
ช่วงนี้ประเทศไทยโดนมรสุมถล่มเข้าไปหลายลูกทำให้น้ำท่วมแล้วกว่า 26 จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดอยุธยาซึ่งกลายเป็นเมืองบาดาลเลยก็ว่าได้ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหากับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะรถยนต์สุดที่รักของท่านเอง โดยเฉพาะเมื่อเจอสถานะการณ์น้ำท่วมอย่างนี้ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ควรลุยหรือควรจะจอดรถไว้ ถ้าเลือกที่จะลุยต้องปฏิบัิติอย่างไรบ้าง ตอนนี้เว็บเรามีวิธีประเมินสถานะการณ์และเทคนิควิธีขับรถเมื่อจำเป็นต้องลุยน้ำท่วมมาฝากครับ
1.ประเมินสถานการณ์ ข้อสำคัญข้อแรกก่อนลุยน้ำท่วมคือประเมินสถานการณ์ที่ถูกต้องกับระยะทางที่ น้ำท่วม ระดับความลึก ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้จากรถคันที่สวนมาหรือคันข้างหน้า ตลอดจนความเชี่ยวของน้ำ ก็ล้วนเป็นปัจจุบันสำคัญที่คนขับนั้นจำเป็นต้องรู้ ตามปกติแล้วเรามักจะให้คำแนะนำว่ารถแต่ละประเภทนั้นสามารถลุยน้ำได้ในระดับ ประมาณ ครึ่งล้อของรถคันนั้นๆ ถือว่าเป็นระดับที่ยังปลอดภัยอยู่ แต่ถ้าเกินกว่านั้น ก็เป็นเรื่องราวของการมีความเสียงต่อการเดินทาง อาจจะตายกลางทางท่ามกลางกระแสน้ำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปไม่ได้เสียเลย
2.เตรียมตัวเปียกกันได้ เมื่อ เราประเมินสถานการณ์เรียบร้อย คำนวนอย่างว่องไว และเราตัดสินใจว่า เราจะมุ่งหน้าต่อไปยังทางที่น้ำท่วมข้างหน้า ก็ได้เวลาที่เราจะเตรียมพร้อมในการลงน้ำ โดยปกติแล้วที่เราเห็นเรามักจะขับรถลงไปเฉยๆ แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะน้ำมีมวลและความหนาแน่นมากกว่าอากาศ ดังนั้น เมื่อเราขับรถลุยน่ำเราจำเป็นต้องลงเกียร์ต่ำ โดยใช้เกียร์ 1 สำหรับรถเกียร์ธรรมดา และ เกียร์ L สำหรับเกียร์อัตโนมัติ และที่สำคัญห้ามลืมคือปิดระบบปรับอากาศ เพราะการทำงานของระบบปรับอากาศนั้น ในรถบางรุ่นที่เป็นพัดลมแยก ทำให้มันตีน้ำไปสู่ชิ้นส่วนต่างๆ วึ่งหากแจ๊คพอทไปโดนพวกระบบจุดระเบิดก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณได้ลอยคอกลาง น้ำท่วมแน่ๆ
3. Walking Speed เรื่องสำคัญ ใน การลุยอุปสรรคต่างๆนั้น โดยเฉพาะเมื่อน้ำท่วมนั้น การใช้ความเร็วต่ำเป็นเรื่องสำคัญ และเจ้าความเร็วรถยนต์ในรอบเดินเบาะ หรือที่ทางเทคนิคนั้นเรียกว่า Walking Speed ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับรถลุยน้ำท่วม การใช้ความเร้วรอบเดินเบานั้นมีข้อดีที่ความเร็วสม่ำเสมอคงที่ ทำให้แรงดันในท่อไอเสียมีความคงที ซึ่งเมื่อมีแรงดันคงที่น้ำก็จะไม่สามารถไหลย้อนเข้าไปได้ ทำให้เครื่องยนต์นั้นไม่ดับกลางทาง
บางครั้งในกรณีที่การจราจรหนาแน่นและรถเคลื่อนตัวช้ามาก พยายามใช้การเว้นระยะห่างประมาณ 1-2 ช่วงคันรถ เพื่อให้เราสามารถเคลื่อนตัวไปได้อย่างช้าๆ แต่สม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงในการตายกลางทาง
4.คลื่นน้ำ ตัวอันตราย.. ปัญหาสำคัญของการขับรถลุยน้ำนั้นไม่ได้เกิดจากตัวน้ำ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากเพื่อนร่วมทางทั้งคันหน้า หรือรถที่สวนมานั่นเอง คลื่นเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เมื่อเราต้องขับรถลุยน้ำ แต่เราต้องพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะคลื่น ซึ่งสามารถเกิดระดับน้ำที่สูงผิดปกติ สามารถทำอันตรายต่อชิ้นส่วนเครื่องยนต์ โดยเฉพาะการเข้ากรองอากาศ ซึ่งอาจทำให้น้ำถูกดูดเข้าไปยังเครื่องยนต์นั้น นับว่าเป็นเรื่องสำคัญ อีกประการคงไม่พ้น การทำอันตรายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะ กล่องประมาลผลหลัก ที่หากเกิดการช๊อตก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าได้ตายกลางทางแถมยังมีค่าใช้จ่ายอีก บานตามมาแน่นอน
5.เร่งเครื่องสูง..เรื่องนี้ไม่จำเป็น หลายคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการขับรถลุยน้ำว่า ต้องเร่งเครื่องสูง เพื่อทำให้น้ำไม่สามารถเข้าท่อไอเสียได้แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นเรื่องไม่ ถูกต้อง ทุกครั้งที่คุณขับรถโดยมีการเร่งเครื่องสูงนั้น เมื่อรอบเครื่องต่ำลงจะทำให้เกิดแรงดันที่น้อยลงในท่อเสีย ผลคือเกิดแรงต้านน้ำลงทำให้น้ำทะลักเข้าท่อไอเสียและสามารถทำให้เครื่องยนต์ ดับได้
อีกข้อสำคัญนั้นก็คือการเร่งเครื่องทำให้เกิดความร้อนสะสมในเครื่องสูง แต่ด้วยเราวิ่งอยู่ในน้ำทำให้เครื่องยนต์ที่ร้อนถูกระบายความร้อนอย่างรวด เร็ว ซึ่งทำให้เครื่องยนต์บางประเภทอาจจะปรับตัวไม่ทันแบละสุดท้ายลากลับบ้านเก่า ที่ยังไม่นับระบบระบายความร้อนหม้อน้ำที่จะทำงานเมื่อความร้อนในหม้อที่ถ่าย เทจากเครื่องยนต์สูงด้วย
6.ลดการใช้เบรกในพื้นที่น้ำท่วม เรา ไม่ปฏิเสธว่าเบรคคือสิ่งเดียวที่ทำให้รถหยุด แต่ในการขับในพื้นที่น้ำท่วมนั้นการใช้เบรกอาจะทให้อันตรายในภายหลังได้ โดยเฉพาะอาการเบรกลื่นซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเบรกมีความชื้นสูงหรือเปียกน้ำ ดังนั้น พยายามลดการใช้เบรกในบริเวณน้ำท่วม โดยอาจจะใช้การชะลอความดร็วแทนเมื่อประกอบกับแรงต้านจากน้ำ รถของคุณจะมีเฉื่อยลงอย่างรวดร็ว แต่หากเลี่ยงไม่ได้ในภาวะการจราจรคับคั่งในพื้นที่น้ำท่วมก้ให้ใช้เบรกได้ แต่เมื่อพ้นพื้นที่น้ำท่วมให้ย้ำเบรคบ่อยๆ เพื่อไล่ความชื้น และหลีกเลี่ยงการใช้เบรกหนักๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ทั้ง6 ข้อ นี้เป็นทริคในการขับขี่ผ่านพื้นที่น้ำท่วมในสภาวะการณ์ต่างๆ ทว่า ข้อสำคัญสุดนั้นคงไม่พ้นการประเมินสถานการณ์ที่ต้องรู้จักรถเราว่า ขนาดไหนที่จะไปได้ และประมาณไหนที่เราจะไม่สามารถไปได้
การดูแลรถหลังจากเจอสภาพน้ำท่วม
ช่วงนี้หันไปทางไหนก็ ดูท่าว่าจะเจอแต่ข่าวอุทกภัยที่กำลังใกล้เข้ามา และนี่นับเป็นเหตุการณ์ที่บางครั้งไม่สามารถเลี่ยงได้ ทว่า เราสามารถป้องกันได้ โดยการผ่อนหนักเป็นเบา ถ้าหากคุณรู้จักเตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
การดูแลทรัพย์สินในช่วงน้ำท่วมนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับรถ ยนต์ ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยในชีวิตประจำวัน สำหรับปัจจุบัน ซึ่งหากคุณกำลังจะเจอภัยน้ำท่วมสิ่งต่างๆต่อไปนี้ เป็นคำแนะนำจากเราในการดูแลรถของท่าน
ก่อนภัยจะมา
ถ้าเป็นไปได้อย่างที่เราบอกการเตรียมรับมือน้ำท่วมนั้นถือว่าเป็นเรื่อง สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์นั้นการไม่ให้รถนั้นโดนน้ำท่วมก็ย่อมเป็นทางออกที่ ดีที่สุด การหาที่จอดปลอดภัยที่พ้นจากระดับน้ำนั้นทำให้รถไม่เสียหาย แต่ก่อนเอารถไปจอดก็พยายามดูด้วยการที่เราจอดรถทิ้งไว้ในจุดนั้นจะปลอดภัย จากรถหายหรือไม่ ที่สำคัญของมีค่าทั้งหลายเอาออกจากรถ และล็อคระบบป้องกันต่างๆให้เรียบ เพื่อป้องกันการโดนงัดหรือขโมยรถยนต์
เมื่อน้ำท่วม
หากคุณไม่มีเวลาที่จะหนีน้ำได้ทันแต่น้ำนั้นยังไม่ขึ้นสูงมากพอที่จะทำ ให้ของคุณจมไปทั้งคันได้นั้น ให้คุณดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ก่อนที่จะสายเกินไป
1.ครอบท่อไอเสีย ใน กรณีที่น้ำมีโอกาสขึ้นสูงจนสามารถท่วมรถเกินครึ่งคันนั้นให้คุณ นำถุงพลาสติกมาครอบท่อไอเสียเอาไว้เพื่อป้องกันเข้าไปยังท่อไอเสีย โดยเฉพาะใครที่ชอบใส่ท่อแต่ใหญ่ๆควรรีบจัดการโดยเร็ว
2.อุดท่อในชุดกรองอากาศ เมื่อจัดการท่อไอเสียเสร็จแล้วก็ให้มาจัดการทางเข้าอากาศที่อยู่ในหม้อกรอง อากาศกันต่อตรงนี้ ให้คุณใช้วิธีขยำกระดาษแล้วห่อด้วยถุงพลาสติดใสขนาดพอดีท่ออากาศยัดเอาไว้ โดยให้อุดท่อที่อยู่ก่อนเข้าตัวแผ่นกรองอากาศ ซึ่งจะทำให้น้ำไม่สามารถไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้
3.ถอดขั้วแบตเตอร์รี่ เมื่อ ทำ2อย่างเสร็จแล้ว สิ่งที่ไม่ถูกกับน้ำนั้นคือไฟฟ้า และเราแนะนำให้ถอดขั้วแบตเตอร์รี่ออกเพื่อลดความเสียหายจากภัยน้ำท่วมที่จะ เกิด ใน กรณีนี้สำคัญมากสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ให้สอบถามยังศูนย์บริการใกล้บ้านก่อนว่าจะสามารถถอดแบตเตอร์รี่ได้หรือไม่ เพราะรถบางรุ่นต้องการไฟไว้เลี้ยงระบบ ข้อนี้สำคัญมากห้ามลืม
4.กล่องคอมพิวเตอร์ตัวนี้น่ะสำคัญ รถยนต์ในปัจจุบันนั้นมีการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์เสียส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้มันมีหน่วยประมวลผลที่เรียกว่ากล้องคอมพิวเตอร์ หรือ ECU (Electonics Control Unit) ที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อนหากถูกน้ำท่วม ในการป้องกันนั้น ให้ทำการครอบด้วยถุงพลาสติก หรือในรถบางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นเก่าสามารถถอดเก็บไว้ได้ แต่ในกรณีรถรุ่นใหม่นั้น สอบถามรายละเอียดให้ดี เพราะอาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ แต่ความจริงแล้วกล่องพวกนี้ทนน้ำในระดับหนึ่ง แต่ถ้าน้ำท่วมระดับสูงก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน
5.คลุมรถด้วยผ้าคลุมกันน้ำ ผ้าคลุมรถบางรุ่นนั้นมันมีคุณสมบัติที่สามารถจะกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ลดความเสียหายโดยเฉพาะในห้องโดยสารได้พอสมควรเลย ทางที่ดีไปหามาไว้สักอันก็ดีเหมือนกัน และอย่างลืมผูกให้แน่นรัดให้แนบชิดรถมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทั้ง 5 ข้อ นี้สามารถช่วยให้รถของคุณปลอดภัยจากความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ไม่มากก็น้อย แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับกระแสน้ำและระดับน้ำด้วยสูงขึ้นมากน้อยเพียงใด เพราะน้ำยิ่งสูงยิ่งมีแรงดันมาก ทำให้ไม่ว่าเราจะป้องกันดีแค่ไหน ก็อาจจะยังเสียหายอยู่ดี