกและมีโลโก้ กระดิ่งติดอยู่ เป็นปืนที่ออกมาในยุคที่ BB gun กำลังรุ่งเรื่องเรื่อง จึงถือว่าราคาถูกมาก แต่ปัจจุบันหายากแล้ว
    มีออกมาหลายเวอร์ชั่นมีทั้งแบบมีมาร์กกิ้งและไม่มีมาร์กกิ้ง ปัญหาที่เจอกันบ่อยคือการฟิตติ้งจากโรงงานที่ไม่มี และการลอกเลียนแบบมาทั้งหมดทำให้ปืนรุ่นนี้ปรับ Hop up ไม่ได้ และปัญหาเซฟทางขวาชอบหลุดเพราะตัวหนอนที่ทำยึดมาไม่ค่อยดีนัก
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) ตระกูล M92 ของ TM //M92 ของ Xuelang //M9 ของ WE //M9 ของ SG // samurai edge ของ HK

     EG712  ตัวนี้ขอพูดคร่าวๆเพราะไม่เข้าไทย เป็นปืนทรง Mauser M712 "Broomhandle” ที่ลอกแบบมากจาก HFC อีกที เป็นระบบไม่ Blowback ใส่ได้ทั้งแมกสั้นและแมกยาว อะไหล่ใช้กับ HFC ได้เกือบทุกชิ้น

     EG720  เป็นปืนทรง 1911A1 ของจีนรุ่นแรกๆเลยก็ว่าได้ เข้าไทยครั้งแรกราวปี47-48 เป็นพลาสติกทั้งกระบอก แต่เหนียวมากบางกระบอกทนกว่าปืนเหล็กที่มาจากจีนเสียอีก รูปทรงและรูปแบบลอกเลียนมาจาก TM ทุกกระเบียดนิ้ว จึงพูดได้ว่าเอาเครื่องในไปใส่ TM ได้ดีกว่าเจ้า EG723 ที่จะพูดถึงต่อไปเสียอีก ปัญหาที่เจอมักเป็นที่สปริงดันสูบที่ทำมาอ่อนมาก แต่ก็ได้รับการพัฒนาในภายหลัง
   มีออกมาหลายเวอร์ชั่น ส่วนใหญ่มีการพัฒนาตัวแมกกาซีนเพื่อให้สามารถเก็บแกสได้ดียิ่งขึ้น รุ่นแรกๆมาแมกแย่มาก รวมทั้งเซตสปริงทั้งหลายที่ของเดิมจะอ่อนเยิบเสียเหลือเกิน ภายหลังก็ได้รับการพัฒนากันไป

    EG723  ปืนทรง 1911A1 ที่ผลิตออกมาสำเร็จรูปชดเชยความเป็นพลาสติกของ EG720 เข้ามาไทยราวปี 49-50 ลอกแบบ TM มาเหมือนกับเจ้า EG720 เลยทีเดียว
   มีออกมาหลายเวอร์ชั่น ในเวอร์ชั่นแรกๆค่อนข้างผุง่าย แต่ได้ท่อนอกแบบ 2 ชิ้น ที่แยก outer barrel ออกจาก Chamber ที่เป็นที่หากันในตลาดคนสะสม แต่ภายหลังมีการพัฒนาหลายเวอร์ชั่นมากๆ ทั้งแบบมาร์กกิ้งเหมือนจริง รางเต็ม เหล็กรมดำ สีเงิน สีเหลือบทอง ซึ่งหลายรุ่นก็กลายเป็นของหายากไปเป็นที่เรียบร้อย ข้อเสียหาได้ยากกับรุ่นนี้เพราะมีการปรับแต่งจากคนไทยทำให้ข้อเสียหลายๆอย่างในปืนตัวนี้หายไปได้ (จะเขียนต่อใน Part 2) แต่ระบบภายในโดยรวมถือว่าทำออกมาดีมากในระดับราคา สองพันบาทต้นๆ

    EG724   ไม่ใช่ปืน แต่เป็นชุดแต่ง คือชุดแต่งโลหะเพื่อนำมาใส่เจ้า EG720 ราคาสูงมาก เพราะตอนที่ออกมา EG723 ยังไม่คลอด มี 2 เวอร์ชั่น คือ มาร์กกิ้งสีขาว และ มาร์กกิ้งร่องลึก ราคาต่างกันเล็กน้อย

     EG728   ปืนทรง 1911 ที่ทันสมัยขึ้นแบบ MEU เป็นปืนรูปแบบเดียวกับ TM แต่ก็ลอกแบบมาไม่ครบ เพราะเชคเกอร์ด้านหน้าเฟรมไม่มี แต่ชิ้นส่วนอื่นใช้ร่วมกับ MEU / Night warrior ของ TM ได้เป็นอย่างดี
   มีออกมาไม่มีกี่เวอร์ชั่น 2 สีคือ เหลือบทอง และ สีดำ มาร์กกิ้งทำมาค่อนข้างตื้นปาดหายๆ เอามาคัสตอมได้ แต่เนื้องานแล้วไม่ค่อยต่างกับ EG723 สักเท่าไหร่ ในภายหลังความนิยมตกไปที่เจ้า R27 เสียมากกว่า ทำให้ไม่ค่อยได้เห็น EG728 ในไทยมากนัก แต่ก็ยังคงเหลือมากในตลาด
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) สำหรับ EG720 EG723 และ EG728 คือ ตระกูล 1911 ของ TM,KJ //M1911A1 ของ Xuelang บางชิ้น //ตระกูล 1911 ของ WE บางชิ้น //ตระกูล 1911 ของ SG บางชิ้น// M1911a1 ของ GH  tercel และ EG720 //EG728 และตระกูลR ยกเว้น R45ทุกชิ้น ยกเว้นโครงสูบ และเฟรม ที่ต้องมีการปรับแต่งเพื่อรองรับหลังอ่อนแบบ บีเวอร์เทล




 ตระกูล R มีสินค้าคือ R27 R28 R29 R45 R17  

    R27   เป็นปืนทรง MEU ที่ออกมาตีตลาดแข่งกับ EG728 และ Meister MEU ด้วยรูปแบบเดียวกับ TM เหมือนทั้ง 2 ยี่ห้อ แต่ได้ลักษณะที่สวยงามกว่าทั้งภายนอกและภายนอกประกอบกับเฟรมที่มีเชคเกอร์ด้านหน้าเป็นที่ใฝ่หากันหลายท่าน

มีออกมา 2 Generation
   Gen1 ออกมาทั้งหมด 4 สี บ้างก็ว่า 3 แต่ความรู้สึกผมมันบอกว่า 4 สี ความเหมือนของ Gen1 คือ แมกกาซีนสีเงินลายตรง และกล่องกระดาษสีเงิน สีแรกคือสีดำ ลักษณะสีดำ Gen1 จะเป็นสีดำชุบออกเกล็ดคือจะสะท้อนแสงเล็กๆ ลายตรง ต่อมาคือสีเงิน จะเป็นสีลักษณะเดียวกับสีดำเงินจะออกเป็นเกล็ด แมกกาซีนสีเงินลายตรง และอีก 2 สีเจ้าปัญหาคือสีทอง ซึ่งบอกได้ว่ามีความต่างกันคือมีสีทองแบบหายาก และสีทองแบบหาง่าย สีทองแบบหาง่ายคือสีทองที่ออกมาเป็นลักษณะเกล็ดเหมือนสีเงิน สีรุ่นนี้จะไม่ออกทองสุกสกาว แต่จะเป็นเหลือบทองเหมือนเจ้า EG728 ซึ่งคาดว่าเป็นสีที่ทำผิดพลาดมาจากโรงงาน
    ซึ่งสีทองที่หายากจริงแล้วที่เป็น Limited ของ R27 เลยก็ว่าได้ คือสีทองแบบชุบเรียบทั้งกระบอก ซึ่งทำราคาแพงเป็นประวัติศาสตร์ปืนจีนมาแล้ว สีทองแบบนี้จะสุกสกาวและราคาแพงกว่ามาก ในภายหลังมีคนเอาสีทองแบบแรกมาอวดอ้างเยอะ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่สีทองที่ทำออกมาแบบ Limited ดังกล่าว   R27 Gen1 นี้ ได้เป็นที่กล่าวขวัญกันในเรื่องที่ว่า เป็นรุ่นที่นกสับทำมาแล้วยิงแรงที่สุดในบรรดาปืน 1911

   ปัญหาหลัก Gen1 คือ เกลียวแมกชอบรูด ทำให้ตูดระเบิดครับ

   Gen2 ออกมาทั้งหมด 2 สี คือดำและเงิน Gen2 จะต่างกันที่แมกกาซีนจะเป็นสีดำและ กล่องกระดาษสีน้ำตาล โดยรวมทั้ง 2 สีไม่ต่างกับ Gen1 สักเท่าไหร่ ต่างกันที่สีจะทำแบบสีเรียบธรรมดา ไม่ได้ชุบเป็นเกล็ดมุกเหมือนกับ Gen1

ปัญหาหลักของ Gen2 คือ Mol ทำมาไม่ค่อยดีเท่า Gen1 นัก เนื้องานสวยไม่สู้ Gen1

     R28   ปืนทรง 1911  Kimber Warrior เป็นรุ่นแรกที่ทำเฟรมแบบมีรางในตัวออกและระบบที่เรียกว่ารางเต็มเป็นรุ่นแรกๆรองลงมาจาก Meister ระบบภายในทำออกมาเหมือนกับเจ้า R27 Gen2 ไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งทั้ง 2 Gen ของ R28 อออกมาเหมือนกันในทุกส่วน ส่วนตัวติดว่า R27 Gen2 นี่แหละที่มักง่ายเอารูปแบบของ R28 มาทำ แต่ดันไม่ยกรางเต็มมาใส่
   ตัวนี้ออกมา 2 สีคือสีดำและสีทราย ความต่างคือเจ้าตัวสีทรายจะได้ท่อนอกสีดำ ไกปืนสีดำ(ตัวสีดำจะได้แบบสีเงินชุบ)และเมนสปริงมีบ่อแมกในตัว โดยรวมแล้วเป็นปืนที่ทำออกมาดีมากในเรื่องลักษณะและระบบการยิง

    R29   ปืนทรง S70 Gold cup ถือเป็นรุ่นที่ออกมาฮือฮาและยังคงมีคนตามหาอยู่มาก ด้วยระบบที่พัฒนาเพิ่มขึ้นแกะกล่องยิงแรงแบบไม่ต้องเซตเพราะการฟิตติ้งที่ดีกว่า ศูนย์หลังแบบ Elliason เซฟตรงรุ่น ไกปืนตรงรุ่น ที่บรรดานักคัสตอมปืนถูกใจนัก
ออกมาเวอร์ชั่นเดียวข้อดีคือปืนแรงมาก สำหรับปืนจีนแกะกล่อง แต่จ้อเสียน่าจะอยู่ที่แมกกาซีนที่ดันไปใช้รูปแบบแมกของ R45 หรือ Detocins ของ TM มา  ด้วยวัสดุที่ทำไม่แข็งแรงนัก ทำให้มีคนบ่นเรื่องนี้มาก และการที่ปืนจัดลักษณะเฉพาะตัวมาเพื่อให้ปืนแรง ทำให้การใช้ร่วมกับอะไหล่ตัวอื่นมักมีปัญหา แต่ก็เป็นเฉพาะที่ชุดล่างเท่านั้น ชุดบนยังคงใช้ร่วมกับคนอื่นได้

  อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) สำหรับ R27  R28 และ R29 คือ ตระกูล 1911 ของ TM ,KJ //M1911A1 ของ Xeulang บางชิ้น //ตระกูล 1911 ของ WE บางชิ้น //ตระกูล 1911 ของ SG บางชิ้น// M1911a1 ของ GH tercel  EG723 และ EG720 //EG728 และตระกูลR ยกเว้น R45ทุกชิ้น ยกเว้นโครงสูบ และเฟรม ที่ต้องมีการปรับแต่งเพื่อรองรับหลังอ่อนแบบ บีเวอร์เทลที่เฉพาะตัวในแต่ละรุ่น

R45 เสือน้อยแห่ง 1911 มาในรูปแบบของ Detonics ถือเป็น sub-compact หนึ่งเดียวของ 1911 ในบรรดาปืนจีน ออกมาทั้งหมด 3 Gen ต่างกับ R27 ผู้พี่ และชิ้นส่วนใช่ร่วมได้คงมีเพียงชุดยิงเท่านั้น

   Gen 1 ของ R45 ออกมาด้วยสีที่ทนทานทั้งสีดำและสีเงินแบบชุบเรียบ แน่นอนว่าออกมาเป็น พลาสติก ABS นั่นเอง ด้วยการลอกแบบ TM มาเต็มๆ รวมถึงระบบเสริมแม่นของชุดฮอปในรุ่นนี้
   Gen 2 คลอดตามมาติดๆตามกระแสปืนโลหะ คือออกเป็นโลหะมาทั้ง 2 สี ทำเอาตัว ABS หงอยไปเยอะ สียังคงทำมาดีทั้ง 2 สี ซึ่ง Gen 2 และ Gen 3 มีความแตกต่างดังนี้(2และ3) ไกรรอทจะเป็นแบบปิดด้วยหกเหลี่ยมกับแบบแท่งเดียว เฟรมล่างจะมีมาร์กกิ้ง3แถว กับ แถวเดียว แมกกาซีนสีเงินและแมกกาซีนสีดำ และ กล่องสีดำกับกล่องสีน้ำตาล
  อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) สำหรับ R45 คือ Detonics ของ TM และชุดยิงของ 1911 TM tercel EG และ ตระกูล R


 R17  ปืน Glock17 ที่ทำออกมาในรูปแบบของ TM ในทุกสัดส่วน ทีออกมา 6 แบบคือ เฟรมล่างสีดำ สีทราย สี OD  และไสลด์สีเงินในแต่ละสีเฟรม งานทำมาสวยมากมาร์กกิ้งคมทุกจุด แต่ก็มักมีปัญหาเรื่องชุดยิงที่ความทนทานต่ำ ความนิยมจึงไม่แพร่หลายนัก

  อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้)  คือ Glock17 ของ TM  We และ Meister



 ตระกูล Meister มีดังนี้ Glock17 // MEU  

เริ่มจากเจ้า  Glock17 ของ Meister   ออกมาตีตลาดพร้อมกับเจ้า R17 ของ Army แต่ในยกแรกนี้ Meister ทำเอา ต้องนับ 8 ด้วยระบบกลไกที่เสถียรกว่าและความทนทานที่เหนือกว่าเล็กน้อย ทำให้คนเล่น Glock17 ในตลาดปืนจีนมาจับ Meister ซะเป็นส่วนมาก แต่สุดท้ายแล้วก็มักมีปัญหาเรื่องยิงเบาเนื่องจากวัสดุที่ทำมานั้นไม่ค่อยดีนัก

  อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้)  คือ Glock17 ของ TM  We และ R17


   ต่อมา Meister ก็พยายามแหวกตลาดด้วยการทำ   MEU  มาในรูปแบบรางเต็มเจ้าแรกของโลก (มั๊ง) ทำให้เกิดความฮือฮาในหมู่คนเล่น 1911 เป็นอย่างมาก ซื้อกันสะบั้นหั่นแหลก สุดท้ายน้ำตาตกในด้วยความผุของวัสดุที่ทำมาอายุไม่ยืนนัก กลายเป็นผงกันไปทีละชิ้น จนปัจจุบัน ใครที่เหลือครอบครองอยู่ถือว่าโชคดีมาก(อย่าเผลอเอามายิงนะ) เพราะทำออกมาสวยในทุกจุด แต่ระบบกึ่ง WE กึ่ง TM ทำให้สุดท้ายก็จอดสนิท หยุดการผลิตไปที่ 2 รุ่น โดน Army สวนกลับด้วย R27-28  น๊อคคาเวที

ขอสังเกตุว่าเป็น Meister ดูที่ไสลด์ครับ ตัวอักษรจะเหลี่ยมกว่าชาวบ้าน

  อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) คือ ตระกูล 1911 ของ TM ,M1911A1 ของ ,ตระกูล 1911 ของ WE, ตระกูล 1911 ของ SG , M1911a1 ของ GH, tercel  ,EG723 , EG720 ,EG728  บางชิ้นเท่านั้น



 ตระกูล Tercel มีสินค้าคือ M1911A1// Baby Hi-capa //Desert Eagle //M712  

เริ่มจากเจ้า  Tercel 1911  ที่เป็นที่นิยมแพร่หลายเพราะราคาที่ถูกมากกกกก แต่ก็อย่างว่าครับ ไม่ได้แตกต่างอะไรกับยี่ห้อที่กล่าวมาข้างต้นเพียวแต่มันถูกเพราะวัสดุที่ทำมาไม่ได้ ใช้ไปนานเข้าก็ต้องมีชิ้นส่วนล้มต้องเปลี่ยนกันเป็นกิจวัตร แต่อยากบอกว่าถ้าโชคดีหน่อย หรือ มือขึ้นหน่อย Tercel แต่งแล้ว ยิงสนุกมากครับ เป็นปืนราคาถูกที่เหมาะกับมือเก่า (โดยส่วนตัวนะครับ)
   มีออกมาหลาย Genaration มากๆ Gen 1 ออกมาในสีเขียวทหาร สวยมาก ทนมาก สำหรับ Gen นี้ ผมยังถูกใจ   Gen ต่อๆมาออกมาทั้ง ดำล้วน น้ำตาล น้ำตาลไหม้ ดำอมเขียว สีเหล่านี้ภายในแทบไม่ต่างกันครับ เล่นได้ทั้งหมด มีเจ้าสีเขียวทหารที่จะดูดีที่สุด และหาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) คือ ตระกูล 1911 ของ TM  ,KJ, M1911a1 ของ GH,EG723 , EG720 ทุกชิ้น และตระกูล R ,EG728 ,1911 ของ WE, ตระกูล 1911 ของ SGและ Xualang  บางชิ้นเท่านั้น

 Tercel - Baby Hi-capa   ตัวนี้ไม่ขอพูดเยอะครับ เอาว่าถือเป็นปืน ไฮคาปา ทางเลือกเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจาก WE ที่มีแล้ว ก็ไม่เห็นตัวอื่นมี ซึ่งความคงทนของชิ้นส่วนก็ใกล้เคียงกับเจ้า 1911 ครับ แต่แมกกาซีนดูแล้วออกมาดีกว่า 1911 ปัญหาเรื่องรั่วเลยเบาแรงกว่าครับ แต่อย่างว่ายุคสมัยนี้ โอริงหาง่ายครับ ไม่ต้องซีเรียส

   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) คือ ตระกูล Hicapa ของ TM  ตระกูล 1911 ของ WE, SG และ Xualang  บางชิ้นเท่านั้น

 Tercel – Dessert Eagle   มีปืนน้อยมันก็มีปืนโตด้วยเหมือนกันกับ Tercal เนื้องานออกมาเห้นตอนแรกพอใช้ได้ครับ แต่พอมาเล่น เอ๊ะทำไมยิงหน่วงแปลกๆ แค่ลองเปลี่ยนมาใส่สปริงไกรรอทอีกตัวที่เค้าแถมมาให้ก็ยิงดีขึ้นทันตาครับ แต่ก้เนื้องานส่วนตัวผมยังเฉยๆครับ ไม่ได้ดีมาก แต่ก็ดีกว่ายิงพลาสติกก็เป็นได้สำหรับบางท่านที่ไม่ชอบปืนพลาสติกครับ ผมถือว่าตัวนี้เป็นปืนทางเลือกแล้วกันครับ เล่นได้ไม่ขี้เหร่ คนชอบ ชอบเลย คนไม่ชอบ ก็ไม่เอาเลย ปัญหาที่มักเจอ หัวสูบไม่ดี ปุ่มปลดแมกฝืดครับ แต่แก้ได้ ไม่ยาก
  
   อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) คือ TM

 สุดท้ายกับ M712 ของ tercel   นะครับ เป็นระบบ แกส โบลแบค แต่ไม่มีระบบตัดการทำงานเมื่อลูกหมด เป้นปืนที่ยิงแรงตั้งแต่เกิดครับ ด้วยแกสบอมย์เบย์บางกระบอก 350 เลยทีเดียว เป็นปืนยิงสนุป ปัญหาจุกจิกไม่เยอะครับ ส่วนใหญ่แค่หัวสูบบี้เราหาโอริงมาเทียบกก็ได้ แต่เกิดปัญหาใหญ่ทีก็แก้กันหัวบวม คือ เจ้าสปริงโครงสูบครับ ขาดปุ๊บ ชีวิตแทบดับครับ เพราะอย่างนั้น ตัวนี้ผมไม่แนะนำให้เล่นแกสแรงครับ อะรพังซ่อมได้ แต่สปริงตัวนี้ขาด ผมยังหาอะไหล่มาทดแทนมันไม่ได้เลย แต่โดยรวมผมว่าเป็นปืนที่น่าเก็บครับ ลดทิฐิจากเล่นปืนแรงๆใช้ ET-1000 มาใช้แค่บอมเบย์ดูครับ ปืนจะได้อายุยืน



 ต่อมาครับกับ Cobra ซึ่งในภายหลังใช้ชื่อว่า Air Sport ด้วย มีสินค้าคือ F1-007 ถึง 010 และ 1911B-C  
 F1-007   ปืนสั้นรูปทรง Hi-capa ลำกล้อง 4.3 นิ้ว ตัวนี้ออกมา 2 แบบด้วยกัน คือแบบที่ยิงเซมิไอ้อย่างเดียว กับแบบที่ยิง ฟูลออโต้ได้อย่างเดียว แต่ไม่รู้ทำไม ตัวฟูลออโต้ก็หล่นหายจากตลาดโดยไวจนกลายเป็นของแพง เจ้าตัวนี้ออกมา 2 Gen คือยิงแกสธรรมดา กับยิง Co2 และนี่เองกลายเป็นต้นกำเนิดสูบขาว มันมาจากเจ้านี่นี่แหละครับ ถือว่าเหนียวพอควรเพราะทำมารองรับ Co2 ครับ
 F1-008   เป็นการออกเหมือนเจ้า 007 แต่จะมีระบบเซมิเพียงอย่างเดียว มีทั้งสีดำล้วน และทูโทนแต่จะแปลกกว่า 007 ตรงที่มีกล่องลักษณะเป็นกล่องอลูมีเนียมใส่มาให้เลยสำหรับสีดำล้วน แต่ตัวสีเงินจะออกมาในรูปกล่องพลาสติกดำ
 F1-009   มีการแหวกแนวขึ้นโดยการขึ้นเป็น Hi-capa ลักษณะ Kimber Warrior ลำกล้อง 5 นิ้ว แต่จะไม่มีมาร์กกิ้งเหมือนกับ 2 รุ่นแรกที่กล่าวมา มาพร้อมกล่องพลาสติกดำ
 F1-010  เป็นการออกขนาด 4.3 อีกครั้ง แต่ใช้รูปทรงของ 4.3 TM ทั้งหมด ยกเว้นเอากริปมือของเจ้า 009 มาใส่เท่านั้นเอง (ส่วนตัวสงสัย ทำไมไม่เอากริปของ 008 มาใส่ คราวนี้แหละเหมือนTM เป๊ะ) มาพร้อมกล่องพลาสติกดำ
 F1-011   เหมือนออกมาเพื่อตอบคำถามผมด้านบน เพราะเค้าได้จับเจ้า F1-010 มาเปลี่ยนกริปมือเป็นแบบเจ้า F1-008 ทำให้ออกมาเหมือน 4.3 ของ TM เลย และก็มากับกล่องอลูมีเนียมที่หลายคนตามหากันอีกครั้ง
โดยรวมแล้วทุกตัวเนื้องานจะเหมือนกันแทบไม่ต่าง นอกจากเจ้าที่ยิง Co2 ได้จะมีสูบขาวให้มา ซึ่งเป็นที่นิยมของหลายท่าน ปัญหาที่ชอบพบคือหลังอ่อน ไม่สนิท โชคดีก็อยู่ยาว โชคไม่ดี เล่นๆอยู่หลังอ่อนดีดออกมาเลย แต่ปัญหานี้พบไม่มากนัก และแก้ไขได้ไม่ยาก

ทั้ง 5 ตัวนั้น อะไหล่ใช้ร่วมกันได้หมดรวมถึงตระกูล Hi-capa WE และ TM รวมไปถึงของจีนยี่ห้ออื่น และตัว F1-009/010/011 ถูกผลิตออกมาใหม่ในนาม Air sport ที่มีการยิงเลเซอร์เพิ่มเข้าไปเท่านั้น ที่เหลือเหมือนกัน เป๊ะ!

 1911 B   คือการนำท่อนบนของ F1-010 มารวมร่างกับท่อนล่าง 1911แมกแถวเดียว รูปแบบเฟรมมีรางซึ่งถอดได้ ออกมา 2 Gen ต่างกันคือไม่มีมาร์กกิ้งและมีมาร์กกิ้ง Kimber กับ กล่องกระดาษและกล่องพลาสติก
 1911 C   คือการนำท่อนบนของ F1-009 มารวมร่างกับท่อนล่าง 1911แมกแถวเดียว รูปแบบเฟรมมีรางซึ่งถอดได้ แล้วมีมาร์กกิ้ง Kimber มาพร้อมกล่องพลาสติก

ซึ่งทั้ง 2 รุ่นหลังนี้ อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) คือ ตระกูล 1911 ของ TM  , M1911a1 ของ GH,EG723 , EG720 ทุกชิ้น และตระกูล R ,EG728 ,1911 ของ WE, ตระกูล 1911 ของ SGและ Xualang  บางชิ้นเท่านั้น



 ตระกูล Xuelang มีมา 2 รุ่นเท่านั้น คือ 1911A1 และ M92  

   ขอกล่าวรวมเลยครับ สำหรับยี่ห้อนี้ คือ ลอกแบบเจ้า WE มาทั้งหมดเลย ทั้ง 2 รุ่น 1911A1 ลอกมากระทั่งปัญหาแมกบวมและบุชประคองท่อแตก แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการเล่นของตัวเองครับ ส่วนเจ้า M92 ก็ลอกแบบ WE ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับ TM นั่นเอง ทำให้หลายคนชอบนำไสลด์ไปใส่ TM เพื่อที่จะเล่นแกสแรงขึ้น
   ตัวนี้หลายคนคิดว่าออกมาหลาย Gen แต่จะบอกว่า ตัวไหนก็ Gen เดียวกันทั้งนั้นครับ แต่ออกมา 3 รูปแบบ ซึ่งผันไปตามพ่อค้าขายส่งสั่งเข้ามาขาย ต้นทุนเลยไม่เท่ากันคือ ไม่มีมาร์กกิ้ง มีมาร์กกิ้งบางๆ และ แบบมาร์กกิ้งลึกครับ ทุกรุ่นโรงงานผลิตออกมาเหมือนกันหมดไม่มีการปรับแต่ง เพียงแต่เป็นออเดอร์พิเศษจากพ่อค้าขายส่งเท่านั้นครับ
   คนที่ชอบเล่น WE ก็เอาตัวนี้ไปเล่นไม่ผิดหวัง แต่ถ้าใครไม่เล่น WE ก็อย่าเอาไปเลยครับ

สำหรับ 1911A1 อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ (เอาไปใส่ตัวอื่นได้ และเอาตัวนั้นมาใส่ได้) คือ ตระกูล 1911 ของ TM  , M1911a1 ของ GH,EG723 , EG720 ,และตระกูล R ,EG728  บางชิ้น 1911 ของ WE, ตระกูล 1911 ของ SG ทุกชิ้น
  และ M92 อะไหล่ที่ใช้ร่วมกันได้ คือ WE TM และ EG707 รวมถึง ACM บางตัว



 ตระกูล GH มี M912 ตัวเดียว  

   ยี่ห้อนี้ออกมาใหม่ที่มารองรับ EG723 ที่เกิดการย้ายโรงงานและเปลี่ยนยี่ห้อจาก Bell เป็น CS กระแสข่าวมีหลายกระแสว่าใครเป็นผู้ผลิต แต่ข่าวที่ใกล้เคียงสุดน่าจะเป็นการเอา Block ของ EG723V5 มาผลิต ข้อสังเกตุเจ้าม้าทองตัวนี้คือดูมาร์กกิ้งที่ไสลด์ จะเป้นร่องไม่ลึกมาก และตัวหนังสือบรรทัดที่ 2จะเอียงขึ้นเล็กน้อย ส่วนเฟรมจะมีทั้งแบบตี serial และ ไม่ตี serial ทุกอย่างโดยรวมคือ EG723 เกือบทุกประการ ต่างกันแค่การฟิตติ้งที่ต้องมาทำเพิ่มเท่านั้น



 ตระกูล ACM  

   ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า ACM นี้ไม่ใช่ยี่ห้อแต่เพียงอย่างใด แต่เป้นการเรียกปืนนอกกระแสที่ผลิตจากจีนเท่านั้นว่า All China Made มีหลากหลายยี่ห้อเช่นเจ้าแมวน้ำ Seal เป็นต้น รวมถึงปืนอื่นๆเช่น M945 , Pkk/s, DesertEagle, P226, USP เป็นต้น ทุกตัวล้วนแต่ลอกแบบปืนดังๆมาทั้งนั้น ซึ่งปืนนอกกระแสเหล่านี้ผมขอไม่พูดถึงมาก เพราะจะบอกว่า อย่าเล่นเลยครับ เพราะลอกแบบมาเป๊ะจริง แต่วัสดุสู้ไม่ได้เลยรวมทั้งการประกอบและฟิตติ้งมานั้นแย่มาก
   นอกจากตัว   M9 ที่เพิ่งออกมาล่าสุดของ Snow wolf   เป็นตัวที่ลอกแบบ KSC มาเต็มๆ ส่งผลให้น่าเก็บไว้มาทำเพิ่มหรือใช้เป็นอะไหล่ แต่ก็มีหลายท่านที่นำออกมาเล่นแล้วพูดว่า มันคุ้มหว่ะ!!! ส่วนตัว ตำหนิของเจ้าตัวนี้คือมีมากร์กกิ้งว่า Tokyo Marui นั่นเอง ๕๕๕

ข้อมูลโดยป๋าโอเล่ OLE@R.i.P.
   ลืมตัวนี้ไปได้ Glock17/18c มี ของ JG (ขอรวมใน ACM นะครับ) ที่ใช้ระบบ KSC ลอกแบบมาทำ ทำอะไหล่อะไหล่ KSC มีเยอะขึ้นครับ


   นอกจากที่กล่าวมา จุดเด่นของปืนจีนนั้นคือ ราคาถูกครับ ราคามีตั้งแต่พันกว่าบาท จนไม่ถึงสามพัน ซึ่งปืนไต้หวันราคานี้คงหาได้ยากนักแต่ข้อด้อยของมันคืออายุไม่ค่อยยืนถ้าไม่ได้รับการดูแล เนื่องจากวัสดุไม่ค่อยแข็งแรงนักทำให้ถ้าเล่นบ่อยๆปราศจากการดูแลรักษา มันก็ไปไวหล่ะครับ แต่อย่างว่า เล่นของแพงไม่รักษามันก็พัง
   นอกจากนี้การเลือกแกสที่เล่นก็มีผลครับ เพราะการยิ่งใช้แกสแรงมันก็ยิ่งเป็นการทอนอายุปืนไปเรื่อยๆ การแต่งแรงก็ช่วยได้บ้าง แต่ถ้าแต่งแรงแล้วยังใช้แกสแรงอยู่ ปืนมันก็มอดม้วยได้ทุกยี่ห้อ ยิ่งปืนจีนแล้วทุกตัวจะเป็นเนื้อวัสดุแบบ Zinc-alloy นอกเสียจากว่าคุณเอารางรถไฟมาทำปืนนั่นแหละครับ ๕๕๕

eAaRTee(artherius)


คลังความรู้ที่ควรศึกษาครับ
บันทึกการเข้า

ศักดา ดีพัฒน์ ธนาคารกรุงเทพ ออมทรัพย์ เลขที่ 1860230109
T.0911252086 สำรอง 0815673115
เปิด 8.00 น.ถึง17.00น.หลัง5โมงPMครับ
หน้า: 1 [2] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ไม้เทียม | นำเข้าสินค้าจีน

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!