ทหารรับจ้างเดนตาย เรื่องของทหารรับจ้างชาวไทย ในสมรภูมิลาว งานเขียนของสยุมภู ทศพล

<< < (195/264) > >>

ddd:
ขอบคุณครับบบบบบบบบบบบบบบบบบ

jim@รักบ้านเกิดครับ:
เรื่องดับรามสูร  นวนิยายยอดฮิต จาก ไทยรัฐ โดย สยุมภู ทศพล

ขอขอบคุณและขออนุญาติเผยแพร่หนังสือดีๆไม่ให้หายสาปสูญไป    ขอขอบคุณ  คุณ  สยุมภู  ทศพล

ผมขอขอบคุณร้าน สุหนังสือเก่า  http://www.su-usedbook.com/  ที่ให้ยืมหนังสือเรื่องนี้ด้วยนะครับ

ดับรามสูร เล่มที่ 2 ตอนที่ 42

     ผู้กองอังคารก้มหน้าลงไปจนเกือบชิดหน้าของเจ้าเรือง  พยายามสังเกตดูอากัปกริยาของยอดอันธพาลด้วยความพินิจพิจารณายิ่งกว่าทุกครั้ง  ลมหายใจที่แผ่วเบาเหมือนกับคนนอนหลับ  และนัตย์ตาที่หรี่จนแทบสนิท  ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า  ขณะนี้มันกำลังตกอยู่ในสภาพที่คล้าย ๆ กับคนโดนยาสลบในขณะที่ได้รับการผ่าตัดไม่มีผิด

     " -เรืองลื้อมีความผิดอะไรถึงโดนไล่ออกจากทหาร "

     ผู้กองอังคารถามต่อไปอีกด้วยน้ำเสียงที่เน้นหนักยิ่งกว่าครั้งแรก

     " -ไม่ได้โดนไล่ออก  ผมถูกบังคับให้ลาออก...ผู้กองอังคารเป็นคนที่ทำให้อนาคตของผมดับวูบลง "

     คราวนี้เจ้าเรืองสวนตอบออกมาเหมือนกับจะมีอารมณ์เคียดแค้นอยู่ข้างใน

     " -มีใครบ้างที่ร่วมมือกันปล้นซีแลนด์ที่อำเภอปากช่อง "

     " -มีผม...ผู้กองอังคาร...ไอ้โล้น...แล้วก็ไอ้แสบ...ผู้กองอังคารหักหลังเชิดซีแลนด์ไปหมดทั้งขบวน "

     ยังไม่ทันจะสิ้นคำตอบของเจ้าเรือง  นอร์แมนก็หันมาสะกิดผู้กองอังคารเบา ๆ แล้วกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน

     " -เข้าหาเป้าหมายได้เลย...ผู้กอง...ผมอยากทราบเรื่องรูปถ่ายของมัน "

     ยังไม่ทันที่ผู้กองอังคารจะตอบ  ทุก ๆ คนที่อยู่ในห้องก็ได้ยินเสียงไซเรน  ดังประสานเสียงแว่ว ๆ อยู่เบื้องนอก  แล้วพร้อม ๆ กับปรากฏแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นที่เครื่องวิทยุ  ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะขนาดเล็กที่มุมห้อง  จนทุก ๆ คนต้องหันไปดูเหมือนกับนัดกันเอาไว้

     " หัวหน้า...วิทยุ "

     " ชาติ-เกรียงไกร "  ซึ่งยืนอยู่ใกล้กับ  " นอร์แมน "  อุทานขึ้นมาด้วยท่าทางร้อนรน

     นอร์แมนบุ้ยใบ้ให้ชาติไปที่เครื่องวิทยุ  แล้วหันกลับมา  ยกมือห้ามมิให้ผู้กองอังคารถามเจ้าเรืองต่อไปอีก

     ชาติ-เกรียงไกร  กระโจนพรวดไปที่เครื่องรับส่งวิทยุ  ดึงปากพูดออกมาจากที่แขวน  ทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่เร็วไปกว่าต้นทางที่สวนคำพูดเข้ามาเสียก่อน

     " -สตริงเรย์จาก-เอ็กซเรย์  เปลี่ยน "

     " -เอ็กซ์เรย์จากสตริงเรย์  มีอะไรว่ามาเลย "  ชาติตอบกลับไปแทบจะไม่หายใจ

     " -สตริงเรย์...พวกผมเข้าไปในตัวตึกของมันได้เพียงแค่เรือนกระจก...ได้หลักฐานหลายชิ้น  ก็พอดีตัวตึกเกิดเพลิงไหม้เสียก่อน...สงสัยจะเป็นระเบิดเพลิงเพราะลุกไหม้รวดเร็วเหลือเกิน "

     เสียงรายงานดังออกมาจากลำโพงขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ เครื่องวิทยุ  นอร์แมนกระโจนพรวดเข้าไปคว้า  " ปากพูด "  จากมือของชาติ  แล้วกรอกคำสั่งลงไปอย่างเฉียบขาด

     " - เอ็กซ์เรย์  พาทีมงานออกจากตัวตึกของพวกมันเดี๋ยวนี้...ระวังจะปะทะกับตำรวจดับเพลิงและตำรวจท้องที่หลักฐานทุกชิ้นพร้อมที่จะให้ตรวจสอบในเวลาสิบหกนาฬิกาที่สถานีกลาง...เลิกกัน "

     นอร์แมนค่อย ๆ วางปากพูด  หูฟังลงบนที่แขวนผู้กองอังคารและหมอดาหลาซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดมองหน้าหัวหน้าข่าวกรองค่ายรามสูรเขม็ง

     " -ตึกกองบัญชาการของพวกมันที่ท่าเขียวไข่กา...ผู้กอง...พอมิสเตอร์โล้นและมิสเตอร์แสบเล่าให้ผมฟัง  ผมก็สั่งทีมงานของพวกเราบุกเข้าเคลียร์ทันที  แต่คงจะไม่ได้อะไรมาก  เพราะโดนระเบิดเพลิงเสียก่อน "

     นอร์แมนรีบอธิบายออกมาอย่างรวดเร็ว...ผู้กองอังคารขมวดคิ้วย่น  นึกคลางแคลงใจในเหตุการณ์ที่กำลังบังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันขึ้นมาทันที

     ทำไมไอ้เรืองถึงโดนส่งออกไปพบกับทีมงานของพวกเพชฌฆาตรับจ้างที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ?

     ถูกส่งออกไปทั้ง ๆ ที่รู้ล่วงหน้าว่าจะต้องเกิดการปะทะอย่างเหี้ยมเกรียม...รึเจ้าเรืองเป็นเพียงเหยื่อล่อขององค์การ  " เค.จี.บี. "  ที่หวังจะ  " ตกเบ็ด "  หลอกหน่วยงาน  ซี.ไอ.เอ.  เพื่อแผนการอะไรบ้างสิ่งบางอย่าง  แว่บหนึ่งของความคิด  ผู้กองอังคารหันกลับไปที่ร่างของเจ้าเรืองแล้วยิงคำถามออกไปอย่างถี่ยิบ

     " ไอ้เรือง...ทำไมลื้อออกไปกลางแม่น้ำเจ้าพระยา "

     " -พี่เกชายึดวิทยุที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าของพวกผู้กองอังคารได้...จึงสั่งให้พวกผมออกไปตามล่าพวกมัน "

     เจ้าเรืองตอบออกมาเหมือนกับคนนอนละเมอ  ผู้กองอังคารหรี่ตามองดูลักษณะท่าทางของเจ้าเรืองด้วยความเคลือบแคลงใจอยู่  ครู่หนึ่งก็หันไปหา  " บังหมุด "  พร้อมกับพยักหน้าขึ้นห้วน ๆ

     " -ขอหัวแร้งให้อั๊ว...ไอ้บัง "

     บังหมุดยืนส่งหัวแร้งให้  พร้อมกับชี้มือไปที่หัวโต๊ะพลางพูด

     " ปลั๊กไฟอยู่ที่หัวโต๊ะ  ผู้กองจะสวนตูดไอ้เดรัจฉานนี่ก็เอาเลย...ผมจะออกไปข้างนอก  หมู่นี้ไม่น่าไว้ใจญาติมักจะมาเยื่ยมรังของเราถี่ยิบขึ้นทุกที่ "

     ผู้กองอังคาร  รับปืนหัวแร้งขึ้นมาถือเอาไว้  ต่อจากนั้น  ก็ขยับตัวไปที่หัวโต๊ะ  จัดแจงเสียบปลั๊กแล้วกดไกให้หลอดไฟสีแดงที่เครื่องสว่างวาบขึ้นมา

     " นั่นคุณจะทำอะไร...ผู้กอง "

     นอร์แมน  เอ่ยถามพร้อม ๆ กับเคลื่อนที่เข้ามาชิดขอบโต๊ะ

     " -ผมไม่ไว้ใจประสิทธิภาพของ  " สะโคโพลามีน "  แล้วก็ไม่ไว้ใจในความกะล่อนของเจ้าเรือง...เกิดมันแหกตาซ้อนแผนด้วยการแกล้งตอบคำถามของเราอย่างขอไปทีเราจะมีอะไรพิสูจน์...ลองดูทฤษฎีของผมดูมั่งหัวหน้า...ถ้าไอ้เรืองทนหัวแร้งนี่ได้เราก็ต้องเชื่อมัน "

     ในขณะที่พูด  ผู้กองอังคารก็กดไกปืนหัวแร้งค้างอยู่ตลอดเวลา...เขาชั่งใจเหมือนกับจะคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก็ก้มหน้าลงไปถามแมงดาระดับชาติอีกครั้ง

     " -ไอ้เรือง  อีตอนพวกกูสามคนเข้าไปในซ่องของมึง...มึงจะต้องรู้ล่วงหน้าก่อนแล้วใช่มั้ย...ใครเป็นคนบอกมึง...ตอบ...ไอ้เรือง "

     ใบหน้าของเจ้าเรืองเหมือนกับจะแสยะยิ้มออกมานิดหนึ่ง...

     " -พวกมึงมันโง่...ยกโขยงกันมาแบบนั้นก็เสร็จพวกกูเท่านั้นเอง...พี่เกชารู้ล่วงหน้าส่งโทรทัศน์วงจรปิดสั่งให้กูเตรียมรับมือพวกเอ็ง "

     " -ทำไม  พี่เกชาของพวกมึงถึงรู้การเคลื่อนไหวของพวกกู "

     ผู้กองอังคารย้อนถามต่อไปอีก  พร้อมกับจี้หัวแร้งไฟฟ้าลงไปที่ฝ่าเท้าของเจ้าเรืองอย่างใจเย็น

     มีเสียงดัง  " ฉ่า "  เมื่อหัวแร้งสัมผัสกับผิวหนังใต้ฝ่าเท้า...ควันขึ้นฉุย  กลิ่นผิวหนังไหม้ไฟเหม็นเขียวกระจายไปทั่วห้อง

     เหมือนกับปาฏิหาริย์  ร่างของเจ้าเรืองก็คงนอนนิ่งเฉย  เท้าข้างที่โดนหัวแร้งไฟฟ้าก็วางอยู่ในอาการปกติไม่มีอาการสะดุ้งหรืออาการเจ็บปวดใด ๆ ทั้งสิ้น

     " -พี่เกชารู้จากหน่วยลาดตะเวนที่ปากตรอก...ไอ้โก  ร้านกาแฟ  เป็นคนส่งข่าวและรีเลย์ภาพของพวกมึงเข้ามา...กูจำพวกมึงได้ก็เลยวางแผนจับพวกมึง "

     เจ้าเรืองยังคงตอบคำถามของผู้กองอังคารไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ทั้งสิ้น  ทั้ง ๆ ที่ฝ่าเท้าโดนจี้ด้วยหัวแร้งไฟฟ้าจนไหม้เกรียมไปข้างหนึ่ง

     ผู้กองอังคารถอนหัวแร้งไฟฟ้าอกจากฝ่าเท้าของเจ้าเรือง  หันไปสบตานอร์แมนเขม็ง  ทั่วทั้งห้องดูเหมือนจะนิ่งตะลึงกันไปชั่วขณะ  อึดใจใหญ่ ๆ ต่อมา  ผู้กองอังคารก็หันควับกลับมาที่ร่างของเจ้าเรือง  แล้วระเบิดคำถามออกมาด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม

     " -ไอ้เรือง...ใครเป็นคนฆ่าพวกกูที่อยู่บนรถจี๊ป "

     ในขณะที่ถาม  ผู้กองอังคารก็กระแทกหัวแร้งลงไปบนฝ่าเท้าอีกข้างหนึ่งของเจ้าเรืองด้วยความลืมตัว

     " ไอ้โก...ร้านกาแฟ  มันยิงด้วยปืนเก็บเสียงแล้วระเบิดรถด้วยดินระเบิดแรงสูง "

     ไอ้เรืองตอบด้วยน้ำเสียงปกติ...ไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ทั้งสิ้น  ผู้กองอังคารโยนหัวแร้งโครมลงไปบนพื้นแล้วสบถออกมาด้วยท่าทางฉุนเฉียว

     " ไม่ได้เรื่อง...มันก็ได้เพียงเท่านี้  ใครเป็นคนปลอมตัวแทนไอ้เรือง...นี่คือปัญหาใหญ่หลวงที่พวกเราต้องการทราบ "

     ผู้กองอังคารพอพูดประโยคสุดท้ายเสร็จก็นิ่งเหมือนกับจะคิดอะไรได้   เขาหันไปถามเจ้าเรืองอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

     " เรืองลื้อทำงานกับพี่เกชามานานเท่าไร ? "

     " สามปีสองเดือน "

     เจ้าเรืองตอบห้วน ๆ

     " เล่าประวัติการทำงานร่วมกับพี่เกชาให้ละเอียดเรือง "

     ผู้กองอังคารยิงคำถามต่อไปอีก

     " รู้จักกัน  เมื่อตอนอั๊วโดนจับอยู่ที่สามเสน...พี่เกชาไปประกันอั๊วออกมา  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  อั๊วก็ทำงานร่วมกับพี่เกชามาโดยตลอด  อั๊วมีหน้าที่หาผู้หญิงจากเหนือเข้าซ่องที่กรุงเทพ ฯ  บางทีก็ขึ้นไปรับผู้หญิงจากศูนย์อพยพที่หนองคายเข้ากรุงเทพ ฯ "

     เจ้าเรืองพูดไม่ทันจะจบ  ผู้กองอังคารก็ชิงสอดถามขึ้นเสียก่อน

     " ผู้หญิงไทยหรือลาว...เรือง "

     " ผู้หญิงลาว...และบางที่ก็มีผู้หญิงญวนปะปนเข้ามาด้วย "

     คำตอบของเจ้าเรืองสร้างความตื่นเต้นให้กับทุก ๆ คนจนต้องเขยิบเข้ามาชิดโต๊ะ  โดยไม่รู้สึกตัว  นอร์แมนหัวหน้าข่าวกรองค่ายรามสูร  ซึ่งพูดไทยชัดเปรียะเหมือนกับคนไทยคนหนึ่ง  พยักหน้าให้ผู้กองอังคารซักต่อ

     " การขนส่ง - เรือง...พวกลื้อมีวิธีการขนส่งยังไงถึงจะหลบตำรวจเข้าถึงกรุงเทพ ฯ ได้ "

     พวกอั๊วทุกคน  นำบัตรข้าราชการปลอม  ส่วนมากจะทำบัตรราชการทหารทั้งสามเหล่าทัพ...แต่งเครื่องแบบทหารหญิง...ตำรวจจะไม่สนใจ

      " แล้วผู้หญิงลาวและญวนเหล่านี้เมื่อเข้ากรุงเทพฯ แล้วจะไปอยู่ที่ไหน - เรือง "

     " กระจายออกไปทำงานตามโรงงานต่าง ๆ ที่อยู่ตามชานเมือง...เช่นโรงงานทอผ้า...โรงงานทำแก้ว  ล้วนแล้วแต่มีผู้หญิงลาวและญวนจากหนองคายประจำทั้งนั้น "

     " ผู้หญิงเหล่านี้เป็นลาวอพยพมาจากฝั่งเวียงจันทร์หรือว่าเป็นญวนอพยพจากหนองคาย "

     ผู้กองอังคารล้วงความลับต่อไปอีก

     " ทุกคนมาจากฮานอย...ทุกคนจงใจข้ามมาฝั่งไทยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไทยจับเข้าควบคุมไว้ในศูนย์อพยพ  ต่อจากนั้น  พวกอั๊วก็จะหาวิธีลำเลียงเข้ากรุงเทพ ฯ ต่อไป"

     คำตอบของเจ้าเรืองทำให้ผู้กองอังคารถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  นอร์แมนซึ่งยืนกระสับกระส่ายอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมาสะกิดพลางกระซิบ

     " ถามมันต่อไป...ผู้กองข่าวกรองจากมันเป็นข่าวกรองที่ผมจะต้องรายงานเข้า  ศูนย์บัญชาการโดยด่วนที่สุด "

     " - นอกจากหนองคายยังมีที่ไหนอีกบ้างที่ลื้อลำเลี่ยงคนเข้ากรุงเทพ ฯ "

     ผู้กองอังคารป้อนคำถามต่อไปอีกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

     " -อุบล ฯ...จังหวัดอุบล ฯ...จังหวัดนี้ส่วนมากเป็นผู้ชาย "

     ผู้กองอังคารใจหายวาบมือข้างหนึ่งเอื้อมลงไปตะปบคอเสื้อของเจ้าเรืองดึงขึ้นมา  ตะคอกด้วยความลืมตัว

     " - มึง...ไอ้เรือง...ไอ้คน...ขายชาติ "

     ปรากฏว่า  คำตอบของเจ้าเรืองหยุดนิ่งไปเฉย ๆ ผู้กองอังคารหันควับไปมองดูหมอดาหลา...หมอดาหลาส่ายหน้าพร้อมกับแบมือทั้งสองเป็นเชิงไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรส่วนนอร์แมนยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้มาดู  แล้วพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง...

     " 30 นาที...ฤทธิ์ยาหมดแล้ว...หมอทำแผลให้เขาด้วย "

     เราจะฉีดสะโคโพลามีนซ้ำให้มันอีกเข็มไม่ได้หรือครับ...หัวหน้า

     ผู้กองอังคารพูดพลางหันรีหันขวางด้วยท่าทางร้อนรน

     " ร่างกายของคนเราจะทนต่ออำนาจยาฉีดแบบนี้ได้เพียง 30 นาที...ในช่วงระยะเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง  เราจะใช้ยาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น...ผู้กอง "

     นอร์แมนพูดพลางเดินไปที่วิทยุ  ซึ่งสแตนบายอยู่ตลอดเวลา  ขยับจะพูด  ไอ้แสบซึ่งยืนเงียบขรึมอยู่ตั้งแต่แรกเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

     " -ผู้กอง...จระเข้...แล้วจระเข้ที่อยู่ในห้อง...ถ้าเกิดหลุดออกแม่น้ำละก็  ยุ่งกันใหญ่นะครับ "

     ผู้กองอังคารใจหายวาบ  หันควับไปมองที่วิทยุพลางละล่ำละลักถามนอร์แมนด้วยท่าทางเป็นห่วง

      " วิทยุของเรา  จูน  ฟรี  เค็นซี่  เข้าหาวิทยุของตำรวจได้ไหมครับ...หัวหน้า "

     นอร์แมนพยักหน้า  พร้อมกับผลักสวิทช์ลงไปที่  " แบนด์-ต่ำ "  แล้วจูนคลื่นอยู่ไปมา  ชั่วอึดใจ  เสียงวิทยุจากข่ายของตำรวจก็แซดอยู่ในลำโพง

     " สามเสนเรียกผ่านฟ้า...สามเสนเรียนผ่านฟ้า  ขณะนี้เกิดเพลิงไหม้ที่ตึกสองชั้นริมฝั่งเจ้าพระยาบริเวณท่าน้ำเขียวไข่กา...รถดับเพลิงเข้าไม่ถึงช่วยเรียกเรือดับเพลิงจากสถานีใกล้เคียงให้ด้วย  เปลี่ยน "

     เงียบไปชั่วอึดใจก็มีเสียงตอบจากผ่านฟ้า

     " ผ่านฟ้าเรียกสามเสน  ทราบแล้ว  ประเดี๋ยวจะจัดแจงให้...สถานีตำรวจใกล้เคียงที่เกิดเหตุโปรดทราบ  จัดเรือดับเพลิงออกช่วยเหลือด่วน "

     นอร์แมนส่งปากพูดให้ผู้กองอังคาร  แต่ไอ้โล้นซึ่งยืนข้าง ๆ แย่งเอาไปเสียก่อน  มันพูดพลางหัวเราะพลาง

     " ผมเอง...ผู้กอง...ไอ้เรื่องอำชาวบ้านละก็ขอให้บอก...ผมถนัดนัก "

     ไอ้โล้นรอจังหวะอยู่ครู่หนึ่งก็ดัดเสียงเรียกสามเสนทันที

     " -ผ่านฟ้าเรียกสามเสน  โปรดระวัง  จระเข้ที่อยู่ในตึกสองชั้น...ข้างในตึกมีบ่อเลี้ยงจระเข้  มีจระเข้ขนาดยักษ์อยู่สามตัว...อยู่ในห้องข้าง ๆ อู่จอดเรือ...โปรดระวังอย่าให้หลุดลงแม่น้ำเจ้าพระยา-เปลี่ยน "

     " -สามเสนเรียกผ่านฟ้า  ทราบแล้วเปลี่ยน "  สถานีตำรวจสามเสนตอบกลับมาอย่างห้วน ๆ

     " -ผ่านฟ้า...เรียกสามเวน  ผ่านฟ้าเรียกสามเสนเมื่อกี้สถานีไหนเรียกสามเสน...ผ่านฟ้าไม่ได้เรียก...ใคร...ใคร  นั่นสถานีที่ไหนสวมรอยเข้ามา "

     พนักงานวิทยุสถานีกลาง  " ผ่านฟ้า "  ตะโกนเสียงหลงเข้ามาในข่ายวิทยุดังลั่นไปหมด

     ไอ้โล้นหัวเราะก๊าก  มันรอจังหวะให้เสียงวิทยุเงียบลง  แล้วจึงพูดต่อไปอย่างเอาการเอางาน

     " -อินทรีผงาดฟ้า  เรียกผ่านฟ้า...สถานีวิทยุของผมเองที่เรียกคุณ...ไม่จำเป็นต้องถามว่า  พวกผมเป็นใครผมรู้เหตุการณ์ภายในตึกสองชั้นนั่นดี...จึงได้แจ้งมาให้พวกคุณทราบ...มีจระเข้ยักษ์ที่พอจะแดกตำรวจได้ทั้งโรงพักอยู่ในบ่อ  ซึ่งอยู่ในห้องข้าง ๆ อู่จอดเรือสามหรือสี่ตัว  อย่าปล่อยให้หลุดไปในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอันขาด  ผมขอย้ำอีกครั้งอย่าปล่อยให้หลุดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอันขาด...และพยายามค้นหาห้องใต้ดินจากห้องจระเข้ซึ่งทะลุขึ้นมาที่ซ่องของเจ้ารืองศักดิ์ให้ได้...อย่าเสือกไปรีดไถกระหรี่เพลินเสียล่ะ  ขอบอกเอาไว้อีกครั้ง  ซ่องกระหรี่ของเจ้าเรืองเป็นแหล่งจารกรรมระดับชาติ...จับกะหรี่ทุกคนแล้วสอบประวัติให้ละเอียด  พวกคุณจะรู้เอง...ที่บอกมาไม่ใช่เรื่องตลก...ขนาดเราจะมีวิทยุ  " ฟรีเกนซี่ "  เดียวกับพวกคุณใช้ก็ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ดีอยู่แล้ว...คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อผมไม่ฟังครับ...เลิกกัน "

     เจ้าโล้นหยุดพูด แต่สายตาจ้องที่ลำโพงวิทยุเขม็ง...ข่ายวิทยุตำรวจซึ่งเคยเซ็งแซ่  บัดนี้เงียบสนิทเหมือนกับว่าคลื่นวิทยุดังกล่าวจะถูกยุติการใช้งานอย่างปัจจุบันทันด่วนเลยยที่เดียว...ชั่วอึดใจใหญ่ ๆ ต่อมาก็มีเสียงเรียกวิทยุดังลั่นออกมาอีก

     " ผ่านฟ้าเรียก  อินทรีผงาดฟ้า...เปลี่ยน "

      ไอ้โล้นหัวเราะหึ ๆ ยกปากพูดขึ้นกรอกเสียงลงไปอย่างห้วน ๆ

     " -ผงาดฟ้าเตี่ยมึงน่ะซี...มัวแต่พูดอยู่นั่นแหละ...เลิกกันโว้ย..."

     พอพูดจบไอ้โล้นก็ผลักสวิทช์กลับขึ้นมาที่  " แบนด์-สูง "  แล้วปรับคลื่นเข้าหาที่เดิม  ชั่วอึดใจก็ได้ยินเสียงวิทยุจากทีมงานของ  ซี.ไอ.เอ.  ดังลั่นอยู่ในลำโพง

     " สตริงเรย์...สตริงเรย์...สตริงเรย์  จากเอ็กซเรย์มีอะไรครับ...ทำไมไม่ตอบวิทยุ "

     นอร์แมนเอื้อมมือมาหยิบปากพูดจากไอ้โล้นแล้วออกคำสั่งลงไปอย่างเฉียบขาด

     " -เอ็กซเรย์จากสตริงเรย์...เคลื่อนที่ย้อนออกมาที่ปากตรอกเขียวไข่กา...แล้วบุกเข้ายึดร้านกาแฟชาวจีนที่ชื่อ  " ไอ้โก "  พยายามค้นพบหลักฐานเครื่องมืออีเลคโทรนิคและรอยสักที่ท้องแขนทั้งสองข้าง...ฆ่ามันให้หมดแล้วตัดแขนที่มีรอยสักมา...พบกันที่สถานีกลางเวลาเที่ยงตรง  เลิกกัน "

     พอสั้งการในวิทยุเสร็จ  นอร์แมนหัวหน้าข่าวกรองค่ายรามสูรก็ส่งปากพูดให้กับไอ้โล้นแล้วหันไปมองเจ้าเรืองพลางพูด

     " -เอาไอ้หมอนี่เข้าไปขังเอาไว้ในห้องก่อน  ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงเราจะฉีดสะโคโพลามีนให้มันอีกครั้ง...ผมมีเวลาอีก 3-4 ชั่วโมงสำหรับพวกคุณ  พักเรื่องรูปถ่ายเอาไว้ก่อน...คราวนี้จะพูดถึงงานที่จะต้องกระทำกันในวันมะรืนนี้ "

     นอร์แมนพูดพลางหันไปกำชับให้บังหมุดซึ่งเดินเข้ามาพอดี  ช่วยไอ้แสบหามเจ้าเรืองหายลับเข้าไปในห้องข้าง ๆ

     " ทีมงานของเรายังขาดอยู่อีกหนึ่งคน "

     นอร์แมนชี้นิ้วให้ทุกคนนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

     " -หัวหน้าคงจะหมายถึง  ร.ท. คำลื้อ  สิงหาพงศ์ "

     ผู้กองอังคารเงยหน้าขึ้นมองดูตาผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขาเขม็ง

     " ครับ...ถูกต้อง...ผมกำลังจะพูดถึง  ร.ท. คำลื้อ  สิงหาพงศ์  ที่โดนจำขังอยู่ที่คุกซำเข้...ประเทศลาว  ทีมงานของเราไม่สามารถจะบุกเข้าไปช่วยหมวดคำลื้อออกมาจากคุกได้  เนื่องจากขาดการประสานงานกับทีมงานที่อยู่เวียงจันทน์  ศูนย์เราขาดการติดต่อกับเอเย่นต์ที่เวียงจันทน์มาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ๆ แล้วผู้กอง "

     ประโยคสุดท้ายนอร์แมน  ลดเสียงลงเป็นกระซิบแล้วเอื้อมมือแกะกระเป๋าเสื้อหยิบกล่องบุหรี่ขึ้นมาเปิดออก...แทนที่จะสูบเขากลับวางกล่องบุหรี่ลงบนโต๊ะแล้วเทวัตถุที่อยู่ข้างในลงบนพื้นกราวใหญ่

     แหวนลักษณะเหมือนกับแหวนที่ได้รับการออกแบบเป็นแหวนรุ่น  ทำด้วยทองคำบริสทุธิ์  หนักไม่เกินหนึ่งบาท  กลิ้งเหลืองอร่ามอยู่ที่พื้นโต๊ะ  นอร์แมนเขี่ยแหวนให้พลิกกลับแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ

     " แหวนของผู้กองชาติณรงค์...หัวหน้าทีมซึ่งอยู่ในคราบของพ่อค้าชาวลาว  ถูกส่งกลับมาที่หนองคายเมื่อเย็นวานนี้...ไม่มีทิ้งจดหมายหรือเอกสารใด ๆ ทั้งสิ้น...เพียงแค่นี้เราก็สามารถที่จะแทงบัญชีสูญจำหน่ายยอดได้แล้ว...ผมเสียดายฝีมือผู้กองชาติณรงค์..."

     " แล้วหน่วยงานอื่น ๆ ของเราไม่มีอีกแล้วหรือครับ...หัวหน้า "

     ผู้กองอังคารย้อนถามพลางเอื้อมมือไปหยิบแหวนทองหัวพลอยสีน้ำเงินขึ้นมาพลิกดูด้วยความพินิจพิจารณา

     รอยสลักชื่อเป็นภาษาอังกฤษของ  " ร้อยเอกชาติณรงค์  มงคลฤทธิ์ "  ปรากฏหราอยู่ที่ขอบแหวนด้านใน  ผู้กองอังคารลองใช้นิ้วมือขยับพลอยที่หัวแหวนดูปรากฏว่ามันหลวมผิดปกติ  ก็เลยจับโยกไปโยกมาอยู่ชั่วอึดใจ  หัวพลอยดังกล่าวก็หลุดผัวะออกมาอย่างง่ายดาย

     กระดาษชิ้นเล็กกระจิ๋วหลิววางแนบสนิทอยู่ที่ก้นแหวน...ผู้กองอังคารค่อย ๆ ใช้นิ้วคีบขึ้นมา  แล้ววางคลี่ลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง

     มันเป็นแสตมป์ใหม่เอี่ยมของประเทศลาวที่ยังไม่ได้ใช้มาก่อน  เมื่อพลิกด้านหลังขึ้นมาก็มองเห็นอักษรไทยตัวจิ๋วปรากฏหราอยู่ในความว่า

     " ฆ่า "

     มันเป็นอักษรโดด ๆ นอกจากนั้นก็ไม่มีข้อความใด ๆ ทั้งสิ้น...ผู้กองอังคารอ่านดูอยู่ครู่หนึ่งก็ส่งต่อไปให้นอร์แมน  นอร์แมนรับไปดูนิดเดียวก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ

     " ไมโครด๊อด...ผู้กองชาติณรงค์ส่งข่าวมาด้วยระบบไมโครด๊อด...อา...ผมนึกไมถึงเลยจริง ๆ "

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX จบตอนที่ 42 แล้วครับ  XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX
 พิมพ์ผิดประการใดขออภัยนะที่นี้ด้วยนะครับ

auncm:
มารอลุ้นต่อครับ ;D

jim@รักบ้านเกิดครับ:
เรื่องดับรามสูร  นวนิยายยอดฮิต จาก ไทยรัฐ โดย สยุมภู ทศพล

ขอขอบคุณและขออนุญาติเผยแพร่หนังสือดีๆไม่ให้หายสาปสูญไป    ขอขอบคุณ  คุณ  สยุมภู  ทศพล

ผมขอขอบคุณร้าน สุหนังสือเก่า  http://www.su-usedbook.com/  ที่ให้ยืมหนังสือเรื่องนี้ด้วยนะครับ

ดับรามสูร เล่มที่ 2 ตอนที่ 43

     " ไมร์โครด๊อด "

     ผู้กองอังคาร  พึมพำพร้อมกับจ้องตาเขม็งไปที่แผ่นแสตมป์ด้วยท่าทางตื่นเต้น  นับเป็นครั้งแรกที่เขามองเห็นระบบการส่งข่าวอันทันสมัยที่สุดของหน่วยงาน  ซี.ไอ.เอ.  หลังจากที่ได้ฟังแต่ข่าวเล่าลือมาเป็นเวลานานแสนนาน

     เขาหยิบแสตมป์ขึ้นมาส่องดูพร้อมกับพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง

     ทั่วทั้งแผ่นแสตมป์ปราศจากรอยพิรุธใด ๆ ทั้งสิ้น  อักษรภาษาไทยคำว่า  " ฆ่า " !  พร้อมด้วยเครื่องหมายตกใจ  กระจ่างชัดอยู่บนด้านหลังแผ่นแสตมป์ที่ว่างเปล่านั้น

     " -ผมอยากจะอธิบายให้พวกคุณทราบถึงระบบการส่งข่าวแบบไมร์โครด๊อด  แต่ทว่าผมมีเวลาสำหรับพวกคุณไม่มากนัก  ผู้กองขอแสตมป์ให้ผม "

     นอร์แมนพูดพลางเอื้อมมือรับแสตมป์จากผู้กองอังคารแล้วเดินหายเข้าไปในห้องทางซ้ายมือ

     " -ผู้กองชาติณรงค์  มงคลฤทธิ์ "

     หมอดาหลาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับพึมพำเหมือนจะพูดกับตัวเอง

     " -ครับ...เพื่อนของผมเอง "

     ผู้กองอังคารพูดพลางขยับตัวลงนั่งบนโต๊ะกลางห้องสายตามองประตูที่นอร์แมนหายลับเข้าไปด้วยท่าทางกระสับกระส่ายแ  ล้วพูดต่อไปอีกอย่างยืดยาว

     " -ผู้กองชาติณรงค์สำเร็จ  จปร.  รุ่นเดียวกับผมต้นสังกัดเดิมอยู่  ม.พัน 8 โคราช  กรมประมวลข่าวกลางเรียกตัวไปทำงานอยู่พักหนึ่งก็ส่งกลับ  พร้อมกับแทงรายงานแนบมาด้วยว่า  " ขอส่งตัวกลับ  เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่เกินขอบเขตของทางราชการ "  ต่อจากนั้นก็หายสาปสูญไปจนกระทั่งมาได้ข่าวหมอเดี๋ยวนี้เอง...ไอ้เสือนี้เกลียดคอมมิวนิสต์อย่างเข้ากระดูกดำ  เท่าที่ผมรู้ก่อนถูกส่งตัวกลับ  ไอ้เสือนี่ฆ่าชาวญวนอพยพที่ฝักใฝ่ในลัทธิคอมมิวนิสต์เกือบ 30 คน " ฆ่า "  นอกเหนือคำสั่งของทางราชการก็เลยโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวน "

     รู้สึกว่าจะโดนไล่ออกจากราชการ  ไม่น่าเชื่อที่จู่ ๆ ไอ้เสือนี่ก็กลับมาร่วมทีมกับพวกเรา

     " ไล่ออก...ลูกไม้กล้วย ๆ ที่ประเทศไหนก็มักจะนิยมกระทำแบบนั้น  ทั้ง ๆ ที่เป็นของโบราณแต่มันก็ได้ผล...ผู้กองชาติณรงค์อาจจะโดนไล่ออกแบบ  " การเมือง "  ก็ได้นะครับ "

     ไอ้แสบซึ่งวันนี้  เงียบขรึมผิดปกติเอ่ยขึ้นมาด้วยเหตุผลที่น่าเลื่อมใส

     " -มันก็ออกการเมืองเหมือนกับผู้กองนั่นแหละครับ  มีแต่ใบลาออกจากราชการ  เที่ยวไปอวดชาวบ้านแต่ทว่า  พอสิ้นเดือนก็แอบไปรับเงินเดือนกับเบี้ยเลี้ยงจมหูไปเลย...ไอ้ลูกไม้แบบนี้พวกฝั่งโน้นมันรู้หมดแล้ว...ถึงไม่รู้มันก็กระทืบพวกเราจนรู้...ผมว่าดีไม่ดีผู้กองชาติณรงค์เกิดโดนจับแล้ว  พวกมันส่งข่าวลวงโดยอาศัยหน่วยงานของเราผ่านมาล่ะก็พังกันเป็นแถบ ๆ ไปเท่านั้น  ไอ้ห่าทำอะไรอยู่วะ "

     ประโยคสุดท้าย  ไอ้โล้นพึมพำเบา ๆ พร้อมกับชำเลืองสายตามองไปที่มองไปที่ประตูห้องที่นอร์แมนหายเข้าไปด้วยท่าทางกระสับกระส่าย

     " -สะโคโพลามีน...พวกเราก็ยังมีได้...แล้วพวกมันจะไม่มีใช้บ้างหรือยังไงผู้กอง "

     เสี่ย " วิชัย-นพกิจรากุล "  อดีตโต๊ดเถื่อนสนามม้าเพชฌฆาตรับจ้างหนึ่งในหกสอดขึ้นมาบ้าง

     " -คุณไม่ต้องเป็นห่วง...คุณวิชัย  หน่วยงานของเรามียาต่อต้าน  ยาฉีดบังคับสมองอยู่แล้ว...และขณะนี้ยาดังกล่าวก็ถูกเบิกมาเรียบร้อยแล้ว  ประเดี๋ยวเราจะได้อธิบายถึงวิธีใช้กันในโอกาสถัดไป "

     หมอดาหลา  พูดพลางขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาด้วยท่าทางเนือย ๆ

     ประตุห้องเล็กข้าง ๆ ห้องรับแขกเปิดออกนอร์แมนถือกล่องใส่ฟิล์มออกมาด้วยท่าทางร้อนรน  เขามองไปที่  " บังหมุด "  ซึ่งเดินเข้ามาจากประตูด้านหลังพลางสั่งงานด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ

     " -เครื่องฉายสไลค์...บังหมุด "

     " บังหมุดเดินเลี้ยวกลับเข้าไปที่  ไซค์บอร์ดหยิบเครื่องฉายสไลด์ขนาดเล็กออกมาตั้งบนโต๊ะ  ลากสายไปเสียบปลั๊กสวิทช์ทดสอบเครื่อง  ตาก็มองดูบนแผ่นกระจกซึ่งขณะนี้บังเกิดแสงไฟสว่างขึ้นมองดูเหมือนกับจอภาพยนตร์ขนาดเล็กไม่มีผิด..."

     นอร์แมนยื่นกล่องใส่ฟิล์มส่งให้บังหมุดแขกเจ้าเล่ห์รับไปเปิดกล่องหยิบฟิล์มที่ขยายและล้างเรียบร้อยแล้วใส่ลงไปในเครื่องฉายสไลด์...พร้อม ๆ กับที่นอร์แมนล้วงกระเป๋าหยิบเครื่องถอดรหัสขนาดเท่ากับเครื่องคิดเลขออกมาถืออยู่ในมือด้วยท่างร้อนรน...

     บังหมุดเปิดสวิทช์...ดวงไฟหลายร้อยแรงเทียนสว่างแวบผ่านฟิล์มขึ้นมา  บนแผ่นกระจก  ตัวเลขโรมันเรียงรายเป็นกรุ๊ป ๆ ละ 5 ตัว  ปรากฏหราอยู่บนจอรับแสงขนาดเล็กนั้น

     " รหัสตัวเลข "

     ผู้กองอังคารอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นพร้อม ๆ กับที่เพชฌฆาตรับจ้างทั้งหมดเคลื่อนที่เข้ามามุงดูจอรับแสงด้วยความสนใจ

     " -ครับ...รหัสตัวเลขจากแผ่นแสตมป์อันนั้น "

     นอร์แมนพูดพลางใช้นิ้วจิ้มลงไปบน  แป้นเครื่องถอดรหัสตามตัวเลขที่พร่างพรายอยู่บนจอรับแสงนั้นด้วยความคล่องแคล่วว่องไว...

     อึดใจต่อมาก็ปรากฏเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษวิ่งไล่ตามกันผ่านกระจกด้านบนสุดของเครื่องอ่านได้ใจความว่า

     " -เปลี่ยนหมายกำหนดการเดิมของปีแอร์...ยกเลิกการขนส่งอาวุธที่ทุ่งหมาหอน  ขอยุติการส่งข่าวชั่วคราวเพราะโดนประกบตัว..."

     ไม่มีลายเซ็นชื่อใด ๆ ทั้งสิ้นอันเป็นการส่งข่าวที่ผิดธรรมดาสามัญอย่างสังเกตเห็นได้ชัด  ผู้กองอังคารเงยหน้าขึ้นมองดูผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขาขยับปากจะพูด  แต่นอร์แมนชิงพูดขึ้นเสียก่อน

     " -ผมรู้แล้ว...ผู้กอง...ชาติณรงค์ไม่ได้เซ็นชื่อกำกับมา...แต่ผมมีวิธีการเช็คด้วยการกดตัวเลขรหัสย้อนจากหลังถึงหน้า  ประเดี๋ยวเราจะได้พิสูจน์กัน "

     นอร์แมนพูดพลางกดปุ่มล้างตัวอักษรที่วิ่งไล่ตามกันอยู่บนแผ่นกระจกตอนบนของเครื่อง  แล้วเริ่มกดแป้นอักษรตัวเลขบนเครื่องถอดรหัสด้วยการย้อนจากตัวสุดท้ายขึ้นไปหาตัวแรกอีกครั้ง

     ตัวอักษรภาษาอังกฤษเริ่มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง  และคราวนี้ข้อความของมันเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง  มีคำพูดเป็นรหัสแบบการส่งข่าวทางวิทยุปรากฏขึ้นมาแทนที่

     " เนกาตีฟ...เนกาตีฟ "

     นอร์แมนสะดุ้งเฮือกขึ้นสุดตัว  สายตามองดูอักษร  " เนกาตีฟ "  เหมือนกับไม่เชื่อสายตาของตัวเอง  ชั่วอึดใจหัวหน้าข่าวกรองค่ายรามสูรก็อุทานออกมาค่อนข้างดัง

     " -มายก๊อด...มันเป็นข่าวปลอม  รหัสแจ้งปฏิเสธออกมาแล้ว "

     ผู้กองอังคารใจหายวาบ  ความรู้สึกนึกคิดที่พุ่งขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วนก็คือนึกว่าสหายร่วมรุ่นจากรั้ว  จปร.ด้วยกันอาจจะเสียชีวิตด้วยกันอาจจะเสียชีวิตด้วยน้ำมือของฝ่ายตรงข้ามเสียแล้ว

     " -เราจับจารชนเชื้อชาติฝรั่งเศษเจ้าของนามปีแอร์ได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จังหวัดหนองคาย  หน่วยงานของเราฉีดยาสลบในขณะที่ปีแอร์นั่งรถป้ายดำเดินทางเข้าจังหวัดอุดร ฯ  แล้วได้ผ่าตัดเอาไมโครฟิล์มจากร่างของปีแอร์ออก  ข่าวกรองจากไมโครฟิล์มแจ้งถึงหมายกำหนดการส่งอาวุธเข้ามาสนับสนุนผู้ก่อการร้ายในประเทศไทยที่ทุ่งหมาหอน...ทั้งได้แจ้งถึงสถานที่อย่างละเอียดถี่ถ้วน...ต่อจากนั้นเราก็ได้ฝั่งไมโครฟิล์มลง ณ ตำแหน่งเดิม  แล้วจัดแจงเย็บอย่างเรียบร้อยในขณะที่  " ปีแอร์ "  สลบอยู่ ต่อมาคนของเราก็แกะรอยปีแอร์อยู่ตลอดเวลาเหมือนกับโชคช่วยปีแอร์รอดพ้นจากสายตาของเราไปอย่างหวุดหวิดแล้วหลบข้ามกลับไปยังเวียงจันทร์-โดยทิ้งศพคนของเราเอาไว้อย่างเหี้ยมโหด...ผมอยากจะบอกผู้กองให้ทราบเอาไว้  ไอ้ปีแอร์มันกลับเข้ามาในเมืองไทยอีกครั้ง  กลับเข้ามาในคราบของลาวอพยพชื่อ  คำจันทร์ มณีวงศ์  หรือพันโท  โฮ-วัน-ฮัน หรือเจ้าเรืองศักดิ์  แมงดาระดับชาติ  ลูกน้องของคุณนั่นแหละ...ผู้กองชาติณรงค์อาจจะเสียทีไอ้เสือนี่  ผู้กองอาจจะตายหรือว่าไม่ตายมีเปอร์เซ็นพอ ๆ กัน  เท่าที่เครื่องรหัสได้พิสูจน์ผลลัพธ์ออกมาแล้วมันเป็นข่าวปลอม "

     นอร์แมนพูดพลางล้างตัวอักษรบนเครื่องรหัสแล้วหยิบเครื่องอีเล็คโทรนิคราคานับล้านลงในกระเป๋าเสื้อ  แววตามีแววครุ่นคิดอย่างสังเกตเห็นได้ชัด

     " -แล้วทำไมพวกมันรู้รหัสของฝ่ายเรา...อย่าลืมว่าข่าวเมื่อกี้นี้เป็นรหัสตัวเลขสองชั้นที่ลับสุดยอด "

     ผู้กองอังคารย้อนถามขึ้นอีกอย่างเคลือบแคลงใจนอร์แมนชะงักกึกพลางอุทานออกมาค่อนข้างดัง

     " มายก๊อด...รหัสสองชั้นของเรารั่วไหล  เร้ว...บังหมุดส่งข่าวให้ บก.  ระงับรหัสตัวเลขสองชั้นที่ใช้ทั้งหมดในข่ายวิทยุ "...

     นอร์แมนหันไปออกคำสั่งกับบังหมุดแขกจอมเจ้าเล่ห์ด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก  บังหมุดกระโจนพรวดเข้าไปในห้องวิทยุด้วยท่าทางพอ ๆ กัน...

     " -ผู้กองชาติณรงค์อาจจะโดนจับแล้วโดนรีดเอากุญแจรหัสไป...เราไม่มีทางเลือก...ผู้กอง...ผมมีเวลาไม่มากนัก "

     คำพูดของนอร์แมนเหมือนกับจะเร่งให้ทุกคนประชุมกันอยู่ในที...เพชฌฆาตรับจ้างทั้งหมดลากเก้าอี้เข้ามานั่งเรียงรายกันอยู่หน้าโต๊ะ  นอร์แมนถอยหลังออกไปนั่งบนขอบโต๊ะสายตามองไปที่ห้องวิทยุแล้วพยักเพยิดเรียกบังหมุดพร้อมกับเอ่ยขึ้นห้วน ๆ

     " คุณด้วย...บังหมุด "

     บังหมุดเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ ไอ้โล้น  กิริยาท่าทางขี้เล่นหายไปเป็นปลิดทิ้ง  นอร์แมนใช้มือเคาะขอบโต๊ะเบา ๆ อยู่ชั่วอึดใจก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเครียด ๆ

     " วันมะรืนนี้จะถึงหมายกำหนดการที่เวียดนามเหนือจะนำเฮลิคอปเตอร์สวมท่อเก็บเสียงมาส่งอาวุธที่ทุ่งหมาหอน...ค่ายรามสูรมิได้แจ้งข่าวกรองดังกล่าวนี้ให้กับรัฐบาลไทยทราบ...พวกเราจะหาทางยึดเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวด้วยกำลังพลของพวกเราเองโดยมีหน่วยคอมแมนโดรับจ้าง  สัญชาติแม้วเข้ามาร่วมสมทบอีกหนึ่งหมวด  พวกเราจะใช้กำลังพลทั้งหมดเจ็ดคน "

     นอร์แมนพูดพลางชำเลืองดูกลุ่มเพชฌฆาตรับจ้างทั้งหมดอยู่ไปมา

     " -แล้ว ร.ท. คำลื้อ สิงหาพงศ์ "

     ผู้กองอังคารเอ่ยถามขึ้นอย่างเคลือบแคลงใจ

     " ไม่มีเวลา  ผู้กองคราวแรกผู้กองชาติณรงค์  ก็คือหัวหน้าทีมงานที่จะช่วยเหลือเอาหมวดคำลื้อออกจากคุกซำเข้  แต่เหตุการณ์ในขณะนี้แสดงให้เห็นว่า  ทีมงานของเราที่เวียงจันทร์สลายตัวแล้ว...เราจำเป็นต้องตัดหมวดคำลื้อออกไป...แต่เราก็ทดแทนคนเอาไว้แล้ว  และบุคคลผู้นั้นก็มีความสามารถในการเดินป่า...และข้อที่สำคัญที่สุดที่เขาสามารถที่จะพาทีมงานของพวกเราบุกผ่าน  " ดงงูเห่า "  ขึ้นไปบน  " ทุ่งหมาหอน "  ได้อย่างปลอดภัย "

     ในนขณะที่พูด  นอร์แมนก็มองไปที่บังหมุดเหมือนกับจะแนะนำตัวอยู่กลาย ๆ

     บังหมุดลุกขึ้นยืน  ร่างอันเล็กแกร็นสูงไม่ถึง 5 ฟิตก้มศีรษะลงเหมือนกับจะฝากตัวเองกับที่ประชุม

     ไอ้โล้นอ้าปากหวอ  สายตาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งมองดูบังหมุดเขม็ง

     " -ไอ้แขก...กูว่าอาชีพเล่นกลหลอกเอาเงินชาวบ้านของมึงนั่นมันดีอยู่แล้ว...เสือกเปลี่ยนอาชีพคราวนี้เสร็จแน่มึง "

     " -ราชสีห์ก็ยังต้องพึ่งหนู...ไอ้โล้น  ถ้าพวกมึงผ่าน " ดงงูเห่า "  นับเป็นพัน ๆ ตัวขึ้นไปบนยอดเขาได้โดนไม่มีกูก็ลองดู...บางที่ราชสีห์หยั่งมึงจะได้รู้รสชาติของพิษงูดูบ้าง "

     บังหมุดหันมาค้อนไอ้โล้นพลางบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงฉุน ๆ

     " -หน่วยคอมแมนโดรับจ้างแม้วทั้งหนึ่งหมวดจะสมทบกับเราที่ไหนครับหัวหน้า "

     ไอ้แสบเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง

     " ที่พิกัด...กางเขนเพลิง   ก่อนเข้าดงงูเห่า  จำนวนคนแปดคนมี  ร้อยโทเล่าตง  เป็นหัวหน้า "

     นอร์แมนตอบช้า ๆ พร้อมกับล้วงมือหยิบแผนที่อาบพลาสติคขึ้มาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง  แล้วพลิกออกมาดูพินิจพิจารณาพร้อมกับพูดต่อไปอีก

     " -กางเขนเพลิงอยู่ที่พิกัด -ที.จี. 632634 ดูจากภูมิประเทศแล้ว  พวกเราจะต้องเดินทางด้วยเครื่องบินโดยวิธีเดียวเท่านั้น  จากนั้นพวกเราจะโดดร่มลงที่พิกัด -ที.จี. 632734  แล้วหาทางขึ้นไปสมทบกับทหารแม้วหมวดดังกล่าวให้ได้ "

     " -เราจะมีอะไรเป็นหลักประกันว่าทหารแม้วกลุ่มนั้นจะไม่ทรยศหักหลังเรา "

     หมอดาหลาเอ่ยขึ้นมาบ้าง  นอร์แมนยิ้มแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่อารมณ์ดีขึ้นกว่าครั้งแรก

     " ผมเตรียมแผนเอาไว้แล้ว  ตามแผนการทหารแม้วจะเคลื่อนที่จากที่ตั้งเข้าหาจุดนัดพบในเวลา  13.30 น. ของวันมะรืนนี้  พวกคุณจะต้องเดินทางภายในคืนนี้แล้วพยายามเข้าหาจุดนัดพบก่อนเวลาให้จงได้...ตรวจสอบแล้วเช็คพื้นที่ให้ละเอียดถี่ถ้วนที่สุด  ถ้าผิดสังเกตฆ่าให้หมด  แผนงานผมเตรียมเอาไว้ให้พวกคุณเรียบร้อยแล้วจะมีรถมารับพวกคุณที่นี่  เวลา 19.30 น.  ขณะนี้หน่วยงานได้เตรียมเครื่องบินเอาไว้ให้พวกคุณเรียบร้อยแล้ว...ผมมีธุระต้องขอตัว "

     ในขณะที่พูด  นอร์แมนก็เดินหายเข้าไปในห้อง  ชั่วอึดใจใหญ่ ๆ เขาก็แต่งชุดหมอสอนศาสนาสวมวิกผมยาวเหมือนกับฮิปปี้แฟ้มเอกสารและหนังสือคัมภีร์เล่มมหึมาออกมา

     " --แผนงานอยู่ในแฟ้มเรียบร้อยแล้ว "

     ในขณะที่พูดนอร์แมนก็ส่งแฟ้มให้หมอดาหลาแล้วเปิดหนังสือคัมภีร์ออกดึงเจ้า  " แบเรตต้า-ออโตเมติค "  ขนาด .22  ลองชอร์ทออกมาขึ้นลำแล้วปล่อยให้นกปืนค้างอยู่แบบนั้น  ต่อจากนั้นก็ค่อย ๆ วางปืนลงบนกระดาษที่โดนเจาะเป็นรูปปืนลงไปอย่างระมัดระวัง  ปิดปกหนังสือยกขึ้นแนบรักแร้เดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

     ซองสีน้ำตาลเข้มทั้ง 7 ซองถูกส่งไปยังกลุ่มเพชฌฆาตรับจ้างทั้งหมด  ต่อจากนั้นทุกคนก็ฉีกคำสั่งการปฏิบัติงานออกดูด้วยท่าทางตื่นเต้น...

     เวลาผ่านไปเหมือนกับติดปีกบิน  เพชฌฆาตรับจ้างทั้ง 7 ซ่อนตัวอยู่ในสถานีชั่วคราวของ ซี.ไอ.เอ.  จนกระทั่งมืดก็ได้รับวิทยุติดต่อจากรถบรรทุกซึ่งวิ่งมาจอดดับไฟมืดอยู่หน้าวัดประชาระบือธรรม

     อึดใจใหญ่ ๆ ต่อมาเพชฌฆาตทั้ง 7 ซึ่งมีผู้กองอังคาร, หมอดาหลา, เสี่ยวิชัย, ไอ้แสบ, ชาติ-เกรียงไกร  และบังหมุด  ก็เดินทยอยออกมาจากสถานีชั่วคราวของ ซี.ไอ.เอ.  ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นบ้านผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงเป็ดนั้น...

     เดินทยอยออกมาทีละคนสองคน  พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตของประชาชนย่านนั้น  ต่อจากนั้นก็พาตัวเองหายลับขึ้นไปบนรถบรรทุกหลังคาผ้าใบ  อึดใจต่อมาเจ้ารถลึกลับดังกล่าวก็ติดเครื่องเลี้ยวขึ้นถนนแคบ ๆ ผ่านกรรมการทหารสื่อสาร  แล้วข้ามสะพานเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปยังสนามบินดอนเมืองด้วยความเร็วสูง

     รถบรรทุกหยุดที่หน้าด่านตรวจสารวัตรทหารอากาศบริเวณช่องทาง  บน.6 สารวัตรทหารสองคนเดินตรงเข้ามาที่รถ...อีกคนอ้อมไปคุมเชิงอยู่ท้ายรถ...ปืนที่สะพายอยู่บนบ่าถูกดึงลงมากระชับอยู่ในมือ  ด้วยท่าทางระมัดระวัง

     " -แสดงบัตรผ่านด้วยครับ "

     สารวัตรทหารกล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม...บุรุษผมเกรียนซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ คนขับได้ยื่นบัตรให้สารวัตร  พร้อม ๆ กับที่สารวัตรอีกคนหนึ่งซึ่งเตร่เข้าไปยืนคุมเชิงอยู่ท้ายรถเขย่งตัวใช้ปากกระบอกปืนเลิกผ้าใบออกดูด้วยความสงสัย...ไฟฉายซึ่งเหน็บอยู่ที่กระเป๋าหลังถูกกดสวิทช์ส่องสว่างจ้าเข้าไปทันที...

     แสงสว่างกระทบกับเพชฌฆาตทั้ง 7 ที่นั่งสลอนอยู่ท้ายรถ  สารวัตรทหารเบิกตาร้องตะโกนออกมาเสียงหลง

     " เฮ้ย...อะไรกันนี่...จะปล้นสนามบินหรือยังไงกันวะ "

     ทหารรักษาการณ์ที่นั่งเรียงรายอยู่ภายในกองรักษาการณ์กระโดดพึบพับออกมาเป็นแถว  ทุกคนกระชากปืนที่วางอยู่บนราววิ่งปร๊าดออกมาล้อมรถด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง

     พร้อม ๆ กับแสงไฟหน้ารถส่องสว่างมาเป็นทางจากถนนซึ่งมุ่งเข้าหาสนามบินทหาร...มันเป็นรถจี๊ปเล็กสีเทาที่ใช้วิ่งตรวจความสงบเรียบร้อย  ภายในอาณาบริเวณสนามบินนั่นเอง

     รถจี๊ปจอดที่หน้ารถบรรทุกซึ่งกำลังถูกทหารกองรักษาการณ์รายล้อมอยู่นั้น  นายทหารอากาศสวมปลอกแขน  " นายทหารเวร "  ก้าวลงมาจากรถพร้อมกับเดินเข้าไปหาบุรุษผมเกรียน  ซึ่งกำลังเปิดประตูรถลงมาจากข้างล่างด้วยท่าทางร้อนรน

     นายทหารเวรชิดเท้ากระทำความเคารพแล้วเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม

     " -ขอประทานโทษด้วยครับ...ผู้กองมาก่อนกำหนดเกือบสามสิบนาที...ผมไม่ได้แจ้งกองรักษาการณ์เอาไว้...โปรดตามรถของผมไปเลยครับ "

     บุรุษลึกลับผมเกรียนยกมือขึ้นรับทำความเคารพแล้วโหนตัวขึ้นไปนั่งบนรถโดยไม่พูดอะไรซักคำ...นายทหารเวรหันไปออกคำสั่งกับทหารกองรักษาการณ์ด้วยน้ำเสียงเบา ๆ อยู่ครู่หนึ่ง...เมื่อทหารกองรักษาการณ์ทยอยกลับเข้าไปในกองรักษาการณ์แล้ว  นายทหารเวรก็กลับไปขึ้นรถจี๊ป  คนขับเลี้ยวรถกลับพร้อมกับวิ่งช้า ๆ นำหน้ารถบรรทุกมุ่งหน้าไปยังสนามบิน  ซึ่งมองเห็นทึม ๆ อยู่ในความมืดเบื้องหน้า

     รถจี๊ปเล็กพารถบรรทุกเลี้ยวขวาเข้าไปจอดที่หน้าโรงเก็บเครื่องบินซึ่งเก่าคร่ำคร่า...เป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณลานจอดเครื่องบินปราศจากทหารหรือช่างเครื่องใด ๆ ทั้งสิ้นมีแต่เครื่องบินลำเลียงแบบ  " ซี. 130 "  จอดอุ่นเครื่องอยู่เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น

     รถบรรทุกจอด...รถจี๊ปเล็กวิ่งเลยไปทางด้านขวามือ...ชายผมเกรียนกระโดดลงจากรถแล้วเดินอ้อมมายื่นหน้พูดเข้าไปในกะบะท้ายเบา ๆ

     " -ลงจากรถได้แล้วครับ  หัวหน้ารอพวกคุณอยู่บนเครื่องบิน  ขอให้โชคดีครับ "

     กลุ่มเพชฌฆาตทั้ง 7 ปีนลงมาจากกะบะท้ายรถด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงแล้วแบกถุงทะเลบรรจุเครื่องมือสัมภาระเดินมุ่งหน้าขึ้นไปที่ประตูช่องท้ายของเครื่องบินลำเลียงที่กำลังจอดอุ่นเครื่องอยู่นั้นด้วยความรวดเร็ว

     ที่นั่งโดยสารของเครื่องบิน ซี. 130  ซึ่งตามปกติจะถูกถอดเอาออกเพื่อให้มีเนื้อที่กว้างขวางพอที่จะบรรทุกสัมภาระเพิ่มขึ้น  บัดนี้ถูกดัดแปลงติดตั้งที่นั่งเอาไว้อย่างสวยหรู

     " สวัสดี...หมอ..."

     นอร์แมนยื่นหน้ามาทักทายหมอดาหลา  ซึ่งเดินนำหน้าสุดพร้อมกับเอื้อมมือมาดึงถุงทะเลขึ้นไปวางเอาไว้บนเคบิน  ต่อจากนั้นก็ฉุดข้อมือหญิงสาวขึ้นไปข้างบนพลางพูดต่อไปอีก

     " อุปกรณ์ทั้งหมดเราเตรียมเอาไว้ให้บนเครื่องบินหมดแล้ว  ประเดี๋ยวเราจะฉายภาพยนตร์ภูมิประเทศจริงให้ดูบนเครื่องบิน "

     " -มีหนังดูซะด้วย...หนังโป๊มีมั้ยครับหัวหน้า...แฮ่...แฮ่ ๆ "

     ไอ้โล้นสอดขึ้นมาพร้อมกับตาลีตาเหลือกปีนตามหลังหมอดาหลา  ขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นเต้น  แต่ถูกไอ้แสบกระชากตกลงมานอนจุกแอ็ด ๆ อยู่ที่พื้น  ท่ามกลางเสียงหัวเราะครืนใหญ่ของพรรคพวก

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX จบตอนที่ 43 แล้วครับ  XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX
 พิมพ์ผิดประการใดขออภัยนะที่นี้ด้วยนะครับ

kenreals:
รายงานตัวครับ หลังจากซุ่มเกาะติดมานานอ่านตั้งกะหน้า1-65มันมากครับ ครั้งแรกที่อ่านหนังสือของคุณ สยมภู

คือตอนอายุ15นี่ก็ผ่านมาอีกเท่านึงของตอนนั้นไม่คิดว่าจะได้มาอ่านอีกครั้งนึง หาอ่านยากมาก

ขอขอบคุณ คุณJimและ คุณหลังเขามากครับที่อุตส่าห์สละเวลามาพิมพ์ให้อ่านอีกครั้ง

นึกว่าจะไม่ได้อ่านอีกแล้วซิ ไม่รู้ว่าผมตอบช้าไปรึเปล่าแต่ก็หวังว่าคงจะมีตอนต่อไปอีกนะครับ

นับถืออย่างสูงในความเสียสละ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว