ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤศจิกายน 01, 2014, 07:17:29 AM
หน้าแรก หน้าแรก chatroom ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
พ่อค้ารับรอง
สนใจติดต่อ PM
พ่อค้ารับรอง
สนใจติดต่อ PM


+  THAIAIRSOFT.GUN :
|-+  นิตยสาร บทความ และหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของชาว BB GUN
| |-+  บทความน่าสนใจ (ผู้ดูแล: RbungA+)
| | |-+  ทหารรับจ้างเดนตาย เรื่องของทหารรับจ้างชาวไทย ในสมรภูมิลาว งานเขียนของสยุมภู ทศพล
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 89 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ทหารรับจ้างเดนตาย เรื่องของทหารรับจ้างชาวไทย ในสมรภูมิลาว งานเขียนของสยุมภู ทศพล  (อ่าน 368581 ครั้ง)
phudchompoo
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #45 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2007, 12:35:30 PM »

ได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.8%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #46 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2007, 06:38:13 PM »

กองพันมรณะ ตอนที่ 11
   ด้วยการสนับสนุนของกองพันทหารรับจ้างที่ 618 ซึ่งตั้งปืน ค. แบบ 81 สองกระบอก ยิงเปิดทางข้ามศรีษะกลุ่มทหารลาว มุ่งทิศทางการยิงขึ้นไปบริเวณฐาน ชาร์ลี-แทงโก้ ด้วยการยิงชนิดโยกซ้ายโยกขวา บางครั้งก็ซัลโวถล่มอยู่ ณ จุดเดิมๆด้วยลูกสังหารติดๆกัน 6-7 ชุด ทำให้ ปรส.75 ทั้งสองกระบอกที่ตั้งจังก้าอยู่ ณ ที่ฐานยิง ชาร์ลี-แทงโก้ หมดพิษสงไปในทันทีทันใด
   ทั้งพลบรรจุและพลยิงของข้าศึกหมดโอกาสที่จะออกจากหลุม ขึ้นมาปรับทิศทางการยิงของปืนได้ ด้วยอำนาจปืน ค. กดหัวข้าศึกจนกระทั่งต้องซุกตัวนิ่งอยู่กับพื้นสนามเพลาะ เปิดโอกาสให้หน่วยกล้าตายของลาวคืบคลานใกล้ที่หมายเข้าไปทุกที
   ในที่สุด ค.81 ก็ถูกร้องขอให้ยุติการยิงชั่วคราว และในเวลาเดียวกัน กลุ่มทหารลาวก็คืบคลานเข้าถึงบริเวณที่ตั้งปืนของข้าศึกพอดี
   ฉากการประจัญบานด้วยอาวุธสั้นก็ได้เปิดฉากขึ้นในทันทีทันใด
   ทหารเวียดนามเหนือที่เหลืออยู่เพียง 2 หมวดเผ่นขึ้นจากร่องคูเหลด แต่ไม่ใช่หนีนะครับ พวกมันกระโจนเข้าห้ำหั่นกับกลุ่มทหารลาวย่างชนิดประชิดตัวเลยทีเดียว
เสียงปืนอาร์ก้ารัวถี่ยิบ บางครั้งก็มีเสียงระเบิดตูมใหญ่ของลูกระเบิดดังแทรกซ้อนขึ้นมาอีก กลุ่มทหารลาวที่แฝงกายเข้ามาเป็นชุดแรก ถูกความบ้าดีเดือดของทหารเวียดนามเหนือไล่สังหารตายยับอยู่ ณ บริเวณฐานปฏิบัติการนั่นเอง ส่วนที่เหลือรอดอยู่ 2-3 คนก็หันหลังกลับเผ่นลงจากยอดเนินอย่างขวัญเสีย
“ช่วยยิง M.60 คุ้มกันให้ด้วย ประเดี๋ยวจะส่งหน่วย “อินทรีดำ” ขึ้นบุกรังพวกมันอีกครั้ง”
พ.อ.โซราย่าตะโกนด้วยความโมโหที่มองเห็นลูกน้องตายยับต่อหน้าต่อตาเช่นนั้น
ปืน M.60 สองกระบอกรัวเป็นจังหวะติดต่อกัน พลยิงส่ายปากกระบอกสาดกระสุนเข้าใส่รังปืนข้าศึกเป็นห่าฝน และในขณะเดียวกันนั้น กลุ่มทหารลาวที่มีเครื่องแบบพิสดาลกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาจากแมกไม้ที่ปกคลุมเป็นหย่อมๆ ณ บริเวณสองข้างทางที่ใช้เป็นเส้นทางขึ้นโจมตีฐานปฏิบัติการของข้าศึก
ด้วยชุดสีดำสนิทไปทั้งร่าง ศรีษะถูกคาดเอาใว้ด้วยผ้าประเจียดสีแดง ปล่อยชายพู่ห้อยเอาไว้เบื้องหลัง บริเวณหน้าอกซ้ายเหนือราวนมมีเครื่องหมาย “นกอินทรี”  ของกองรบพิเศษเมืองหลวงพระบางติดเอาใว้อย่างโก้หรู ทุกคนมีปืนกล M.16 เป็นอาวุธประจำกาย วิ่งซิกแซ็กเข้าหาข้าศึกด้วยยุทธวิธีที่ผ่านการฝึกจากศูนย์สงครามพิเศษมาอย่างช่ำชอง   
สนุกแน่ครับ บ้าดีเดือดกับบ้าระห่ำได้เจอะกันแล้ว “หน่วยอินทรีดำ” เป็นหน่วยที่มีชื่อเสียงที่สุดของกองพันทหารแห่งประเทศลาว แทบทุกคนผ่านคอร์ส “แรงเย่อร์” และ “รีค่อน” อันแสนทรมานจากสัตหีบมาแล้วอย่างโชกโชน
การต่อสู้ด้วยมือเปล่าหรือเล่ห์เหลี่ยมทุกชนิดในการสังหารศัตรู ถูกบรรจุอยู่ในหัวสมองของหน่วยอินทรีดำมาช้านานและครั้งนี้ได้มีโอกาสเล่นกับของจริง ก็เลยทำให้หน่วยอินทรีดำชุดนี้มีความกระเหี้ยนกระหือมากขึ้น
เมื่อมองเห็นหน่วยกล้าตายวิ่งตะลุยขึ้นไปอย่างบ้าเลือดเช่นนั้น ทำให้กลุ่มทหารลาวที่รีรออยู่เบื้องหลังบังเกิดความอุ่นใจพากันเคลื่อนที่ติดตามขึ้นไปทันที
คราวนี้ไม่ต้องรอให้ทหารเวียดนามเหนือขึ้นมาจากร่องคูเหล็ดหรอกครับ หน่วยอินทรีดำกระโจนลง “ล่า” พวกข้าศึกถึงก้นหลุมเลยทีเดียว
ด้วยชั้นเชิงและความสามารถที่เทียบกันไม่ได้ ทหารเวียดนามเหนือถูกสังหารเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว ต่อจากนั้น หน่วยอินทรีดำก็ผละออกจากร่องสนามเพลาะบุกตะลุยเข้ายึดฐานปฏิบัติการ ชาร์ลี-แทงโก้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 50 เมตร
“สิงหะ (บก.ล่องแจ้ง) จากโซราย่า พวกเรายึดชาร์ลี-แทงโก้ ได้แล้วเมื่อเวลา 10.30 ขณะนี้กำลังเคลียร์รอบๆบริเวณอยู่ ถ้าทำ “ชอปเปอร์-แพ็ด” (ที่ให้เฮลิคอปเตอร์ลงพื้น) เสร็จเมื่อไหร่ กรุณาส่งน้ำยาดับกลิ่นขึ้นมาให้ด้วย เหม็นเหลือเกิน ศพพวกมันเน่าเละเทะไปหมด”
พ.อ.โซราย่า ส่งข่าวการปฏิบัติการให้ บก.สิงหะ (บก.ล่องแจ้ง) ทราบทางวิทยุสนาม
“ดีมาก โซราย่า ทางปีกขวาของเราก็ยึด ชาร์ลี-ออสก้า ได้แล้วเช่นกัน เหลืออยู่ตรงยอดครึ่งกลางแห่งเดียวเท่านั้น ผมคิดว่า ทหารของเราคงทำสำเร็จก่อน 2 โมงเย็นใช่ไหมครับ”
ท่านนายพลวังเปาย้อนถามมือขวาขึ้นไปอีกครั้ง
“ผมคิดว่าคงไม่เกิน 3 โมงแน่นอนครับ ขณะนี้ชุดอินทรีดำของเราล่วงหน้าขึ้นไป “เกาะ” ฐานข้าศึกเรียบร้อยแล้ว พร้อมเมื่อไหร่ผมจะให้ส่วนหนุนเคลื่อนตีเข้าตีฐาน “ชาร์ลี-อัลฟ่า” ทันที”
“ทหารของพวกมันมีกำลังพลประมานเท่าไหร่” วังเปาย้อนถาม
“มีไม่เกิน 20 คนครับ แต่ละคนก็อยู่ในสภาพที่อดอยากเพราะขาดแคลนอาหาร และเป็นที่น่าเสียดายไม่มีข้าศึกรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว พวกมันชิงฆ่าตัวตายหมดครับ”
“ไม่เป็นไร ขอให้ทหารของเรายึดฐานกลับคืนมาได้ ผมก็ดีใจแล้วครับ เมื่อทำชอปเปอร์แพ็ดเสร็จ ผมจะขึ้นไปเยี่ยมทหารถึงบนฐานเลยทีเดียว”
“ท่านนายพล อย่าเพิ่งขึ้นมาตอนนี้เลยครับ มันอุจาดตาเหลือเกิน รอให้ทหารของเราจัดแจงเผาศพเหล่านี้ให้เรียบร้อยก่อนเถอะครับ”
“โอเค เพื่อนรัก เย็นนี่ถ้าเรียบร้อยแล้วคุณลงมาพักผ่อน แล้วพบกันตอนเย็นนะ ผมสั่งอุ้งตีนหมีเอาใว้ให้คุณเป็นพิเศษ”
“ขอบคุณท่านนายพลมากครับ” พ.อ.โซราย่ากล่าวตอบท่านนายพลวังเปาด้วยความดีใจที่จะได้ลิ้มรส “อุ้งตีนหมี” อันเป็นยาเสริมพลังเพศชั้นเยี่ยมจากตำหรับเก่าแก่ของชนเผ่าแม้ว
นับว่าเป็นการเข้าใจผิดอันใหญ่หลวงของ บก.ล่องแจ้งที่คาดการณ์เอาไว้ว่า จะต้องมีกำลังพลของข้าศึกยึดครองเนินสกายไลน์ทูเอาใว้อย่างมากมายเลยทีเดียว
ผิดคาดครับ มีข้าศึกอยู่เพียง 20 กว่าคนเท่านั้นเองที่ถูกมอบให้รับหน้าที่ “ลวง” พวกเราอยู่บนยอดเนิน อุปกรณ์ในการ “ลวง” ที่ฝ่ายค้นพบก็คือ โคมไฟขนาดใหญ่ พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาดกระทัดรัดที่ใช้ส่งสัญญาณไฟ “โต้ตอบ” หลอกพวกเราอยู่เสมอๆในเวลากลางคืนนั่นเอง
ด้วยพลประจำโคมไฟเพียง 2 คน ทหารเวียดนามเหนือก็สามารถสร้างสถานการณ์ให้ฝ่ายเราประเมินกำลังของพวกมันผิดพลาดไปหมด พลประจำโคมสัญญาณเหล่านี้ มีหน้าที่เพียงเปิดโคมไฟหลอกล่อพวกเราเท่านั้น
แม้กระทั่งอาวุธหนัก ปรส.75 ทั้ง 2 กระบอกก็เป็นปืนของทหารรับจ้างที่ถอนตัวแล้วพากันทิ้งปืนเอาไว้นั่นเอง
ฐาน “ชาร์ลี-ออสก้า” มีข้าศึกอยู่เพียง 4 คนที่ผอมโซด้วยความอดอยาก ขนมโก๋ชิ้นสุดท้ายของข้าศึกถูกทหารลาวยึดเอามาแบ่งกันกินอย่างสนุกสนาน
ส่วนบนยอดเนินที่สูงที่สุดบนฐาน “ชาร์ลี-อัลฟ่า” พลประจำโคมไฟสองคนสุดท้ายปล่อยทีเด็ด สวมหัวใจสิงห์ด้วยการบรรจุดินระเบิดเต็มแผงหน้าอก แล้ววิ่ง “ชาร์จ” กลุ่มอินทรีดำแหลกลาญไป 6-7 คน ท่ามกลางความเป็นเดือดเป็นแนของทหารหน่วยนั้น
ชัยชนะอย่างเด็ดขาดตกเป็นของกองพันทหารลาวภายในเย็นวันนั้นเอง
ก่อนเวลา 15.00 น. เล็กน้อย ทุกสิ่งทุกอย่างบนเนินสกายไลน์ทู ก็เรียบร้อยพร้อมที่จะให้ชอปเปอร์บินขึ้นส่งกำลังบำรุงได้ตามปกติ
หน่วย เอ.ดี.เอส. ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ บริเวณลานจอด เริ่มออกเคลียร์รันเวย์ด้วยเครื่องตรวจวัตถุระเบิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน ด้วยการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจราจรทางอากาศของสนามบินล่องแจ้งที่ปิดตายมาเกือบอาทิตย์ก็เริ่มเปิดการจราจรภายในเย็นวันนั้นเอง
กองพัน 618 ถูกฝูงชอปเปอร์หิ้วอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นไปวางแนวแทนกองพันทหารลาวทั้ง 4 กองพันในวันต่อมา
หลังจากนั้น กองพันทหารลาวก็เริ่มเคลื่อนย้ายลงจากเนินสกายไลน์ทู มุ่งหน้าบุกป่าทึบไปยังสนามบิน “ป่าดง” เพื่อเข้าที่รวมพล รอแผนการที่จะบุกตะลุยเข้าทุ่งไหหินต่อไป
มันเป็นการสูญเสียที่น้อยเป็นประวัติการณ์ในการบุกเข้าโจมตีข้าศึก อย่างไรก็ดี นายพลวังเปาเสียอกเสียใจในการสูญเสียชีวิตของหน่วยอินทรีดำทั้ง 7 คนเป็นอย่างมาก ท่านเคยปรารภกับผมอยู่เสมอว่า หน่วยอินทรีดำหน่วยนี้ เป็นหน่วยที่ท่านภูมิใจอย่างที่สุด แล้วท่านก็เลยกระซิบบอกกับผมอย่างเปิดอกว่า แท้ที่จริงทหารชุดนี้ก็คือ หน่วยกล้าตายพิเศษที่ท่านจ้างมาจากศูนย์สงครามพิเศษประเทศไทยนั่นเอง
ทุกคนเป็นทหารรับจ้างชาวไทยล้วนๆ ที่เข้ามาเผชิญโชคในแผ่นดินลาวด้วยค่าจ้างเดือนละ 8,000 บาทต่อคน มีกำลังพลทั้งหมด 67 คนพอดี
ไอ้ความสงสัยที่ผมมีต่อทหารหน่วยนี้ เมื่อคราวพบครั้งแรกที่สนามบินล่องแจ้ง เมื่อตอนที่เคลื่อนย้ายมาจากสุวรรณเขตก็ประจวบเหมาะกันพอดี
ก็ใครจะไม่สงสัยเล่าครับ ผิวพรรณบางคนดำคล้ำเหมือนไทยอิสลามก็มี แถมบางคนก็เดาะพูดภาษาปักษ์ใต้กันหนุงหนิงไปหมด คราวแรกผมนึกว่าผมหูแว่วไปเสียอีก พอหันหน้าไปมองดู ทหารกลุ่มนั้นก็ทำเป็นนิ่งเฉยคล้ายๆกับกลัวคนอื่นจะสังเกตเห็นอะไรทำนองนั้น ลักษณะดังกล่าวตบตาผมไม่ได้หรอกครับ ลักษณะท่าทางของทหารหน่วยอินทรีดำมันผิดแปลกไปจากลักษณะของชาวแม้วหรือชาวลาวโดยทั่วไปอย่างสังเกตุเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเดินเหิน ลักษณะจากศูนย์สงครามพิเศษที่ได้รับการฝึกจนเป็นกมลสันดาน มักจะแสดงออกมาด้วยความเคยชิน โดยที่ไม่รู้สึกตัวเองเลยแม้แต่น้อย มิน่าเล่ายุทธวิธีการรบที่เต็มไปด้วยแบบแผนอันรัดกุม จึงสามารถบดขยี้ข้าศึกที่ผ่านการรบมาชั่วนาตาปีลงได้อย่างสะดวกโยธิน
ค่าใช้จ่ายในการเข้าตี “เนินสกายไลน์” ประเมินอย่างคร่าวๆ เริ่มคิดตั้งแต่ ราคาของกระสุนปืนใหญ่แต่ละนัดที่ยิงถล่มทั้ง 4 กระบอกเป็นเวลาชั่วโมงครึ่ง คิดเป็นจำนวน 1,500 นัด “ลูกสังหาร” ตามราคาที่ประเมินเอาไว้ในคลังสนามตกลูกละ 900 บาท โดยเฉพาะค่าลูกกระสุนปืนใหญ่ก็ตกเข้าไปตั้ง 1,350,000 บาทเข้าไปแล้ว ไหนจะค่าลูกกระสุน M.16,M.60,M.79,M.72 ค.81 และค่าอะไรต่ออะไรปลีกย่อยที่ทหารต้องสูญไปอีก เช่นค่าทำขวัญทหารผู้เสียชีวิตที่ซี.ไอ.เอ. ต้องจ่ายให้ศพละ 100,000 บาท เข้าไปอีก
เราจะเห็นได้ว่า ซี.ไอ.เอ. ทุ่มทุนในสงครามลาวด้วยค่าใช้จ่ายวันหนึ่งๆอย่างมหาศาลเลยทีเดียว
อเมริกันจะได้อะไรในประเทศลาว?
จนด้วยเกล้าครับผม ไอ้ผมมันก็ชนชั้นกระจอกๆตามธรรมดานี่เอง แล้วจะมีหัวคิดปราดเปรื่องทางด้านการเมืองทันชาวบ้านเขาได้อย่างไร แต่ถ้าท่านถามผมมาอีกว่า ที่พวกเราดันสะเออะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาด้วย มันจะมีดีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
สำหรับข้อนี้ ผมขอตอบเสียเลย เพราะไหนๆเหตุการณ์มันก็ผ่านเลยเถิดมาจนกระทั่งทหารรับจ้างสลายตัวออกมาจากประเทศลาวจนหมดสิ้นแล้ว
ข้อแรกเรามีโอกาสออกไปยันข้าศึกที่จะทะลักข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาก่อความยุ่งยากขึ้นภายในเขตของประเทศไทยเข้าทำนองกั้นรั้วนอกบ้านนั่นแหละครับ
ข้อสอง เงินสิครับใครจะไม่ชอบบ้าง ไม่รู้ว่ากี่ร้อยล้านกี่พันล้านที่ ซี.ไอ.เอ. ประเคนให้กับผู้บริหารงานกองบัญชาการเสือพราน
อยู่กับเงินซะอย่าง ไอ้ที่ไม่รั่วไหลเห็นจะยากส์ นิสัยคนไทยไอ้เรื่องจะไม่มีคอรัปชั่น หายากครับ ขนาดประมูลสร้างส้วมแท้ๆ พี่ไทยก็ยังเบียดบังผลประโยชน์กันเป็นว่าเล่น
สงครามลาวสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้กับ “คนบางคน” อย่างล้นเหลือ และในทำนองเดียวกันสงครามลาวก็สร้างความหายนะให้กับชีวิตอาสาสมัครชาวไทย ล้มหายตายลงจากไปมิใช่น้อย
□□□□□□□□□□□□□□□□□□□□
เมื่อเหตุการณ์ทางด้านสกายไลน์ทูเข้าสู่สภาพปกติ ผมก็ถูกส่งตัวขึ้นไปบนฐานชาร์ลี-ชาร์ลี เพื่อประสานงานกับกองพันทหารรับจ้างที่ 616 อีกครั้ง
เพื่อให้กองพันทหารรับจ้างทั้งหลาย มีอำนาจการคุ้มครองจากปืนใหญ่โดยทั่วถึงกัน ทาง บก.ล่องแจ้งก็วางแผนให้ย้ายฐานปืนใหญ่จากเฮอคิวลิสขึ้นไปตั้งรวมอยู่กับ บก.พัน 616 เพื่อให้มีอำนาจการยิงครอบคลุมไปถึงสนามบินซำทองได้อย่างสบาย
และแล้วในวันรุ่งขึ้น ส่วนล่วงหน้าของฐานปืนเฮอร์คิวลีส ซึ่งประกอบด้วยกำลังทหารปืนใหญ่ 40 คน ก็ได้มาถึงฐานปฏิบัติการกองพันผม
หน้าที่ของทหารปืนใหญ่เหล่านี้ก็คือ จัดการสร้างฐานปืนให้เรียบร้อยก่อนที่เจ้า “สกายเครน” จะหิ้วเอาตัวปืนมาในภายหลัง
ทหารต่างกองพันเจอะกันเข้า ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการพนันหรอกครับ “ไฮโล” คือการพนันที่ขึ้นหน้าขึ้นตาที่สุดในสมรภูมิลาว บริเวณหลังศูนย์วิทยุ บก.พัน ที่ผมใช้เป็นที่พักอาศัย กลายเป็นที่ชุมนุมของ “นักนิยมกระดูกเต้นรำ” กันให้คลั่กไปหมด ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องหรือเจ้านาย ต่างก็เชือดเฉือนกันอย่างหน้าดำหน้าแดง ลืมสถานการณ์ที่กริ่งเกรงไปชั่วขณะ
ข่าวคราวและวี่แววของข้าศึกที่ตั้งฐานอยู่ ณ สนามบินซำทองเงียบเชียบ จนทำให้กองพันทหารรับจ้างของผมคิดว่ากำลังส่วนใหญ่ของพวกมันคงจะถูกอำนาจระเบิดจาก B-52 ถล่มสูญเสียไปจนหมดสิ้นแล้ว
ไอ้ความเงียบนี่แหละครับที่สร้างความประมาทให้กับกลุ่มทหารรับจ้างชั้น ผบ.หมวดบางคนอย่างช่วยเหลืออะไรไม่ได้
จากการลาดตระเวณที่เคยทำเป็นประจำ ก็อาศัยความประมาทหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ บางครั้ง บก.ล่องแจ้งออกคำสั่งให้ค้นหาร่องรอยข้าศึก ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากฐานปฏิบัติการค่อนข้างจะไกลพอสมควร พ่อเจ้าประคุณเหล่านี้ก็ทำทีออก ลว.เหมือนกัน แต่พอเดินลับตาจากฐานปฏิบัติการก็หลบแว่บเข้าไปซุกซ่อนตามป่าทึบ
บางกลุ่มก็งัดไฮโล หรือไพ่ป๊อกออกมาจั่วกันสบายอารมณ์ไปเลย ปล่อยให้พลวิทยุส่งข่าว “แหกตา” ไปทาง บก.พัน ด้วยข่าวที่แนบเนียน จน ผบ.พัน ไม่มีทางจับผิดได้
ข้อนี้แหละครับ เป็นจุดเสื่อมที่กองพันทหารรับจ้างต้องประสพกับการเข้า “เกาะ” ฐานปฏิบัติการจากพวกข้าศึกอยู่เสมอๆ ข้าศึก “เกาะ” ฐานของฝ่ายเราเมื่อไหรา พึงสำเหนียกเถิดว่าหายนะกำลังเข้ามาเคาะประตูบ้านของท่านแล้ว อีกไม่นานเกินรอ ฐานปฏิบัติการของท่านอาจจะโดนหน่วยแซปเปอร์ (กล้าตาย) ของทหารเวียดนามเหนือ แหกลวดหนามขึ้นมาเชือดคอทหารรับจ้างที่ทำหน้าที่เป็นยามรักษาการเอาดื้อๆ อย่างชนิดที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ภาระกิจอันซ้ำๆซากๆของพวกทหารรับจ้างยาม “ปลอดศึก” ก็คือการลาดตระเวณที่น่าเบื่อหน่าย และจำเจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั่นเอง
...................
“พบข้าศึก 7-8 คน บนเนินทันเดอร์กำลังลากปืน ค. ซึ่งคาดว่าจะเป็นแบบ 82 ขึ้นมาจากทางด้านที่ลาดลงไปสนามบินซำทองครับ”
พลวิทยุจากหน่วยตรวจการณ์หน้า ซึ่งซุ่มอยู่บนเนินเล้กๆบริเวณ “เนินอานม้า” รายงานข่าวเข้า บก.พันด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนฟังไม่ได้ศัพ์...
บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

sanZolo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 55

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 0%
HP: 0.2%



« ตอบ #47 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2007, 11:43:09 AM »

อ่านทั้ง thaiairsoft ทั้งbkk เริ่มงง อิอิ
แต่มันส์มากครับผม
ผมคนนึงที่ติดตามอยู่ครับ
บันทึกการเข้า

>>--DST ชื่อนี้มีแต่ความอบอุ่น--<<
หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.8%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #48 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2007, 11:56:38 PM »

ปืนใหญ่ 130 มม.
B-52
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2007, 12:00:43 AM โดย หลังเขา » บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

Acharngain
ทหารฝึกหัด

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 5 : Exp 59%
HP: 0%


อัจฉริยะ กับคนบ้า แตกต่างกันที่ความสำเร็จ


อีเมล์
« ตอบ #49 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2007, 09:52:44 AM »

ขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่งครับ ในความตั้งใจที่จะเผยแพร่ งานเขียนดีๆ ของคณ สยุมภู ทศพล เดี๋ยวสงกรานต์ผมจะกลับบ้านที่เชียงใหม่ ถ้าเจอเล่มไหนที่ยังอยู่ในสภาพดี ผมจะส่งไปให้ครับ อย่าให้ถ่ายเอกสารสารเลย ค่าถ่ายแต่ละเล่มแพงกว่าค่าส่ง + ค่าหนังสืออีก แฮะๆๆๆ
บันทึกการเข้า

ความเข้ากันอย่างลงตัว ของโน๊ตเพลงและเสียงปืน
หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.8%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #50 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2007, 10:08:00 PM »

ขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่งครับ ในความตั้งใจที่จะเผยแพร่ งานเขียนดีๆ ของคณ สยุมภู ทศพล เดี๋ยวสงกรานต์ผมจะกลับบ้านที่เชียงใหม่ ถ้าเจอเล่มไหนที่ยังอยู่ในสภาพดี ผมจะส่งไปให้ครับ อย่าให้ถ่ายเอกสารสารเลย ค่าถ่ายแต่ละเล่มแพงกว่าค่าส่ง + ค่าหนังสืออีก แฮะๆๆๆ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ ขอบคุณอย่างสูง
บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

phudchompoo
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #51 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2007, 12:49:58 AM »

ตามมาอ่านค่ะ


กองพันเพชฌฆาต
-ถล่มเนินซีบร้า
-ทหารขายชาติ
-สงครามฝิ่นที่ภูหินตั้ง
...4 เล่มนี้เป็นชุดเดียวกันหรือคะ

ปล.หา"ถล่มเนินสกายไลน์-วัน" ไม่เจอค่ะ รบกวนส่งlink ได้หรือเปล่าคะ
ปล.๒ ปลายเดือนเมษายนจะทะยอยลง "ไม่มีคำตอบจากทุ่งไหหิน" ให้นะคะ แต่ว่าขาดอยู่ ๒ เล่มคือ "เผชิญหน้ามัจจุราช"และ"สนามรบสนามเลือด"ค่ะ

บันทึกการเข้า
หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.8%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #52 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2007, 01:39:05 AM »

ตามมาอ่านค่ะ


กองพันเพชฌฆาต
-ถล่มเนินซีบร้า
-ทหารขายชาติ
-สงครามฝิ่นที่ภูหินตั้ง
...4 เล่มนี้เป็นชุดเดียวกันหรือคะ

ปล.หา"ถล่มเนินสกายไลน์-วัน" ไม่เจอค่ะ รบกวนส่งlink ได้หรือเปล่าคะ
ปล.๒ ปลายเดือนเมษายนจะทะยอยลง "ไม่มีคำตอบจากทุ่งไหหิน" ให้นะคะ แต่ว่าขาดอยู่ ๒ เล่มคือ "เผชิญหน้ามัจจุราช"และ"สนามรบสนามเลือด"ค่ะ



คนละชุดกันครับ
สงครามฝิ่นที่ภูหินตั้ง มี สองภาค เกือบยี่สิบเล่มพ็อคเก็ตบุ๊ก

ถล่มเนินสกายไลน์วันจะลงต่อ ละเลงเลือดที่ภูเทิง,ชุมทางคนกล้าตายครับ ต่อเนื่องจากตอนที่ลงอยู่นี้ครับ
บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.8%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #53 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2007, 08:11:29 PM »

กองพันมรณะ ตอนที่ 12
   ผมเผ่นพรวดเดียวออกมานอกบังเกอร์ แต่ไม่เร็วไปกว่ากองสิงห์ ซึ่งขณะนี้คว้ากล้องสนามตรวจการณ์บริเวณเนินทันเดอร์อย่างเอาใจใส่ แล้วหันมาพูดกับผมเบาๆว่า
   “พวกมันลาก ปืน ค. 82 จากสนามบินซำทอง ขึ้นมาตั้งฐานยิงบนเนินทันเดอร์แล้วครับ อ่านไต๋มันไม่ออกเลยว่ามันจะเล่นงาน 604 หรือกองพันเราแน่ ผมไม่รอมันละ”
   กองสิงห์หันไปออกคำสั่งกับ ผบ.หมวดอาวุธหนักที่ยืนอยู่ข้างๆทันที
   “กองจันทร์ เตรียมปืน ค. 4.2 ยิงไปที่เนินทันเดอร์ ตรงบริเวณที่ตรวจการณ์หน้าของเราตรวจพบข้าศึกเดี๋ยวนี้ ปรับทางปืนด้วยตนเอง เพราะมองเห็นที่หมายชัดมาก พร้อมแล้วซัดเลย เอาลูกควันก่อนนะ”
   “ปืน 4.2 ระยะยิง 4 ก.ม. ที่หมายกลุ่มข้าศึกและปืน ค.แบบ 82 พร้อมยิงได้”
   กองจันทร์ออกคำสั่งให้ลูกน้องหมวดอาวุธหนักที่ขณะนี้กำลังสาละวนวัดระยะหามุมการยิงกันชุลมุนวุ่นวาย
   ปืนของเรายังไม่ทันยิงเลยครับ ปืนของข้าศึกที่อยู่บนเนินทันเดอร์ก้เล่นงานพวกเราเข้าให้แล้ว มีเสียงดังตุ้งเบาๆ ต่อจากนั้นชั่วอึดใจ ก็มีเสียงวี้ดข้ามฐานของเราเลยไปตกบริเวณหุบเขาเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงระเบิดดังก้องหุบเขา เสียงสะท้อนของมันบาดจิตรบาดใจเข้าไปในหัวสมอง
   “เร็วๆเข้าโว้ย ปล่อยให้พวกมันจวกเราอยู่ได้”
   กองสิงห์ ตะโกนขึ้นอย่างอารมณ์เสีย พร้อมกับหันไปสั่งการให้พนักงานวิทยุร้องขอปืนใหญ่จากฐานแคนเดิ้ลช่วยยิงสนับสนุนอีกด้านหนึ่ง
   มีเสียงดังตุ้งติดตามมาอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ตำบลกระสุนตกเขยิบขึ้นมาอยู่บนแนวลวดหนามข้างหน้าสุด ห่างฐานปฏิบัติการของเราเพียง 100 เมตรเท่านั้น
   “เฮ้ย ลงคูเหลดให้หมดโว้ย มันปรับปืนเข้าใส้ไปเลย ประเดี๋ยวเถอะมึงเอ๊ย ไม่เบิร์มใครก็เบิร์มใครต้องป่นปี้กันบ้างล่ะ ครอบยากจะลองก็เชิญตามสบาย”
   รอง ผบ. 403 ตะโกนออกคำสั่งให้ลูกน้องลงหลุม
   เสียงคำรามหนักแน่น ของปืน ค 4.2 ของฝ่ายเราที่เริ่มปล่อยกระสุนควันออกเป็นนัดแรก เพียงชั่วครู่ควันสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ณ บริเวณเนินทันเดอร์มองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างถนัดชัดเจน
   “ระยะใช้ได้ แต่ต้องเพิ่มไปทางขวาอีก 400 เมตร คราวนี้เอาลูกสังหารเลย”
   กองจันทร์ตะโกนสั่งลูกน้องของเขาอีกครั้ง
   เสียงคำรามของลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ความดังของมันมิผิดเพี้ยนกับเสียงของลูกระเบิดที่ทิ้งจาก F-105 ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวจากทางเมืองล่องแจ้ง ชั่วอึดใจก้มีเสียงวี้ดข้ามศรีษะพวกเราไปทางเนินทันเดอร์ พร้อมกับมีควันสีขาวรวมกลุ่มกันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ณ จุดที่อยู่ห่างจากที่ตั้งข้าศึกเพียง 200 เมตร
   “ศรแดงจากแคนเดิ้ล เป็นอย่างไรบ้างครับ ของขวัญจากแคนเดิ้ล ช่วยปรับให้ด้วยครับ”
   กองสิงห์หันไปเอื้อมมือคว้าปากพูดหูฟังของเจ้า “ปิ๊ค 77” ที่ดังกังวานอยู่ใกล้ๆขึ้นมาทันที กดวิทช์ที่อยู่ข้างหูฟัง กรอกคำพูดไปยังฐานปืนแคลเดิ้ลอย่างรวดเร็ว
   “โอเค จากศรแดง ลด 200 เมตร ขอลูกสังหาร 1 ชุดใหญ่ ช่วยโยกซ้ายโยกขวาให้ด้วยครับ”
   “โอเคครับ ลด 200 เมตร ยิงแบบจังหวะหนังตะลุง รอประเดี๋ยวนะครับ”
   พนักงานวิทยุขี้เล่นจากแคนเดิ้ลสวนคำพูดมาในทันทีทันใด
   “เฮ้ย ไอ้พวกมือปืนขี้เท่อ พวกเองหยุดยิงได้แล้ว ยิงภาษาอะไรกันวะ ห่างตั้งเกือบครึ่งกิโล”
   กองสิงห์หันไปตะโกนด่าหมวดอาวุธหนักท่ามกลางเสียงหัวเราะครืนใหญ่ของกลุ่มทหารรับจ้างที่รู้ “กำพืด” ของทหารหมวดอาวุธหนักแตละคนว่า “ติดกัญชา” กันจนงอมแงมจนทำอะไรดูอืดอาดไปหมด
   “ปล่อยมาแล้วครับ โยกซ้ายโยกขวาพร้อมๆกันทั้งสองกระบอก ช่วยตรวจมาให้ด้วยคร้าบ”
   คราวนี้ตำบลกระสุนตกของปืนใหญ่ตกลงกลางที่ตั้งปืนของข้าศึกพอดิบพอดี ได้ยินเสียงระเบิดดังแทรกซ้อนขึ้นมาติดๆกัน 4-5 ครั้ง
   “ลูกปืน ค ของพวกมันถูกอำนาจระเบิดหมดเกลี้ยงเลยครับ แบบนี้ปืนของมันพังแน่นอน”
   ตรวจการณ์หน้าซึ่งซ่อนพลางอยู่บนยอดเนิน “อานม้า” ส่งข่าวเข้า บก.พัน
   “แคนเดิ้ลจากศรแดง ปืนของข้าศึกถูกทำลายแล้ว หมดภาระกิจยิง ขอบพระคุณมากครับ มีเหตุการณ์ผมจะร้องขอไปอีก”
   “ศรแดงจากแคนเดิ้ล มีอะไรบอกมาเลย สวัสดีครับ”
   เสียงคำพูดของพนักงานวิทยุจากแคนเดิ้ลยังไม่ขาดคำก็ปรากฎเสียง วี้ด วี้ด ดังแหลมยาวอยู่บนท้องฟ้า พอสิ้นเสียงของมัน ก็ปรากฏเสียงระเบิดกึกก้องหลังบังเกอร์วิทยุ บก.พัน
   ทั้งควันระเบิดและฝุ่นกระเด็นคลุ้งไปหมด กลุ่มทหารรับจ้างที่นั่งกันหน้าสลอนอยู่บนแนวกระสอบทราย ต่างก็พากันเผ่นหัวซุกหัวซุนลงคูเหล็ดชนิดยอมเจ็บตัวกันเลยทีเดียว
   กองสิงห์ ยกเท้าถีบกลางหลังผมหล่นวูบลงไปในหลุมเพาะที่ขุดไว้อยู่ข้างๆ พร้อมกับพุ่งตัวลงมาหมอบอยู่ข้างๆผม
   “ปืนใหญ่ 130 มม.ของมันแน่นอน คงจะยิงมาจากซำทอง คราวนี้เห็นจะแย่ครับ เพราะเราตรวจการณ์ไม่เห็นที่ตั้งของมันเลย คุณรีบขอเครื่องบินไปก็แล้วกัน”
   กองสิงห์สั่งงานรวดเร็วตามแบบฉบับของเขา
   “ผมขอไปทางเบาน์เดอร์ตั้งแต่ตรวจการณ์พบที่ตั้งปืน 82 ของมันแล้ว เบาน์เดอร์ก็บอกให้รอเครื่องจากนาซู ไม่เห็นมาซักที นี่ก็เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว น่ากลัวเครื่องจะไปทำงานอยู่ทางปากเซแน่ๆ”
   เสียงวี้ดของหางนำทิศปืนใหญ่ ได้ดังกังวาลแหวกอากาศเข้ามาอีก คราวนี้มันเล่นงานเสาอากาศแบบทรีท็อปที่สูงตระหง่านอยู่โค่นลงมาทันที หลังคาของบังเกอร์พนักงานวิทยุที่สร้างอย่างแข็งแรงทลายลงเหมือนกับโดนซุงขนาดใหญ่กระทุ้ง เดชะบุญที่พนักงานหิ้ววิทยุออกมาตรวจการณ์อยู่ข้างนอกกับ ผบ.พัน มิฉะนั้นแล้วจะต้องโดนฝังทั้งเป็นไปพร้อมๆกับบังเกอร์ที่ถล่มทลายไปสดๆร้อนๆ นั่นเอง
   “ทหารปืนใหญ่ตาย 2 คน บาดเจ็บแขนขาดอีก 2 คน ให้แฟ็กช่วยเรียกชอปเปอร์มารับด้วยครับ”
   ทหารรับจ้างชั้ย ผบ.หมวดคนหนึ่งตะโกนฝ่าเสียงระเบิดขึ้นมา
   ผมติดต่อขอชอปเปอร์จาก บก.ทันที และทาง บก.ก็ย้ำมาว่าจะพยายามส่งชอปเปอร์มารับผู้บาดเจ็บทันทีที่การระดมยิงของข้าศึกเบาบางลง
   ฐานแคนเดิ้ลหมดปัญญาที่จะสนับสนุนพวกเรา แล้ว เพราะที่หมายของที่ตั้งปืนใหญ่ของข้าศึกตั้งอยู่กลางถ้ำหิน มองเห็นแต่ประกายควันตอนมันพ่นกระสุนออกจากลำกล้องเพียงเบาบางเท่านั้น
   ปืนของมันเริ่มซัลโวที่ตั้งฐาน บก.พันของเราถี่ยิบ จนกองสิงห์เอะใจ สั่งให้ทหารตรวจการณ์บริเวณนอกรั้วลวดหนามอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะลักษณะการยิงเช่นนี้ เป็นการยิงสนับสนุนกลุ่มทหารราบของพวกมันให้เข้าตีฐานเรานั่นเอง
   “ข้าศึกประมาน 2 กองร้อย กำลังมุ่งหน้าจากพิกัด 734635 ขึ้นมาบริเวณอานม้า ช่วยให้ แคนเดิ้ลยิงทำลายด้วยครับ”
   ผบ.หมวด 5 กองร้อยที่ 2 ซึ่งเป็นหมวดระวังป้องกันส่วนหน้าสุด ซึ่งอยู่ที่ต่ำจากเนินหัวช้างตรงบริเวณทางแยกขึ้นเนินสกายไลน์ส่งข่าวให้ บก.พันทราบในทันทีทันใดที่ตรวจการณ์พบข้าศึกกำลังมุ่งหน้าเข้ามา
   “จากแคนเดิ้ล ผมกำลังฟังอยู่แล้วครับ ขอย้ำอีกครั้งว่าเป้าหมายคือทหารข้าศึกที่พิกัด 734635 ถูกต้องไหมครับ”
   “ถูกต้องแล้วครับ รีบปล่อยมาเร็วๆหน่อยครับ พวกมันใกล้เข้ามาแล้ว”
   ผบ.หมวดที่ 5 ของกองร้อยที่ 2 ที่ถูกแยกกำลังพลออกไปตั้งฐานโดดเดี่ยวละล่ำละลักขอความช่วยเหลือจากฐานปืนใหญ่ด้วยความตกอกตกใจ
   “ปล่อยมาแล้ว ช่วยตรวจให้ด้วย”
   “ซ้าย 300 ลด 400 โอเคมั้ยครับ”
   “รับข่าวถูกต้องครับ ซ้าย 300 ลด 400 โปรดรอสักครู่ ผมจะส่งของขวัญมาให้พวกมันอีก”
   “แคนเดิ้ลจากศรแดง ขณะนี้ข้าศึกเคลื่อนที่ผ่านอานม้ามุ่งหน้าขึ้น บก.พันแล้วครับ ช่วยยิงคุ้มกันกองพันให้ผมด้วย”
   “ทหารทุกคนเตรียมพร้อม ยิงทันทีเมื่อเห็นตัวข้าศึก ขณะนี้ปืนจากฐานต่างๆสนับสนุนเราไม่ได้แล้ว เพราะข้าศึกเคลื่อนที่เข้าประชิดฐานของเรา จนปืนใหญ่ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะกลัวลูกกระสุนจะชอร์ทถูกพวกเดียวกัน”
   กองสิงห์ออกคำสั่งอย่างเฉียบขาดพร้อมับหันมากระซิบกับผมเบาๆว่า
   “อย่าหวังเลยครับเครื่องบินจากนาซู พอฐานกองพันทหารรับจ้างเข้าตาจนทีไร มักจะมีอุปสรรคอย่างนี้ทุกที ผมจะฟัดมันด้วยอาวุธเท่าที่มีอยู่ในกองพัน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ บิ๊กแมนอย่าโผล่ศรีษะขึ้นมาพ้นแนวกระสอบทรายนะครับ”
   กองสิงห์อดที่จะเป็นห่วงเป็นใยในความปลอดภัยของผมไม่ได้
   “ค.60 ทั้งสองกระบอกตั้งทิศทางการยิงไปที่เนินอานม้า มุม 70 องศา ยิงทันทีเมื่อข้าศึกโผล่ขึ้นมาทางด้านนั้น”
   เสียงสั่งการโหวกเหวกดังให้แซ่ดไปหมด ในวิทยุสนามแบบ HT-2 ที่รับฟังได้ทั้ง 3 กองร้อย
   เสียงปืนอาร์ก้าเริ่มคำรามจากเนินอานม้าเข้าให้แล้ว จากกล้องสนามที่ผมยื่นออกจากช่องกระสอบทรายสามารถมองเห็นข้าศึกที่ยืนลับๆล่อๆอยู่ ณ บริเวณแมกไม้อย่างชัดเจน
   “โอ้โห รูปร่างของมันไม่ใช่เล็กๆเหมือนคนญวนทั่วเลยนี่ครับ ใหญ่โตสูงขาวเหมือนกับคนจีนเลยทีเดียว ผมว่าจีนแดงแหงๆเลยครับ”
   “ผมคิดว่า พวกจีนแดงคงจะส่งผู้เชี่ยวชาญทางวัตถุระเบิด หรือไม่ก็ผู้วางแผนทางยุทธวิธีมาร่วมประสานงานกับกองพันทหารเวียดนามเหนือตามโครงการช่วยเหลือที่มีต่อกัน ไอ้ตัวที่คุณบิ๊กแมนส่องกล้องมองเห็นตะกี้นี้ ต้องเป็นตัวชั้นหัวกระทิอย่างแน่นอน”
   กองสิงห์เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับสั่งการทางวิทยุต่อไป
   “อาวุธทุกชนิด ยิงลงไปทางรั้วลวดหนามด้านเนินอานม้า ประสานการยิงอย่าให้พวกมันเคลื่อนที่เข้ามายิงได้”
   ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำสั่งของ ผบ.พัน เสียงระเบิดนานาชนิดก็เซ็งแซ่ขึ้นรอบด้าน ห่ากระสุนนับเป็นหมื่นๆนัด ตัดกิ่งไม้บริเวณเนินอานม้าขาดปลิวว่อนกระเด็นไปทุกทิศทุกทาง บางครั้งมีเสียงระเบิดของปืนจรวดแม็กนีโตแบบเอ็ม 72 ดังแทรกขึ้นกลบปืนเล็กกลต่างๆให้เงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
   ข้าศึกเคลื่อนที่เข้ามา ประสพกับการยิงต้านทานอย่างชนิดถวายหัวเข้า ก็ไม่สามารถที่จะรุกคืบหน้าเข้ามาได้ การยิงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดเผ็ดร้อน และทวีความเหี้ยมเกรียมยิ่งขึ้นทุกที
   ผมมองเห็นประกายไฟวาบบนเนินอานม้า พร้อมกับมีเสียงระเบิดดังสนั่นเหมือนกับฟ้าผ่าตรงบริเวณรั้วลวดหนามที่อยู่ใกล้ บก.พันที่สุด อำนาจของระเบิดส่งลวดหนามทั้งแผงกระเด็นขึ้นมากองเป็นกระจุกอยู่บนคังคาบังเกอร์ของหมวดพยาบาล นอกจากนั้น แรงระเบิดของมันยังตัดสายเคโม (กับระเบิด) ที่ทหารฝ่ายเราวางดักข้าศึกเอาไว้จนขาดกระจุยกระจายไปจนหมดสิ้น
   ประกายไฟวาบที่สองได้ติดตามมาอีกครั้ง คราวนี้วิถีกระสุนของมันพุ่งเข้าปะทะร่องสนามเพลาะ อำนาจทะลุทะลวงของมัน แหวกร่องสนามเพลาะออกเป็นช่องพร้อมกับระเบิดเสียงสนั่นหวั่นไหว ส่งร่างของทหารรับจ้างที่อยู่ห่างจากหลุมเพลาะของผมออกไปทางซ้ายมือประมาน 25 เมตร ลอยกระเด็นขึ้นมาพาดค้างอยู่บนแนวกระสอบทราย พระเจ้าช่วย... ท่อนบนของทหารรับจ้างคนนั้นขาดหายไปเสียแล้ว
   “ผู้พันครับ พวกมันเอา ปรส. (ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง) ขึ้นมาตั้งกระหน่ำเราบนเนินอานม้าแล้ว ตัดสินใจให้ปืนใหญ่จากแคนเดิ้ลยิงเถอะครับ ผู้พัน แม้จะใกล้ฐานก็ต้องเสี่ยงกันละครับ”
   รอง ผบ.ร้อย 3 ตะโกนฝ่าเสียงระเบิดเข้ามา
   “ให้ทหารลงหลุมให้หมด ก้มหน้าลงให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะต่ำได้ อั้วจะให้แคนเดิ้ลยิงเดี๋ยวนี้”
   กองสิงห์กัดกรามพูดพร้อมกับตัดสินใจ เพื่อความอยู่รอดของลูกน้อง สั่งยิงปืนใหญ่ทันที
   เนื่องจากเนินอานม้า เป็นเนินที่ทหารของกองพันผมใช้เป็นที่ตรวจการณ์ พิกัดของเนินดังกล่าวขึ้น “สกอร์บอร์ด” อยู่ที่ฐานปืนใหญ่แคนเดิ้ลเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้เนินอานม้าจะอยู่ห่างจากฐานของเราเพียง 100 เมตร เพื่อความอยู่รอด ปืนใหญ่จากฐานแคนเดิ้ลตัดสินใจยิงทันที
   เหมือนกับพระเจ้าช่วย 3 นัดแรกของแคนเดิ้ลตกลงบนที่หมายพอดิบพอดี จะมีอะไรเหลือครับ แรงระเบิดของกระสุนขนาด 155 มม. ส่งทั้งปืนและพลยิงกระเด็นหายไปจากตาเหมือนกับถูกมือยักษ์กระชากออกจากกัน อีก 2 ลูกชอร์ท ตกลงข้างๆ
   เดชะบุญ กระสุนด้าน ทำให้ทหารรับจ้างที่อยู่ในคูเหลดเผ่นโกยอ้าว กระโจนไปแย่งหลุมบุคคลที่เพื่อนๆทหารบางคนซุกตัวหมอบอยู่ก่อนแล้ว ด้วยความตกใจอย่างสุดขีด ท่ามกลางเสียงโวยวายของเพื่อนฝูงที่อยู่ดีๆก็มีร่างมนาญ์กระโจนทับมาบนศรีษะ เล่นเอาเพื่อนฝูงที่อยู่ข้างๆอดที่จะหัวเราะมิได้
   พอ ปรส. กระบอกที่ ข่ม กองพันของเรา ถูกอำนาจปืนใหญ่จากฐานแคนเดิ้ลยิงกระจุยกระจายพังพินาศไปต่อหน้าต่อตาของบรรดาทหารรับจ้าง ทำให้ขวัญกำลังใจที่เขม็งเกลียวเต็มที่ของทหารเหล่านั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างทันตาเห็น
   เสียงรัวอย่างถี่ยิบของปืนกลเบาแบบเอ็ม. 60 จากฝีมือของ “เจ้าดำ” อดีตช่างตัดผมฝีมือเยี่ยม แต่ใจร้อนในอดีตที่มือไว ใช้มีดโกนปาดคอคู่อริในสถานอาบอบนวดจนห้อยร่องแร่ง เลยต้องเผ่นหนี ทิ้งปัตตาเลี่ยนเปลี่ยนอาชีพเป็นนักล่าหัวมนุษย์ โดยไม่ผิดกฏหมายอยู่ในสมรภูมิลาว จะว่าไปแล้ว เจ้าดำก็มีศิลปะที่มือก็เหลือเดา ฝีมือการยิงปืน เอ็ม.60 ของเจ้าดำเข้าขั้นจริงๆ หลายสิบศพทีเดียวที่ผมแลเห็นฟุบไปกับตา ณ บริเวณรั้วลวดหนาม
   “ผู้พันครับ ผมขออนุญาตออกไปจวกกับมันนอกลวดหนามได้ไหมครับ ผมทนไม่ใหวแล้ว ปล่อยให้พวกมันหลอกล่อพวกเราอยู่ได้”
   ส.ท. มนตรี วีระศิริ หัวหน้าหน่วยกล้าตายของกองพันทหารรับจ้างตะโกนฝ่าเสียงระเบิดขึ้นมาด้วยความโมโหสุดขีด
   “ใจเย็น ไอ้ตรี ประเดี๋ยวเอ็งได้ฆ่าพวกมันแน่ๆ รอให้มันโงหัวไม่ขึ้น เพราะอำนาจปืนใหญ่จากฐานแคนเดิ้ลสักประเดี๋ยวก่อน อั๊วจะอนุมัติให้พวกเอ็งลงไปล่าให้ชุ่มมือทีเดียว”
   กองสิงห์เตือนสติลูกน้องคนโปรดของเขา ซึ่งหมอบคอยคุ้มกันอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางจงรักภักดีสุดชีวิต
   ปืนใหญ่จากฐานแคนเดิ้ล ตัดสินใจยิงถล่มบริเวณนอกรั้วลวดหนามของฐานปฏิบัติฝ่ายเราอีก
   ตั้งแต่ผมใช้ชีวิตเป็นทหารรับจ้างอยู่ในลาวมา 3-4 ปี ก็ในวันนี้แหละครับที่ผมเห็นฝีมืออย่างแท้จริงของปืนใหญ่จากฐานแคนเดิ้ล แต่ละนัดแต่ละชุดที่กระสุนปืนใหญ่บรรจงปล่อยมาจากฐานปืนที่ล่องแจ้งตกลงบนที่หมายเกือบ 90 เปอร์เซนต์
   ข้าศึกเริ่มระส่ำระสายแล้ว บางคนเริ่มหันรีหันขวาง ทำท่าจะถอนตัวออกจากบริเวณรั้วลวดหนามท่าเดียว โผล่หัวขึ้นมาจากหลุม พอลูกปืนใหญ่กระทบพื้นก้หดหัวลงไปอีก เอาเถิดเอาล่ออยู่เช่นนี้จนกระทั่งกองสิงห์ตัดสินใจส่งหน่วยกล้าตายออกกวาดล้างทันที
   ส.ท. มนตรีพร้อมด้วยลูกน้องของเขาอีก 14 คนคลานด้วยข้อศอกออกจากคูสนามเพลาะ ท่มกลางการยิงคุ้มกันของปืนกลเบาแบบเอ็ม.60 ทั้งสองกระบอกที่สาดห่ากระสุนไปยังกลุ่มทหารเวียดนามเหนือที่ซุกตัวหมอบนิ่งอยู่กับก้นหลุมเบื้องหน้า
   หน่วยกล้าตายทั้ง 15 คน คลืบคลานเข้าหาหลุมบุคคลที่ทหารเวียดนามเหนือซุกซ่อนอยู่ ด้วยความบ้าดีเดือด ชนิดที่ผมตรวจการณ์อยู่ตลอดเวลาด้วยกล้องสนาม อดที่จะเสียวขนหัวแทนมิได้
   ยิ่งใกล้ข้าศึกเข้าไปเท่าใด อาวุธทุกชนิดกระหน่ำยิงประสานกันลงไปอย่างหูดับตับไหม้ เป็นที่น่าสังเกตุว่า วิถีกระสุนของฝ่ายเราสูงขึ้นทุกที ทั้งนี้เป็นไปตามแผนของกองสิงห์ที่เกรงกระสุนจะถูกพวกเดียวกันนั่นเอง
   จากกล้องสนามผมแลเห็นมนตรีทำสัญญาณให้ลูกน้องของเขาผุดลุกขึ้นจากท่าคืบคลาน ปลดสลักนิรภัยโยนลูกระเบิดลงไปในหลุมบุคคลที่ทหารเวียดนามเหนือซุกซ่อนอยู่อย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลิ้งตัวหลบสะเก็ดระเบิดไปคนละทิศละทาง
   เสียงระเบิดของลูกระเบิดมือได้ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมๆกัน ทหารเวียดนามบางคนที่รอดตายจากอำนาจสะเก็ดระเบิดก็เผ่นขึ้นจากหลุม ก็พอดีกับวิ่งเข้ามาในทิศทางปืนของหน่วยกล้าตายที่รอจังหวะอยู่แล้ว
   ฉากการดวลระหว่างอาร์ก้ากับปืนเอ็ม.16 ก็ได้เปิดฉากขึ้นในระยะประชิดตัว ใครยิงก่อนก็เป็นฝ่ายได้เปรียบ แน่นอนเหลือเกิน การสาดกระสุนเข้าหากันก็เหมือนสาดน้ำรดกัน ย่อมมีการเจ็บการตายด้วยการทั้งสองฝ่าย หน่วยกล้าตายเป็นฝ่ายได้เปรียบ ที่เปิดฉากการโจมตีขึ้นก่อน ทำให้ข้าศึกตกอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อม ยอดการสูญเสียจึงมากกว่าฝ่ายเราอย่างเทียบกันไม่ได้
   ชัยชนะตกเป็นของหน่วยกล้าตายอย่างเด็ดขาด ข้าศึกเผ่นลงไปจากเนินอานม้าจนหมดสิ้น ภารกิจต่อไปของหน่วยกล้าตายก็คือรวบรวมเอกสารจากศพทหารเวียดนามเหนือ พร้อมกับยึดอุปกรณ์สื่อสารได้บางส่วนและไม่ลืมที่จะหามศพเพื่อนร่วมทีมที่ต้องเสียชีวิตในการประจัญบานเลือดท่วมไป 4 คน ขึ้นมาด้วย
   กองสิงห์สั่งทหารอีก 4 หมวดลงไปคุ้มกันหน่วยทหารกล้าตายทันที ต่อจากนั้นก็ส่งข่าวการปฏิบัติให้ทาง บก.ล่องแจ้งทราบโดยด่วน
   ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เวลาปาเข้าไปตั้ง 16.45 น. เข้าไปแล้ว ชอร์ปเปอร์ 3 ตัว บินลิ่วมาทางเม็นแล้มมองเห็นลิบๆอยู่เบื้องล่าง
   “บอกให้คนเจ็บเตรียมตัวด้วยครับ ชอปเปอร์มารับแล้ว คนตายก็เตรียมเอาไปด้วย ประเดี๋ยวชอปเปอร์เที่ยวสุดท้ายจะนำถุงใส่ศพติดมาด้วย”
   ผมตะโกนบอกทหารรับจ้างที่สาละวนดัดแปลงรั้วลวดหนามและซ่อมแซมสิ่งสลักปรักพังอยู่รอบด้าน
การขนส่งทหารผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้ผ่านพ้นไปแล้วอย่างเรียบร้อย กองสิงห์สั่งเพิ่มยามในการตรวจตราฐานปฏิบัติการเป็นสองเท่า พร้อมกับกำชับให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ
จะมีอะไรที่น่ากลัวเกิดขึ้นหรือเปล่า ภายในคืนนี้ไม่มีใครอ่านแผนยุทธวิธีของพวกมันออกหรอกครับ มีวิธีเดียวก็คือ พร้อมอยู่ตลอดเวลาที่จะรับมือพวกมันนั่นแหละ คือวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้....    
บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.8%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #54 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2007, 12:19:10 AM »

ปรส,ค.81 ไอ้ปากหมา,L-19
ปรส. ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง
หลักการทำงานของ ปรส.(ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง) ก็คือ การทำให้แรงสมดุลทั้ง 2 ด้านของปืนในขณะยิงให้เท่ากัน คือ ต้องมีแรงแก๊สที่เกิดจากการจุดตัวเผาไหม้ของดินปืนที่เป็นดินขับพุ่งออกทั้ง 2 ด้านคือ ปากลำกล้อง(แรงที่ดันหัวกระสุนออก)กับ ด้านท้ายรังเพลิง......ดังนั้นบริเวณด้านท้ายรังเพลิงของ ปรส. จึงมีรูและกรวยแก๊สสำหรับปล่อยแก๊สส่วนดังกล่าวออกมา โดยปลอกกระสุนของ ปรส.จะมีรูกลมๆกระจายอยู่ทั่วทั้งปลอกและดินปืนจะถูกห่อด้วยวัสดุอีกครั้ง(ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นวัสดุชนิดใด) ซึ่งวัสดุที่ห่อหุ้มดินปืนอีกชั้นภายในปลอกจะทำหน้าที่ไม่ให้ดินปืนภายในปลอกรั่วออกมาตามรูพรุนของปลอกกระสุนและวัสดุที่หุ้มรองอยู่ก็ต้องอ่อนกว่าปลอกกระสุนเพื่อที่เวลายิงแก๊สบางส่วนที่เกิดจากการจุดตัวของดินปืนจะได้ดันทะลุวัสดุที่ห่อนั้นออกมาตามรูของปลอกกระสุนแล้วดันพุ่งออกไปทางกรวยแก๊สทางท้ายรังเพลิงของปรส.เพื่อเป็นแรงปรับสมดุลทำให้ปืนไม่มีการสะท้อนถอยหลังครับ........บริเวณด้านท้ายรังเพลิงของ ปรส.จึงเป็นบริเวณอันตรายครับ เวลายิงห้ามใครไปอยู่บรเวณนั้นครับ ตอนผมฝึกยิง ปรส.106 ชอบเอากล่องใส่กระสุนไปวางจ่อไว้ท้ายรังเพลิงปรส.เวลายิงครับ ยิงเสร็จกล่องฉีกขาดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ผิวหน้าดินบริเวณนั้นจะโดนแรงแก๊สร่วนซุยเป็นทางเป็นรูปรัสมีของกรวยแก๊สท้ายรังเพลิงครับ นี้เลยเป็นเหตุหนึ่งที่ว่าทำไมเวลา ปรส.ยิงถ้าบริเวณนั้นเป็นฝุ่นละก็ฝุ่นจะฝุ่งกระจายมากกว่าปืนแบบอื่นๆครับ.......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2007, 01:31:47 AM โดย หลังเขา » บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

phudchompoo
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #55 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2007, 09:34:22 PM »

เยี่ยมเลยค่ะ ได้อ่านนิยายด้วยได้ความรู้ด้วย เคยแต่อ่านผ่านตาเพิ่งเห็นปรส.วันนี้เองว่าเป็นยังไง

ขอบคุณค่ะที่ลงรูปให้ดู

บันทึกการเข้า
หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.8%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #56 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2007, 09:40:02 PM »

เยี่ยมเลยค่ะ ได้อ่านนิยายด้วยได้ความรู้ด้วย เคยแต่อ่านผ่านตาเพิ่งเห็นปรส.วันนี้เองว่าเป็นยังไง

ขอบคุณค่ะที่ลงรูปให้ดู




 ยิ้มกว้างๆ  อ่านแล้วอยากให้ได้ความรู้ด้วยครับ  ดีกว่าอ่านเฉยๆ 
บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

D@NTE
ทหารฝึกหัด

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 34

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 4 : Exp 71%
HP: 0%


« ตอบ #57 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2007, 12:13:12 PM »

ได้ความรู้ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2007, 12:15:20 PM โดย D@NTE » บันทึกการเข้า

Leave No Man Behind
หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.8%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #58 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2007, 08:12:21 PM »

ล่องแจ้ง สมรภูมินรก ตอนที่ 13
   เพื่อความเหมาะสม กองสิงห์ได้ออกคำสั่งให้เม้าส์แทร็ป แฟ็กประจำกองพันไปประจำอยู่ที่กองร้อยที่ 1 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ทางปีกซ้ายสุดของเนินสกายไลน์วัน ทั้งนี้เพื่อให้เม้าแทร็ปสามารถมองเห็นลักษณะภูมิประเทศรอบฐานพอที่จะแจ้งทิศทางหรือที่ตั้งของข้าศึกให้เครื่องบิน “แอร์สไตร๊ค์” ทิ้งระเบิดได้เลยโดยไม่ผิดพลาด
เม้าแทร็ปเก็บเครื่องสนามพร้อมกับบ่นออกมาเบาๆ
“ผมไม่อยากอยู่ห่างคุณเลย บิ๊กแมน สถานการณ์เช่นนี้ ผู้พันไม่น่าจะปล่อยเดี่ยวผมเลย เมื่อตอนเช้าคุณก็คงเห็นแล้ว ผมไซส์ไปหมด ขนาดพูดยังไม่เป็นภาษาคน ถ้าข้าศึกมันบุกขึ้นฐานจริงๆ ผมคงช็อคตายแน่”
ผมเอื้อมมือไปตบไหล่เม้าแทร็ปเบาๆพร้อมกับเอ่ยให้กำลังใจว่า
“ผมเห็นใจคุณครับ ผมก็เช่นเดียวกัน เวลาออกทำงานใหม่ๆตอนแรกสั่นยิ่งกว่าคุณเสียอีก แต่พอนานๆเข้ามันก็ชินไปเอง ผู้พันท่านคงเห็นว่าพื้นที่ของศรดำ (กองร้อยที่ 1) เป็นเนินลาดลงไปเบื้องล่าง ถ้าเครื่องบินมาทำงาน และเราสองคนอยู่บนชาร์ลี-ชาร์ลี มองไม่เห็นภูมิประเทสทางโน้นหรอกครับ ผมคิดว่าท่านวางแผนของท่านถูกแล้ว”
“โอเคครับ ผมถือโอกาสลาคุณเสียเลย ถ้าผมเป็นอะไรลงไป กรุณารับเงินเดือน-เดือนนี้ไปฝากให้แฟนของผมด้วย”
เม้าแทร็ปคว้าเป้ที่บรรจุ ปิ๊ค-77 ขึ้นสะพายหลังพร้อมใช้มือขวาถือคอปืน M-16 เดินออกไปจากบังเกอร์พร้อมด้วยทหารคุ้มกัน 3-4 คน มุ่งหน้าไปยังกองร้อยหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาน 800 เมตรอย่างรวดเร็ว
ผมอดใจหายไม่ได้ คำพูดตอนสุดท้ายของเม้าแทร็ปยังกังวานอยู่ในสมอง มันคล้ายๆกับจะเป็นลางสังหรณ์ว่าเม้าแทร็ปจะต้องประสพเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างแน่นอน คงจะเป็นจิตสำนึกที่อยู่ภายในสมองของเขาบงการให้เขาพูดออกมาเช่นนั้น เหมือนกับเม้าแทร็ปจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้ายังไงยังงั้น
พาสเวิร์ด (สัญญาณผ่าน) ประจำวัน ถูกออกคำสั่งให้พลนำสารตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป ห้ามทหารทุกคนออกเดินเพ่นพ่าน ให้อยู่ในคูเหล็ดหรือในเบิร์มเท่านั้น
ผู้มีหน้าที่เฝ้ายาม เจอะทหารรับจ้างคนใดที่ต้องเดินผ่านฐานจะต้องถามสัญญาณผ่านทันที และถ้าเกิดบังเอิญถึงคราวซวยจำรหัสไม่ได้ก็ตายฟรีเท่านั้น
ส่วนผมต้องใช้หัวนิดหน่อย เวลาปวดท้องอึจนทนไม่ใหวก็ต้องใช้วิธีตะโกนถามหายามว่าอยู่ที่ใหน
ปกติทหารรับจ้างแทบทุกคนจะต้องรู้จักยาม พอผมใด้รับคำตอบ ยามจะเดินเข้าหาผมทันที คราวนี้ผมก็นั่งอึอย่างสบายแถมมีทหารรับจ้างถือปืนคุ้มกันเป็นเพื่อนคุยซะอีก
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี “เม้าแทร็ป” ก็เช็ควิทยุมาที่ผมเป็นการยืนยันว่าขระนี้ เม้าแทร็ปเข้าฐานปฏิบัติการโดยเรียบร้อย
พระอาทิตย์เพิ่งจะลับหายไปจากสันเขาความสว่างของบรรยากาศเริ่มสลัวลงทุกขณะ ในไม่ช้าอากาศก็มืดมิดไปทั่วบริเวณ
ผมนั่งภาวนา ขออย่าให้หมอกปกคลุมสกายไลน์เหมือนอย่างทุกครั้งเลย อากาศปิดทีไรพวกข้าศึกจะฉวยโอกาสเข้ามาเกาะฐานของเราทุกที พอรุ่งเช้าอากาศเปิดพวกมันก็เต็มรั้วลวดหนามไปหมดแล้ว
“ศรแดงจากศรคีรี 5 ผมขอตะเกียง 2 ดวงครับ จะตรวจการณ์บริเวณเนินอานม้า”
ผบ.หมวดที่ 5 จากฐานชาร์ลี-เอคโค่ ซึ่งอยู่ส่วนหน้าสุด ร้องขอแฟลร์มาที่ฐาน บก.พัน
แฟลร์ที่บรรจุอยู่ในลูกปืน ค. ขนาด 81 ถูกยิงโด่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ชั่วอึดใจก็ส่องสว่างอยู่เหนือเนินอานม้าด้วยความสว่างขนาดหมื่นแรงเทียน
“ขออีกดวงหนึ่งครับ ลดซัก 300 ซ้าย 100 รับปากได้หรือปล่าวครับ”
“โอเค ลด 300 ซ้าย 100 แถมให้สองดวงติดๆกัน พยายามตรวจการณ์ให้ดีๆหน่อยเพื่อนฝูง”
พนักงานวิทยุจากหมวดอาวุธหนัก อดที่จะตอแยตามวิสัยผู้ที่ชอบเสพกัญชาไม่ได้
คราวนี้แฟลร์สองดวงถูกยิงขึ้นไปลอยฟ่องคู่กันอยู่บนท้องฟ้า แสงที่สว่างจ้าของมันสาดลงไปลามเลียภูมิประเทศเบื้องล่างสว่างไสวยังกับมีงานมหรศพ
“ข้าศึกไม่น้อยกว่า 4-5 คน กำลังลากศพพวกมันออกจากรั้วลวดหนาม แล้วเดินขึ้นไปบนเนินอานม้า ช่วยจวกให้หน่อยครับ”
ผบ.หมวด 5 รายงานขึ้นมาอีกครั้ง
“แฟลร์อีก 3 ดวงพร้อมยิงได้ ค.60 ตั้งทิศทางยิงไปที่เนินอานม้า ยิงทันทีเมื่อแฟลร์ถูกส่งขึ้นเหนือเป้าหมาย”
กองสิงห์สั่งการรวดเร็วฉับพลัน ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อจากนั้น ค.60  ก็เริ่มพ่นกระสุนเข้าใส่เป้าหมายเป็นชุดๆ ติดตามด้วยเสียงกราวใหญ่ของปืนกลเบา M.60 ช่วยปลุกประสาทให้กลุ่มทหารรับจ้างที่หมอบนิ่งอยู่ในแนวสนามเพลาะหูตาสว่างไสวขึ้นทันที และทหารรับจ้างบางหมวดที่อยู่ใกล้กับเนินอานม้าสามารถตรวจการณ์มองเห็นที่หมายซึ่งขณะนี้จ้าไปหมดด้วยอำนาจแฟลร์ที่ถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยไม่ขาดระยะ ก็พากันกราดปืน M-16 เข้าใส่ข้าศึกอย่างชุ่มมือ
ทหารเวียดนามเหนือได้อาศัยความมืดแฝงกายเข้ามาลากศพของพวกมัน ที่นอนระเกะระกะจากอำนาจปืนใหญ่ และจากการกวาดล้างของหน่วยกล้าตาย ซึ่งจากการสำรวจ ข้าศึกถูกสังหารถึง 38 ศพ นับเป็นการสูญเสียที่พวกมันคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
พอโดนโจมตีด้วยอาวุธหนัก พวกข้าศึกก็ผละจากบริเวณรั้วเผ่นเข้าป่าทึบทันที เสียงปืนที่เซ็งแซ่อยู่รอบทิศสงบเงียบเป็นปลิดทิ้ง
“ผู้พันครับ ไอ้แกวมันถอดเอาเคย์โมว์ (กับระเบิด) ของพวกเราไปหมดเลยครับ ผมกดสวิทช์หวังจะจวกมันปรากฏว่า พวกมันถอดเอาไปเกลี้ยง”
ทหารรับจ้างรายงานข่าวเข้า บก.พันไม่ขาดระยะ
“ส่งข่าวไปยังกองร้อยต่างๆให้ระมัดระวังด้วย อากาศทำท่าไม่ดีอีกแล้ว ถ้าอากาศปิด จะตรวจการณ์พวกมันลำบากยิ่งกว่านี้”
กองสิงห์หันไปสั่งพนักงานวิทยุให้ส่งข่าวไปยังกองร้อยต่างๆพร้อมกับกำชับให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
สายหมอกเริ่มจับกลุ่มรวมตัวกันหนาแน่นมากขึ้นทุกที...มันเริ่มปกคลุมตั้งแต่ยอดเนินและแผ่กระจายช้าๆคลุมอาณาบริเวณเนินชาร์ลี-ชาร์ลี และบริเวณใกล้เคียงมองดูมืดทึบไปหมดทั้งภูเขา สายหมอกหนาแน่นจนกระทั่งไม่สามารถที่จะเห็นกันได้ในระยะ 10 เมตร ทำให้เพิ่มความน่ากลัวเข้าไปในหัวใจของกลุ่มทหารรับจ้างเป็นทวีคูณ
ผมนอนห่มผ้าสักหลาดสองผืนซ้อนอยู่ในบังเกอร์ที่สร้างด้วยแผ่นเหล็กหนาถึง 4 หุน แล้วนอกจากนั้นยังมีกระสอบทรายวางซ้อนอีกหลายชั้น
PRC-77 ส่งเสียงแว่วๆอยู่บริเวณหัวนอน ผมทอดสายตามองฝ่าสายหมอกลอดประตูบังเกอร์ออกไปภายนอก ก็มองเห็นแต่สีขาวโพลนไปหมดทั้งฐานปฏิบัติการ เสียงตะโกนถามรหัสผ่านจากกลุ่มทหารรับจ้างดังโหวกเหวกมาทางหมวดอาวุธหนัก ติดตามมาด้วยเสียงด่าอย่างอารมณ์เสียของทหารรับจ้างบางคนที่หิวกัญชาจนหน้ามืด
“ไอ้ห่ากระดิ่งเอาห่อเนื้อเก็บซ่อนไว้ที่ใหนโว้ย...กูเงี่ยนจนจะลงแดงตายอยู่แล้ว เฮ้ย ใครมีขอปันกูหน่อยเถอะวะ”
“มีแต่ลูกแตก...มึงจะแดกมั้ย ไอ้แทน”
ทหารรับจ้างคนหนึ่งตะโกนขึ้นอย่างเหลือดอด
“สำหรับลูกแตกพี่ไม่ขอรับ ถ้าจะให้จั๋งหนับ...พี่ขอเปลี่ยนเป็นบ้องกัญชา”
ด้วยสำเนียงลิเกที่เล่นลูกคอพริ้วราวกับลิเกอาชีพเรียกเสียงหัวเราะคลืนใหญ่จากกลุ่มนิยมควันทั้งหลายที่รวมกลุ่มกันเวียนเทียนบ้องกัญชาไปรอบๆ คูสนามเพลาะเข้าทำนองถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน
“บิ๊กแมนหลับหรือยัง”
ผมได้ยินเสียงเม้าแทร็ปแว่วผ่านลำโพง PRC-77 ออกมา
“ใครจะหลับเข้าไปใหว ทางคุณมีอะไรผิดสังเกตุบ้างมั้ย”
“ตอนนี้ยังไม่มีหรอกครับ อากาศก็ปิดขนาด ซีโร่-ซีโร่ ทีเดียว ยิงแฟร์จนเกือบหมดลังก็ตรวจการณ์อะไรไม่เห็น ตะกี้นี้มีพวกเรา กิโล-วิสกี้ (ตาย) มั่งหรือเปล่าครับ”
เม้าแทร็ปย้อนถามผมเป็นรหัส แฟ็ก มาอีก
“เนกาทีฟ (ไม่มีครับ) ขณะนี้ทางผม ซิสซูเอชั่น ไคว้ทเอ็ท (สถานการณ์เงียบ) เลิกกันนะครับ”
ผมตัดบทออกไป เพราะเกรงใจสถานีอื่นๆที่จะใช้วิทยุทำการส่งข่าวราชการในช่วงเวลานั้น
“ระวังเด้อ-บิ๊กแมน ระวังพวกแกวมันสิขึ้นมาตัดหำเจ้าเด้อ”
มีเสียงล่ามประจำกองพันใดกองพันหนึ่งที่ผมจำเสียงไม่ได้เอ่ยกระเซ้าผมขึ้นมาทางวิทยุ PRC-77
ได้ยินเสียงแว่วๆเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์เล็กๆ ที่กำลังเปิดเพลงกุหลาบปากซัน ในรายการทหารแนวหน้าจากสถานีวิทยุเมืองเวียงจันทร์อย่างสบายใจ
พูดถึงเรื่องวิทยุ ผมมีข้อเปรียบเทียบที่ขอสาบานว่าไม่เคยได้ค่าโฆษณาจากบริษัทใดบริษัทหนึ่งมาก่อนเลย ผลการรับฟังวิทยุบนภูเขาในประเทสลาว วิทยุกระเป๋าหิ้วไม่ส่าจะเป็นยี่ห้อใด ที่มีราคาเป็นพันๆบาทขึ้นไปไม่ติดฝุ่น “ธานินทร์” ที่ผลิตในประเทศไทยหรอกครับ ถ้าท่านผู้อ่านไม่เชื่อก็ลองสอบถามทหารรับจ้างบางคนที่ท่านบังเอิญได้มีโอกาสสังสรรค์ดูก็แล้วกัน แล้วเขาเหล่านั้นจะบอกกับคุณเองว่า “ธานินทร์” คว้าตำแหน่งแชมป์เปี้ยนเอาไปครองอย่างชนิดเปรียบกันไม่ได้เลย ยี่ห้ออื่นๆอย่างดีก็รับสถานีเอเชียเสรีและสถานีประเทศไทยได้เป็นบางครั้งเท่านั้น พอตกกลางวันก็มีอาการจางหายจางหายจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง จนอยากจะเตะทิ้งตั้งหลายครั้งหลายครา
คงจะเนื่องจากความอ่อนเพลียที่ผจญมาตลอดวันทำให้ผมเผลอหลับไป จนกระทั่งตกใจตื่นตื่นขึ้นมาเพราะแรงกระชากตรงบริเวณแขนซ้ายจากพนักงานวิทยุประจำ บก.พัน ที่นอนอยู่ข้างๆ
“กองร้อยที่หนึ่งของเราโดนมันเข้าโจมตีแล้วครับ”
พนักงานวิทยุกระซิบกระซาบพร้อมกับเอื้อมมือหยิบไฟฉายขึ้นมาเตรียมพร้อม ที่จะรับข่าวการโจมตีจากสถานีลูกข่าย
หูของผมได้ยินเสียงอาร์ก้าคำราม เสียงแหลมเล็กผสมเผสกับเสียงหนักแน่นของปืน เอ็ม 16 ที่สาดกระสุนเข้าใส่กันเป็นพายุบุแคมจากทางด้านขวามือสุดของเนินสกายไลน์วัน จากพรายน้ำบนหน้าปัดนาฬิกา มันเกือบจะหกโมงเช้าเข้าไปแล้ว เมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่หนสแน่นเริ่มจางลงไปทุกขณะ ผมเผลอตัวนอนหลับไปตั้ง 4-5 ชั่วโมงเลยเชียวหรือนี่
“บิ๊กแมนจากเม้าแทร็ป ข้าศึกประมานจำนวนไม่ถุก ตัดสายเคลย์โมว์ทะลักข้ามลวดหนามชั้นนอกเข้ามาแล้ว เสาอากาศสูงของผมหักมีแต่สายสั้น ติดต่อตรงกับเบาน์เดอร์-คอนโทรลไม่ได้ กรุณารีเลย์ให้ผมด้วย ผมต้องการให้เครื่องบินมาทำงาน บิ๊กแมนขอทางวังเวียงให้ผมด้วยครับ”
ตกลงผมก็ต้องเป็นสถานีกลาง คอยรีเลย์ข่าวให้กับเมาส์แทร็ป ซึ่งขณะนี้กำลังถูกข้าศึกไม่ปรากฏจำนวนบุกเข้าโจมตีเสียแล้ว
ทางเบาน์เดอร์ตอบให้ผมทราบว่า ได้ขอเครื่องบินไปทางวังเวียงเรียบร้อยแล้ว ถ้าสภาพอากาศดีขึ้นกว่านี้เล้กน้อย เครื่องบินจะมาทำงานทันที ผมก็ถ่ายทอดจากเบาน์เดอร์ ไปให้เม้าแทร็ป และแน่นอนเหลือเกิน ขวัญและกำลังใจของกองร้อยที่หนึ่งจะต้องดีขึ้น เมื่อรู้ว่าเครื่องบินจะมาทิ้งระเบิดใส่ข้าศึกที่กำลังประทะติดพันกันอยู่นั้น
“พายัพจากกองสิงห์ เป็นยังไงบ้างวะ ยันมันให้อยู่นะโว้ย จะให้ทาง บก.พันสนับสนุนอะไรก็ร้องขอมาได้เลย”
กองสิงห์ถามข่าวคราวจาก รองผบ. 601 ซึ่งเป็นลูกน้องคนโปรดด้วยความห่วงใยเป็นพิเศษ
“สบายมากครับ ผู้พัน ผมขึ้นมาคุม ค.60 จวกมันจนขาลากวิ่งแจวอ้าวออกไปจากรั้วลวดหนามชั้นนอกหลายต่อหลายคนแล้วครับ ขณะนี้มันซ่อนอยู่ในหลุมบุคคลซึ่งพวกมันแอบเข้ามาขุดเมื่อตอนอากาสปิดเต็มไปหมดแล้วครับ”
พายัพ พาจิตเย็น สิงห์ร้ายจากเมืองเพชรตอบเจ้านายของเขาอย่างใจเย็น
“เอาเอ็ม 72 ยิงถล่มไปตรงบริเวณปากหลุมของมันเลย ยิงประหยัดหน่อยโว้ย เหลือเอาไว้ต้อนรับรถถังของมันบ้าง”
“ผมใช้ ค.60 ค.81 และ เอ็ม 79 ยิงถล่มลงไปบริเวณหลุมของมัน แต่ไม่ค่อยจะได้ผล นอกจาก แจ็คพอร์ต จริงๆเท่านั้น”
“โชคดีโว้ย พายับ ขอให้คุณพระคุ้มครองลื้อและลูกน้องทุกคน”
อากาสแจ่มใสขึ้นทุกที ดวงอาทิตย์ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากยอดเนินซีบร้า ประกายอันร้อนแรงของมันเริ่มเผลาผลาญสายหมอกที่ค่อนนข้างจะเบาบางอยู่นั้น จางหายไปในชั่วพริบตา
การต่อสู้ได้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ เสียงคำรามของปืนนานาชนิดก็ยังเซ็งแซ่อยู่เหมือนเดิม ยิ่งสายเข้าท่าใด ยอดความสูญเสียของฝ่ายเราและมันก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
ข้าศึกใช้ ปรส. 2 กระบอกอ้อมขึ้นไปตั้งบนเนินเล็กๆที่ทาง บก.พัน ตรวจการณ์ไม่เห็นเพราะสันเขาบัง ต่อจากนั้น ปรส. ของมันก็เริ่มบรรเลงกระสุนเข้าใส่ฐาน ชาร์ลี-กอล์ฟ อย่างเมามัน
ร่องสนามเพลาะของหมวด 5 ทะลุขาดออกเป็นช่อง แรงระเบิดของมันเฉือนศรีษะของทหารรับจ้างชาวไทยที่นั่งคุกเข่าประทับเอ็ม 16 อยู่ ณ บริเวณหลังกระสอบทรายกระเด็นแวบขึ้นไปกลิ้งอยู่หน้าบังเกอรืของเม้าส์แทร็ป ซึ่งขณะนี้ปากคอสั่น พูดวิทยุแทบไม่เป็นภาษาคน
“บิ๊กแมน เครื่องบินมาหรือยังครับ ฐานของผมเห็นทีจะต้องถอนตัวแน่ๆ ปืน ปรส.ของมัน กดหัวพวกเราจนโงหัวหัวไม่ขึ้นแล้ว”
   “ใจเย็นๆ เม้าแทร็ป ขณะนี้อากาสเปิดแล้ว ประเดี๋ยวเครื่องคงมา”
   ผมให้กำลังใจ พร้อมกับติดต่อไปทางเบาน์เดอร์เพื่อรายงานสถานการณ์ที่ตรึงเครียดให้หน่วยเหนือทราบ
   ปรส.ของข้าศึก ดับ ค.81 ของฝ่ายเราที่สนับสนุนกองร้อยที่หนึ่งเสียแล้ว ทั้งพลยิง,พลบรรจุเผ่นหนีไปคนละทิศละทาง
   สถานการณ์ของกองร้อยที่หนึ่ง ตกอยู่ในภาวะที่ถูกบีบให้ถอนตัวจากอำนาจการยิงที่รุนแรงของอาวุธหนักข้าศึกแล้ว
   พายัพ พาจิตเย็น รองผบ.ร้อย สั่งทหารรับจ้างทุกคนสู้ตาย อย่างชนิดไม่ยอมถอยออกจากฐานปฏิบัติการแม้แต่ก้าวเดียว ทัศนวิศัยที่แจ่มใสจนมองเห็นทหารเวียดนามเหนือคืบคลานผ่านลวดหนามชั้นนอก เข้ามามองดูยั้วเยี้ยไปหมด
   “ยิงมันเข้าไปไอ้น้อง มันจะเท่าไหร่กันวะ กว่ามันจะขึ้นมาบนฐานก็เหลือไม่กี่คนหรอก”
   พายัพ ซึ่งขณะนี้เข้าไปยิง ค.60 ถล่มข้าศึกด้วยตนเอง แทนพลยิง ซึ่งนอนตาเหลือกค้างโพลงด้วยอำนาจสะเก็ดระเบิดที่ฉวัดเฉวียนอยู่รอบๆทิศ ร้องตะโกนให้กำลังใจลูกน้องของเขา ซึ่งขณะนี้กำลังระดมยิงข้าศึกอย่างชนิดลืมตาย
   “เม้าแทร็ป จากบิ๊กแมน ที.28 สามเครื่องจากวังเวียงมาแล้ว...โชคดีเพื่อน”
   เครื่องบิน ที-28 สามเครื่องจากวังเวียงที่ได้รับการร้องขอจากเม้าส์แทร็ปก็ได้มาถึง หลังจากบินวนเวียนอยู่ชั่วครู่ก็ติดต่อกับเม้าแทร็ป เพื่อขอทราบที่ตั้งของข้าศึกทันที...
   “เม้าแทร็ปจาก ที-28 ผมจะให้สองเครื่องทางซ้ายมือแยกไปทำงาน กับที่ตั้ง ปรส.ข้าศึก ซึ่งขณะนี้ลูกหมู่ของผมตรวจการณ์พบแล้ว ส่วนผมจะทำงานให้กับคุณเดี๋ยวนี้ โปรดโชว์ควันสัญญาณ”
   เม้าแทร็ปร้องตะโกนสั่งให้ทหารที่อยู่ส่วนหน้าสุดโชว์ควันสัณญาณ ทันใดนั้นเอง ควันสีแดงก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นสายมองเห็นอย่างถนัดชัดเจนในระยะทางไกลๆ
   “สีแดงของคุณใช่มั้ย เม้าแทร็ป”
   นักบิน ที-28 ถามลงมาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
   “โรเจอร์”
   เม้าแทร็ปตอบเป็นรหัสขึ้นไปห้วนๆ พอขาดคำ ที-28 เครื่องนั้นก็ดำดิ่งลงมาทันที เสียงเครื่องยนต์ของมันคำรามจนแสบแก้วหูทั้งสองข้าง ลูกระเบิดขนาด 250 ปอนด์ที่อยู่ใต้ปีกถูกปลดอย่างรวดเร็วท่ามกลางความระทึกใจ ของทหารรับจ้างที่นอนตาเบิกโพลงอยู่ในหลุมเพลาะ
□□□□□□□□
บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

PEX
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 7 : Exp 61%
HP: 0.1%


« ตอบ #59 เมื่อ: มีนาคม 01, 2007, 04:42:03 PM »

โอลุ้นระทึก ติดงอมแงมเลยครับ
รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยคร้าบ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 89 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

นำเข้าสินค้าจีน

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!