ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มกราคม 20, 2017, 02:07:32 AM
หน้าแรก หน้าแรก chatroom ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
พ่อค้ารับรอง
สนใจติดต่อ PM
พ่อค้ารับรอง
สนใจติดต่อ PM


+  THAIAIRSOFT.GUN :
|-+  นิตยสาร บทความ และหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของชาว BB GUN
| |-+  บทความน่าสนใจ (ผู้ดูแล: RbungA+)
| | |-+  ด่านนรก โดย สยุมภู ทศพล
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ด่านนรก โดย สยุมภู ทศพล  (อ่าน 55243 ครั้ง)
opairforce
มือใหม่หัดยิง
จ่า
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 322

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 14 : Exp 52%
HP: 0.1%


« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 10, 2013, 01:39:08 PM »

สนุกดีครับ
  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

นายอัษฎาวุธ  ชัยศรี (อ๊อฟ)
ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน 109 ม.2 ต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ 36130
ที่อยู่ในการจัดส่ง 638,640 ถ.เจริญสุข ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 62000 Tel. 0898570185
Foster @ SENIOR CORP.
นายสิบ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 165

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 10 : Exp 38%
HP: 0.1%


« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 09:33:08 PM »

ขอบคุณมากครับ 
บันทึกการเข้า

086 772-4504
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 13, 2013, 05:09:10 PM »

๘.
       หลังจากตระเวนปลุกปลอบขวัญทหารตามฐานปฏิบัติการได้ครั้งเดียว  “นอร์แมน”  ก็เรียกตัวผมมาปฏิบัติหน้าที่ที่  “เบาวร์เดอร์-คอนโทรล”  อีกครั้ง
       สตรองแมนหัวร่อร่ามาแต่ไกล  เมื่อมองเห็นผมก้าวเท้าลงมาจากรถจิ๊ป 
       “เป็นยังไง  ลูกพี่  ริอ่านเป็นนักพากย์หนัง  เห็นไอ้แห้งมันคุยโขมงโฉงเฉง  ว่าจวกกันจนตกเว็จขี้เลยรึครับ ?... ผมรอพบลูกพี่ตั้งแต่เช้า  โน่น  ไอ้นอร์แมนรอพบอยู่ในห้องอาหาร โน่น”
       ประโยคสุดท้ายสตรองแมนป้องปากกระซิบกระซาบกับผมเบาๆ
       ผมฉุนกึก  พบหน้านอร์แมนที่ไรผมมักจะได้  “งาน”  ที่ท้าทายมัจจุราชทุกที.. แต่ทั้งๆ ที่ฉุนก็อดที่จะคิดถึงตัวเลขจำนวนอันมหาศาลในเช็คเงินสดไม่ได้ซักที
       นี่ละน่าอำนาจของดอลล่าร์ซะอย่าง  กลิ่นอันหอมหวนของมันก็ยังเป็นที่พิสมัยสำหรับคนเดนตายเยี่ยงผมอยู่เสมอมา
       ก็เพราะเงินนี่แหละครับที่ทำให้ผมกับสตรองแมนต้องจำใจรับแผนงานแย่งชิงเชลยศึกชาวอเมริกัน  จากเวียตกงเข้าจนได้  หลังจากพบกับนอร์แมนเข้าแล้ว  ผมกับสตรองแมนก็ถูกส่งตัวบินไปสมทบกับกองพันเคลื่อนที่เร็วชาวแม้วที่ภูเทวดาทันที
       ภูเทวดาอยู่ติดกับเมือง  “ม๊อค”  ห่างออกไปสิบกิโลเมตร  เป็นฐานปฏิบัติการชั่วคราวของทหารกองพันเวียตนามเหนือ  และจากข่าวกรองพื้นที่ดังกล่าวใช้เป็นที่คุมขังเชลยศึกชาวอเมริกันสองสามคนที่ถูกจับในการสู้รบ  หัวหน้าสแตนเลห์รอพบผมอยู่ก่อนแล้ว  เขาสอบถามภูมิประเทศจากผมอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบดินสอแดงขึ้นมาเขียนแผนที่แสดงลักษณะภูมิประเทศอย่างคร่าวๆ บนแผ่นกระดาษ 
        “ทิศเหนือเป็นลำธารค่อนข้างลึกตามที่คุณเคยเห็นมา  ส่วนทิศใต้เป็นป่าดงดิบ  เราจะแยกกำลังออกเป็นสองทาง  แล้วเคลื่อนที่เข้าไปพร้อมๆ กัน”
       “หัวหน้าอาจจะลืมที่ราบด้านข้างของมัน”
       ผมแย้งออกไปพร้อมกับหยิบดินสอแดงกาเครื่องหมายที่ราบลงไปบนแผ่นกระดาษ
       “ไม่ลืม  บิ๊กแมน  ผมรู้กระทั่งทหารของมันเพิ่งจะวางกับระเบิดในพื้นที่โล่งดังกล่าวนั้นเมื่อวานนี้เอง พวกเราจะเข้าด้านนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด”
       “แล้วหัวหน้าจะให้ผมเข้าตีด้านไหน ?”
       สตรองแมนซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ผม  เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความร้อนใจ
       “ลำธาร  ด้านเหนือ”
       หัวหน้าสแตนเล่ห์หันมาตอบ
      “กำลังพล ?”
       สตรองแมนย้อนถามอีก
       “หนึ่งกองร้อย  ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น  คอยซุ่มโจมตีข้าศึกที่จะทะลักเข้ามาจากทางทิศใต้  และหน้าที่สุดท้ายคุณสตรองแมนจะต้องคอยยับยั้งกำลังเสริมจากหน่วยใหญ่ของมัน  ซึ่งอยู่ห่างจากคุณออกไปอีกห้ากิโลเมตร”
       หัวหน้าสแตนเลห์หยุดพูด  หันไปพยักหน้าให้  “เพอร์กิ้น”  นายทหารเชี่ยวชาญวัตถุระเบิดที่กำลังเดินเข้ามาใน  “ท็อค”  แล้วหันกลับมาพูดกับผมโดยเฉพาะ
       บิ๊กแมนไปกับผม  เพอร์กิ้นไปกับสตรองแมน....ทุกคนหมุนเข็มนาฬิกามาที่  สิบห้านาฬิกากับอีกสิบเจ็ดนาที  เอาละไปพักผ่อนได้  เราจะเริ่มออกเดินทางเวลาสิบแปดสามสิบ  โชคดีทุกคน
       หัวหน้า  “สแตนเลห์”  เดินออกจาก  “ท็อค”  พวกเราทุกคนต่างก็แยกย้ายกันพักผ่อน  เวลาผ่านไปทีละน้อยพร้อม ๆ กับท้องฟ้าค่อยๆ มืดลงตามลำดับ 
       ก่อนเวลาเดินทางเพียงห้านาที  หัวหน้าสแตนเลห์กับเพอร์กิ้น  ยืนยิ้มฟัง  พ.ท.  โกอี  ผู้บังคับบัญชากองพันทหารแม้วเคลื่อนที่เร็ว  พูดปลุกใจผู้ใต้บังคับบัญชา  ตรงบริเวณริมลำธารใกล้ทางเดินเข้าไปในหมู่บ้านเทวดา
       ผมกับสตรองแมนอยู่ในชุดพรางสีน้ำตาลสลับดำสะพายปืน  M-16  ไม่มีเครื่องหมายยศและสังกัด
        18.30 น.  หน่วยลาดตระเวนหน้าเริ่มเคลื่อนที่มุ่งสู่หมู่บ้านเทวดา  โดยทิ้งระยะให้กำลังส่วนใหญ่ติดตามไปห่างๆ อย่างเงียบกริบ 
        ท้องฟ้ามืดสนิท  การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก  กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเราก็ต้องเสียเวลาล่าช้าไปกว่าปรกติถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ
        หัวหน้าสแตนเลห์สั่งให้ผมบอกทหารแม้วเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบเพื่อรอกองร้อยของ  “เพอร์กิ้น”  เข้ายึดแนวลำธารหลังหมู่บ้านเทวดา
        ผมส่งมือสังหารห้าคนเข้าไป  “ฆ่าเงียบ”  พวกยามตามจุดต่างๆ พวกมือสังหารเหล่านี้มีความสามารถพิเศษในการใช้สายตาในเวลากลางคืนมากกว่าคนธรรมดาถึง  3  เท่า
       พวกเขาปลดเป้สนามออกจากตัว  คาบมีดดาบปลายปืนเอาไว้ที่ปาก  และคลานเข้าไปในแนวของข้าศึก
      เกือบยี่สิบนาที  ทั้งห้าคนก็กลับออกมา  สองคนในกลุ่มหิ้วศีรษะอาบเลือดออกมา  พร้อมกับรายงาน
        “เรียบร้อยครับ  มียามอยู่สองคนเท่านั้น”
        พูดจบมือสังหารก็โยนศีรษะลงกับพื้นเหมือนจะย้ำคำพูดของเขาอยู่ในที
        “บิ๊กแมน  คุณสั่งให้มือสังหารเข้าไปยืนยามแทนพวกที่ถูกฆ่าเดี๋ยวนี้  ห้านาฬิกาตรง  เราจะเริ่มโจมตี”
        หัวหน้าสแตนเลห์ออกคำสั่งขึ้นมาพร้อมกับหยิบแม็กกาซีนขึ้นมาตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง 
        ทหารพรานทั้งสองคนเดินฝ่าความมืดกลับเข้าไปในภูเทวดาอีกครั้ง  ส่วนพวกผมต้องซุ่มตัวเงียบกริบอยู่ในพุ่มไม้ซึ่งชื้นแฉะและเย็นเฉียบจนปวดไขสันหลัง
       ห้านาฬิกาตรง  ทหารแม้วกล้าตายทุกคนขยับตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง  และเริ่มเคลื่อนที่เข้าหาแนวข้าศึกด้วยท่าทางกระเหี้ยนกระหือ
       หัวหน้าสแตนเลห์  เอื้อมมือมาจับไหล่ผม  ผมหันไปยิ้มแห้ง ๆ  พร้อมกับไปปลดห้ามไกปืน  ความกลัวซึ่งเป็นโรคประจำตัวคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ  ชั่วครู่มันก็จะสะท้านเข้าไปจนถึงขั้วหัวใจ
       ทหารแม้วโยกย้ายกันเข้าไปในหมู่บ้านเทวดา  ซึ่งมองเห็นทะมึนอยู่แค่เอื้อม  พอได้เวลานัดหมาย  หัวหน้าสแตนเลห์ก็สั่งระดมยิงทันที
       ปืนนับร้อยกระบอกแผดเสียงสนั่นหวั่นไหว  แนวกระสุนฉีกกระท่อมที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้าขาดทะลุเป็นทาง  เสียงร้องโอดโอยฟังไม่ได้ศัพท์  เวียตกงบางคนวิ่งกระเร่อกระร่าออกมาจากกระท่อมก็เลยตกอยู่ในทางกระสุนล้มตายเหมือนกับใบไม้ร่วง
       ในขณะที่  ทหารแม้วกำลังยิงเคลียร์หมู่บ้านด้วยความมันมืออยู่นั้น  ทหารเวียตนามเหนือกลุ่มใหญ่ก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากราวป่า  พร้อมกับกระหน่ำยิงพวกเราอย่างไม่เลี้ยง  ทหารแม้วสี่ห้าคนผงะกลิ้งกระเด็นไปคนละทางสองทางมองเห็นถนัดหูถนัดตา
       ผมกระชากสแตนเลห์ลงหมอบกับพื้นดิน  แล้วเหนี่ยวไก  M-16  พ่นกระสุนสาดเข้าใส่เป็นจักรผัน
       “M-16  อยู่ไหนโว้ย...จวกแม่มันเข้าไป”
       พ.ท. โกอี  ผบ.  พันเคลื่อนที่เร็ว  แหกปากร้องตะโกนแข่งเสียงปืนด้วยน้ำเสียงโมโหสุดขีด  ชั่วอึดใจเจ้า  ”วิหกสายฟ้า”  ก็สาดกระสุนตรึงกลุ่มเวียตนามเหนือผู้บ้าเลือดเหล่านั้นจนโงศีรษะไม่ขึ้น  แล้วแตกกระจายวิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างไม่คิดชีวิต
       พ.ท.โกอี  กราดปืน  M-16  เข้าใส่พวกที่วิ่งหนีล้มผล็อยเหมือนกับไม้หล่นจากขั้ว  เขายิงไปหัวเราะไปเหมือนกับคนเสียจริต
       หัวหน้าสแตนเลห์จ้องฝ่าความสลัวของบรรยากาศไปที่ภาพนั้นพร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ
       “วอร์ – คิสซึ่ม...  โรคบ้าสงคราม  ผู้พันโกอีบ้าฆ่าคน...  ดูโน่นบิ๊กแมน  ผู้พันก้มลงตัดใบหูของเวียตกงใส่กระเป๋าทำไมก็ไม่รู้”
       ประโยคสุดท้าย  หัวหน้าสแตนเลห์อุทานออกมาค่อนข้างดัง
       ครับ   เหมือนอย่างที่หัวหน้าสแตนเลห์พูดเอาไว้ไม่มีผิด  ผมเห็นผู้พันโกอีใช้มีดพลร่มตัดใบหูทั้งสองข้างจากศพเหล่านั้น  แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้ออย่างหน้าตาเฉย
       “ปัง”
       กระสุนนัดหนึ่งปลิวมาฉีกพื้นดินห่างจากตัวผมเพียงคืบเดียว  สแตนเลห์พลิกตัวสามสี่ทอดเข้าไปหาขอนไม้    แล้ววาดศูนย์ปืนขึ้นไปบนต้นไม้เหนี่ยวไกยิงทันที
       พอสิ้นเสียงปืน  ก็ปรากฏร่างของทหารเวียตกงร่วงลงมาจากต้นไม้  นิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าผมนั่นเอง 
       การต่อสู้ดำเนินไปอย่างเหี้ยมเกรียม  สามสิบนาทีต่อมา  เสียงปืนก็สงบอันเป็นที่แสดงให้เห็นว่าทหารแม้วเคลื่อนที่เร็วของผู้พันโกอี  สามารถกำชัยชนะลงอย่างเด็ดขาด
       สแตนเลห์สั่งให้ทหารแม้วค้นหาอเมริกันที่ตกเป็นเชลยศึกในทันทีทันใด  ในที่สุดครึ่งชั่วโมงต่อมาจึงพบเชลยศึกนอนหายใจรวยริน  ร่างกายผอมเหลือแต่กระดูก  ท่อนบนเปลือยเปล่า  นอนนุ่งกางเกงตัวเดียวอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่ง  ซึ่งอยู่ห่างจากที่ปะทะกันประมาณหนึ่งร้อยเมตร
       เชลยทั้งสองอาการร่อแร่เต็มที  พวกเวียตนามเหนือทรมานด้วยการเจาะจมูกแล้วเอาเชือกร้อยไปล่ามไว้ที่โคนต้นเสา  และบาดแผลที่จมูกก็เน่าเฟะส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ
       สแตนเลห์ตัดเชือกที่ล่ามจมูกเชลยออก  แล้วเรียกหมอทหารแม้วเข้ามาปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน
       “อาการหนัก... ต้องให้เลือดด่วน”
       หมอแม้วตรวจอาการพร้อมกับพูดออกมาเบาๆ
       “บิ๊กแมนส่งข่าวถึงเพอร์กิ้นว่า  เรายึดหมู่บ้านได้แล้ว  เรียกชอร์ปเปอร์มารับคนเจ็บด่วน...  อ้อ ! ช่วยบอกผู้พันโกอีให้ทหารทำลาน  “ชอร์ปเปอร์- แพด”  ให้ด้วย”
       หัวหน้าสแตนเลห์ออกคำสั่งอย่างเร็วจี๋  จนผมฟังแทบไม่ทัน  เขาต้องพูดทวนอีกครั้งผมจึงเข้าใจ
       ผมวิ่งออกจากกระท่อมที่ขังเชลยศึกก็พอดีท้องฟ้าสว่าง  เมื่อ  พ.ท.  โกอีทราบความประสงค์ของสแตนเลห์ก็เรียกทหารมาทำลานจอดชอร์ปเปอร์ทันที  ต่อจากนั้นผมก็แยกไปทางหลังหมู่บ้าน  ตลอดทางพบศพทหารเวียตนามเหนือนอนตายระเกะระกะไปหมด
       ก่อนจะถึงทางแยกเข้าลำธาร  เพอร์กิ้นก็โผล่พรวดออกมาสกัดผมเอาไว้   ประโยคแรกที่เขาเอ่ยถามผมก็คือ
       “พบทหารอเมริกันหรือเปล่า”
       “พบ  ถูกทรมานจนพูดไม่ได้  คุณช่วยติดต่อ  บก.  ที่เมืองม๊อคให้ส่งชอร์ปเปอร์มาด่วน”
       ผมกระหืดกระหอบพูดอย่างแข่งเวลา  เพอร์กิ้นก็ไม่ยอมให้เสียเวลาเช่นกัน  เขาใช้วิทยุติดต่อกับ  บก.  อยู่ๆ ชั่วครู่ก็หันมาสั่งผมห้วน ๆ
       “อีกครึ่งชั่วโมง... เครื่องบินจะมา  สัญญาณใช้สโม้คสีแดง... บอกหัวหน้าด้วย  ผมจะคุมกำลังอยู่แถวนี้”
       ผมวิ่งจี๋กลับไปหาสแตนเลห์  จิตใจเป็นห่วงเชลยศึกทั้งสองซึ่งขณะนี้ยังไม่ฟื้นจากสลบ  อาการร่อแร่หายใจช้าลงทุกที  จนมีอาการเหมือนคนใกล้จะตายเข้าไปทุกขณะ
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 17, 2013, 11:22:04 PM »


๙.
       มีเสียงระเบิดดังเซ็งแซ่ของกระสุนปืนดังสนั่นหวั่นไหวหมู่บ้านเทวดา  ผมสะดุ้งขึ้นมาสุดตัวพยายามเงี่ยหูฟัง  ประสาทหูก็ยืนยันว่าทิศทางของกระสุนไม่ผิดพลาดไปจากเดิมอย่างแน่นอน
       สแตนเลห์หันไปคว้าปืนคู่ชีพที่วางอยู่ข้างๆ ตัว  ส่วนหมอแม้วรีบเก็บเครื่องแพทย์และขวดยาใส่เป้สนามด้วยอาการรีบร้อน  หน่วยคุ้มกันที่ออกันอยู่ที่หน้ากระท่อมวิ่งปราดออกไปยืนคุมเชิงด้วยท่าทางคล่องแคล่วว่องไว
       “บิ๊กแมน  บอกให้ทหารเหล่านี้ไปบอกผู้พันโกอี  ให้แบ่งกำลังไปช่วยเพอร์กิ้น  ที่เหลือเร่งทำลานจอดชอร์ปเปอร์ให้เสร็จ”
       ยังไม่ทันจะขาดคำของสแตนเลห์  ผู้พันโกอี  นักสะสมใบหูเวียตกงก็พรวดพราดเข้ามา
       “เราถูกเวียตกงรอบโจมตี”  ผมรีบแปลเป็นภาษาอังกฤษชนิดคำต่อคำ
       “พวกมันเข้ามาทางด้านไหน”
       สแตนเลห์ขมวดคิ้วถามอย่างเคลือบแคลงใจพร้อมกับพยักหน้าให้ผมแปลเป็นภาษาแม้ว
       “กลางหมู่บ้าน”
       พ.ท. โกอี ตอบห้วน ๆ
       “เฮ้ย  พวกมันเข้ามายังไงกันวะ  ทำไมผ่านแนวเพอร์กิ้นเข้ามาได้”
       สแตนเลห์อุทานเสียงหลง  พร้อมกับออกวิ่งออกไปดู  จริงอย่างที่  พ.ท. โกอี รายงานไม่มีผิด  ผมมองเห็นทหารเวียตนามเหนือในชุดเครื่องแบบสีกากีบางๆ กำลัง ลับ ๆ ล่อ ๆ  อยู่ที่กลางหมู่บ้านเต็มพรืดไปหมด  และอีกจำนวนหนึ่งก็กำลังโผล่ขึ้นมาจากอุโมงค์ข้างต้นไม้  มองเห็นถนัดหูถนัดตา
         “อุโมงค์ใต้ดิน”
       ผมอุทานออกมาค่อนข้างดัง
     “ยึดปากอุโมงค์ให้ได้  บอก พ.ท.โกอี  ให้ย้ายปืนกล  “M.60”  ที่ตั้งอยู่ที่ปีกขวาเข้ามาประสานการยิงไปที่ปากอุโมงค์โน่น  กดหัวมันเอาไว้  อย่าให้โผล่ออกมาซักคน”
       สแตนเลห์สั่งการอย่างรวดเร็ว  ชั่วอึดใจใหญ่ๆ ปืนกลเบา  “M.60”  ทั้งสองกระบอกก็สลุตกระสุนเข้าไปที่ปากอุโมงค์  พร้อมๆ กันนั้นหน่วยกล้าตายจำนวนหนึ่งก็เริ่มออกกวาดล้างด้วยการยิงเคลียร์เข้าไปตามพุ่มไม้และสถานที่ต้องสงสัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า  จนกระทั่งเสียงปืนจากฝ่ายเวียตกงเบาบางลง
       “หยุดยิง”
       พ.ท. โกอี  ร้องตะโกนขึ้นมาสุดเสียง  ท่ามกลางความเคลือบแคลงใจของหัวหน้าสแตนเลห์ที่แสดงความไม่พึงพอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
       “ทำลายอุโมงค์ ปีกซ้ายสิบคน  ชาร์ทเข้าไปเดี๋ยวนี้ ”
       ผู้พันโกอีออกคำสั่งต่อไปอีกอย่างเฉียบขาด
       ทหารแม้วกล้าตายสิบคนปลดลูกระเบิดออกจากเข็มขัดสนาม  ดึงสลักนิรภัยทิ้ง  กำลูกระเบิดวิ่งควบจี๋เข้าไปหมอบอยู่หน้าอุโมงค์อยู่ชั่วอึดใจ  ก็โยนระเบิดทั้งสิบลูกลงไปพร้อมๆ กัน  แล้วซุกตัวหมอบอยู่กับพื้นดินนั่นเอง
       สี่วินาทีต่อมา  ก็บังเกิดเสียงฟ้าผ่าดังสะเทือนเลื่อนลั่น  ชิ้นส่วนของอวัยวะของมนุษย์ปลิวว่อนออกไปรอบทิศ  ทหารแม้วโยนระเบิดเข้าไปอีกเป็นระลอกที่สอง  แล้วยิงเคลียร์ซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ  ต่อจากนั้นก็สามารถยึดปากอุโมงค์เอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด
       มีเสียงปืนดังระรัวทางลำธารด้านทิศเหนือ  อึดใจต่อมาเสียงปืนก็ดังประสานกันให้แซดไปหมด  ทั้งอาร์ก้า ทั้ง  M-16  คายกระสุนเข้าหากันเหมือนกับจะโกรธแค้นกันมาแรมปี  ผมพะว้าพะวัง  ห่วงหน้าห่วงหลัง  ก็พอดีสแตนเลห์ออกคำสั่ง
       “แบ่งคนไปช่วยสตรองแมนกับสแตนเลห์  ผมจะอยู่ทางนี้เอง”
       ผมพาทหารแม้วสองหมวดวิ่งหน้าเริดไปที่ลำธารพอถึงจุดปะทะ  ก็มองเห็นไอ้โล้นกับเพอร์กิ้นกำลังประจัญบานกับเวียตกงกลุ่มหนึ่งที่ทะลักแนวเข้ามาอย่างชนิดเลือดเข้าตา
       ทหารแม้วที่วิ่งมากับผม  กระโจนเข้าไปร่วมสงกรานต์เลือดด้วยท่าทางเมามัน  ชั่วอึดใจพวกมันก็ถอยร่นออกไปทางป่าทึบบริเวณที่เพอร์กิ้นวางกับระเบิดดักเอาไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืน  ครู่เดียวเสียงกัมปนาทเหมือนกับฟ้าถล่มก็ดังกระหึ่มขึ้น
       อา !  ดงระเบิดได้กระทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์แล้ว
       ผมถลันเข้าไปประคองสตรองแมน  แล้วถามด้วยความเป็นห่วง
       “เป็นยังไง  พรรคพวก”
       “แย่  ลูกพี่  ผมโดนที่หน้าท้อง  ช่วยเอาผ้าร่มอุดที่ปากแผลให้ผมด้วย”
       สตรองแมนกัดฟันตอบ  พร้อมกับบิดตัวด้วยความเจ็บปวด
       ผมใจหายวาบ  คลำดูบาดแผลก็รู้ว่ามันสาหัสพอดูทีเดียว  หลังจากอุดปากแผลแล้ว  ผมก็คว้าวิทยุจากเพอร์กิ้น  ติดต่อ  บก. ที่เมืองม๊อคทันที
       “แทงโก้  จาก  บิ๊กแมน  เปลี่ยน”
       “บิ๊กแมนจากแทงโก้  ได้ยินแล้ว-พรรคพวก  มีอะไรจะให้ช่วยเหลือตอบด่วน”
       พนักงานวิทยุจากเมืองม๊อค  สวนตอบมาทันควัน
       “ชอร์ปเปอร์ที่ขอมาหรือยัง”
       “ผ่านไปแล้ว  ออนเดอะเวย์”
       ผมถอนหายใจโล่งอก  วางวิทยุลง  สั่งทหารหามสตรองแมนเข้าไปในหมู่บ้าน  ซึ่งขณะนี้ลานจอดชอร์ปเปอร์เสร็จเรียบร้อยทันเวลาพอดิบพอดี
       ผมวิ่งไปหาสแตนเลห์  พร้อมกับรายงาน
       “สตรองแมนถูกยิง  เพอร์กิ้นปลอดภัย”
       สแตนเลห์ตาเหลือก  ก็พอดีได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินหึ่งๆ อยู่บนท้องฟ้า  เขากระซากวิทยุไปจากมือของผม  พูดติดต่อนักบินทันที
       “ฟ็อคท็อต-เซียร่า  จาก  สแตนเลห์  แลนดิ้งด่วน  มีคนไข้อาการซีเรียสหลายคน”
       “สแตนเลห์จากฟ็อคท็อต  โชว์สโม้คตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้  ด่วน”
       ผมได้ยินคำพูดของนักบินอย่างถนัดชัดเจน  ก็เลยหยิบสโม้คสีแดงขว้างผลุงลงไปที่พื้น  ชั่วอึดใจควันสีแดงก็พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้าเป็นสาย
       ชอร์ปเปอร์บินวนเวียนอยู่ครู่หนึ่งก็ร่อนลงแตะพื้นด้วยอาการนิ่มนวล  เชลยศึกอเมริกันสองคนและสตรองแมนถูกหามขึ้นไปก่อน   ต่อจากนั้น  ชอร์ปเปอร์ก็บินขึ้น  อีกลำที่บินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้าก็ร่อนลงมารับทหารแม้วที่บาดเจ็บบินลับหายไปอย่างรวดเร็ว
       สแตนเลห์แหงนหน้าดูชอร์ปเปอร์  แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก
       “หน้าที่ของเราดูเหมือนจะสิ้นสุดลงเพียงแค่นี้  ผมดีใจที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกับคุณ  นอร์แมนเลือกคนให้ผมไม่มีผิด”
       สแตนเลห์ยกยอผมซึ่ง ๆหน้า  แล้วฉุดแขนผมให้นั่งพักผ่อนที่โคนต้นไม้ใกล้ ๆ ลานจอดนั่นเอง
       “คุณยังไม่ได้ทานข้าวเช้า”
       สแตนเลห์เอ่ยขึ้นมาอีก
       “ผมไม่หิว  มันเหนื่อยและหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก  ดูโน่น”
       ผมชี้ไปที่ศพเวียตกงและทหารแม้ว  ที่นอนตายกลาดเกลื่อนอยู่กลางหมู่บ้าน  แล้วพูดต่อ
       “พวกนี้ตายเพื่อใคร  หัวหน้า”
       “ก็ตายเพื่ออุดมคติการเมืองของแต่ละฝ่ายยังไงบิ๊กแมน”
       สแตนเลห์ระบายยิ้ม  พร้อมกับตอบผมอย่างอารมณ์ดี
       “ผมว่าไม่ใช่  พวกนี้ตายเพื่อสนับสนุนนายเหนือหัวของพวกมันให้ได้ครองโลกต่างหาก”
       สแตนเลห์มองหน้าผมนิ่ง  ผมเห็นได้โอกาสจึงรุกหนักทันที
       “ถ้าทั้งสองฝ่ายนี่เข้าใจกันดี  ผมว่าสงครามมันคงจะหมดไปจากผืนแผ่นดินทุกแห่งในโลก”
       “บิ๊กแมนคงจะหมายถึงลัทธิคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตย”
       ผมยิ้มพร้อมกับพยักหน้ารับ
       “ยาก  ไม่มีทาง  ทุกคนก็หวังผลประโยชน์ส่วนตัวกันทั้งนั้น  สงครามจะต้องบังเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ทหารจะต้องก้มหน้าก้มตาตายเพื่ออะไรต่ออะไร อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  และซักวันหนึ่งก็คงจะถึงเวลาสำหรับคุณและผมเข้าจนได้  อย่ามาเถียงกันเพราะเรื่องไร้สาระนี้อยู่เลย  ผู้พันโกอีเผาหมู่บ้านแล้ว  เราคงจะได้ถอนตัวกลับกันเสียที”
       สแตนเลห์ตัดบทการสนทนา  พร้อมกับจับแขนผมให้ลุกขึ้น
       หมู่บ้านเทวดา  กำลังถูกพระเพลิงเผาผลาญประกายไฟที่พุ่งขึ้นท้องฟ้าแตกเพี๊ยะ ๆ  เหมือนกับเสียงกราดเกรี้ยวของพยามัจจุราช  ผมเหม่อมองดูภาพดังกล่าวด้วยความรู้สึกนึกคิดที่แทบจะไม่เป็นของตัวเอง
       หลับตาลง  มองเห็นซากศพของทหารแม้วและข้าศึกถูกเผาไหม้เกรียม  ครอบครัวทางบ้านคงจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า  อีกไม่นานร่างของคนที่อยู่ไกลแสนไกลจะกลายเป็นตอตะโกที่จำซากไม่ได้
       คิดแล้วน่าอนาถใจ  นี่หรือที่เรียกกันอย่างไพเราะเพราะพริ้งว่า  “ตายแบบนักรบผู้กล้าตาย”
       ศักดิ์ศรีของนักรบผู้สละชีพเพื่อชาติ  ก็คือ ธงชาติคลุมหีบศพ  เสียงแตรเดี่ยวที่แว่วกังวานคือเสียงดนตรีขับกล่อมในยามนิทราชั่วนิรันดร  อีกไม่นานเกินรอเราคงจะได้พบกัน  ณ ดินแดนอันไกลโพ้น  รอก่อนสหายนักรบผู้เก่งกล้า
       พวกเราเริ่มถอนกำลังออกจากหมู่บ้านเทวดาเมื่อตอนเที่ยงวัน  เกือบหกชั่วโมงเต็มๆ พวกเราทั้งหมดจึงเดินทางมาถึงเมืองม๊อค  ผมมุดเข้าหาที่นอนหลับเป็นตาย  จนกระทั่งเช้า  มารู้สึกตัวอีกทีก็อีตอนพนักงานวิทยุเข้ามาสะกิดที่ปลายเท้า  พร้อมกับยื่นกระดาษเขียนข่าวส่งให้ผมด้วยท่าทางเกรงใจ
       “คำสั่งจากเบาวน์เดอร์  คอนโทรล  นอร์แมนให้คุณบินไปพบด่วนในเช้าวันนี้  ผมไม่อยากปลุก  แต่เห็นว่าด่วนจริงๆ ”
       ผมเอื้อมมือไปรับกระดาษเขียนข่าว ชำเรืองสายตามองดูรายชื่อตอนท้ายของผู้ส่งข่าว  แล้วจมูกของผมก็ได้กลิ่นดอลล่าห์โชยหอมหวนขึ้นมาทันที
       ครับ !  นอร์แมน  เสนาธิการโจรของ  ซี.ไอ.เอ. เจ้านายโดยตรงของผมนั่นเอง
       ผมขยำกระดาษเป็นก้อนกลมแล้วขว้างผลุงออกไปนอกบังเกอร์  ปากก็สบถไล่หลังพนักงานวิทยุออกไปอย่างฉุนเฉียว
       “ให้มันอย่างงี้ซีน่า  พรรคพวก  อั๊วขอนอนต่ออีกสามชั่วโมง  ช่วยส่งข่าวให้นอร์แมนทราบด้วย  อยากจะขอพักซักอาทิตย์  เพราะร่างกายโทรมเต็มทน”
       หัวหน้างานวิทยุหายออกไปประมาณสิบนาที  ก็พรวดพราดเข้ามาอีกครั้ง  คราวนี้เขาเสียบกระดาษลงบนแผ่นเหล็กเล็ก ๆ  และผลุนผลันกลับออกไปโดยไม่พูดอะไรซักคำ
       ผมหรี่ตามองแล้วขยับตัว  เอื้อมมือไปคว้ากระดาษเขียนข่าวขึ้นมาอ่านอย่างเนือย ๆ
       “- ถ้าสนใจเงินค่าจ้างหมื่นดอลล่าห์ละก็บินมาด่วนถ้าโนเค. จะให้คนอื่นปฏิบัติการแทน ลงชื่อ นอร์แมน”
       ประสาทของผมลุกโพลงไปทั่วตัว  เงินสองแสนบาทพร่างพรายอยู่ในห้วงความคิด  เสียงอุ่นเครื่องชอร์ปเปอร์ที่ดังกระหึ่มอยู่ข้างนอก  ทำให้ผมหันมาคว้ารองเท้าคอมแบท  หิ้วทะเร่อทะร่าวิ่งแนบเข้าไปหามันอย่างรวดเร็ว 
       ผมกระโดดขึ้นไปหอบแฮ่ก ๆ อยู่บนห้องโดยสารพนักงานประตูคนที่เคยให้ดูรูปโป๊  “ไอ้แห้ง”  ทำหน้าเหรอหรา  พร้อมกับเหลือบมองดูรองเท้าในมือผมอย่างแปลกใจ
       “เพิ่งตื่นว่ะ  พรรคพวก  อั๊วนอนหลับเพลินไปเกือบตกเครื่องบิน ไอ้ห่า  เงินตั้งหมื่นดอลล่าห์ใครไม่สนก็บ้าเต็มทีละวะ”
       ผมพูดพลางยัดตีนเข้าไปในรองเท้า ไอ้มืดฟังผมพูดไม่รู้เรื่อง  ก็เลยยักไหล่นั่งตาปรือเหม่อมองดูทัศนียภาพทางช่องหน้าต่างเหมือนกับคนหิวกัญชาไม่มีผิด
       ผมหลับตาเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้  ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่ผจญมาตลอดทั้งวัน  ทำให้ผมเผลอตัวหลับลงไปอีกครั้ง  รู้สึกตัวอีกทีก็อีตอนชอร์ปเปอร์ลดระดับวูบวาบเพื่อร่อนลงสนามบิน
       มิสเตอร์นอร์แมน  ยืนหัวกระบานใสเหน่งอยู่เบื้องล่าง  พอฐานสกีสัมผัสพื้น  เขาก็วิ่งก้มศีรษะเข้ามาหาผมถึงในห้องโดยสาร  เอื้อมมือเข้ามาสัมผัส พร้อมกับสั่งให้พนักงานประตูบอกให้ชอร์ปเปอร์บินขึ้นจากพื้นดินทันที
       “ไปปากเซ  คุณมีงานรออยู่ที่โน่น  “เส้นทางสีหนุ”  คือเป้าหมายในการไปทำงานของคุณ”
       ผมยิ้มแห้งๆ ในขณะที่หยิบเช็คเงินสดราคาหนึ่งหมื่นเหรียญจากนอร์แมนพับใส่กระเป๋า
       เงินถึงซะอย่างต่อให้มันท้าทายมัจจุราชขนาดไหนคนเดนตายหยั่งผมบ่เคยยั่น   พร้อมที่จะวิ่งเข้าไปหามันด้วยความลำพอง  สวัสดีครับ  ถ้ารอดตายกลับมาผมคงจะได้ฝอยกับท่านผู้อ่านอีกครั้ง....

-จบ-
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 19, 2013, 07:46:43 PM »

คอยติดตามเรื่องต่อไปใน กระตุกหางจงอาง โดย สยุมภู ทศพล นะครับ เจ๋ง
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #20 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2013, 11:32:38 AM »

สงครามคือความเลวร้ายและไร้ความเมตตาปรานี  ไม่มีคนแก่  ไม่มีเด็ก ไม่มีสตรี 

 มีแต่ศัตรู

ที่ไหนมีสงคราม  ที่นั่นมีแต่ความหายนะ

“สงครามเวียตนาม”

คือประวัติศาสตร์การรบนองเลือดที่ยังน่ารู้น่าศึกษา

“กระตุกหางจงอาง”

รวมเรื่องราวของสงครามหลายรูปหลายแบบ  มาเสนอแด่ท่านผู้ปรารถนาความสงบสุข

ด้วยฝีมือ  “สยุมภู  ทศพล”  ขวัญใจของท่าน

กระตุกหางจงอาง เป็นเรื่องรวม ๆ หลายเหตุการณ์ จะนำมากล่าวบางเหตุการณ์ที่น่าสนใจเท่านั้นครับ 
ศึกทะเลทรายที่ โอกาเดน  อยู่ในหนังสือบางตอนของ  “กระตุกหางจงอาง” จะตัดมาเพียงบางเรื่องเท่านั้นนะครับ
ขอบคุณเจ้าของผลงาน  สยุมภู ทศพล   
และสำนักพิมพ์  ธนาบรรณากิจ

      .......... ทะเลทรายโอกาเดน  ดินแดนส่วนหนึ่งทางภาคตะวันออกของเอธิโอเปีย  ซึ่งมีลักษณะคล้ายเขาวัวยื่นเข้าไปในโซมาเลีย  ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย  และอ่าวเอเดนดินแดนดังกล่าวนี้  ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการปะทะกัน  ระหว่างสองประเทศและเป็นบ่อเกิดปัญหาการแทรกแซงจากชาติมหาอำนาจ  ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามใหญ่ในที่สุด
       มูลเหตุพื้นฐานที่ทำให้ดินแดนโอกาเดน  กลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่นั้น  เริ่มมาจากชาวพื้นเมืองซึ่งเรียกตนเองว่า   “เอริเทรียน”  ได้ทำการจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลเอธิโอเปียอย่างรุนแรงด้วยการรบแบบกองโจรแบ่งแยกดินแดนและสนับสนุนทางด้านกำลังอาวุธ  เงินทุนตลอดจนสถานที่พักพิงหรือฝึกอาวุธให้แก่กองโจรเอริเทรียนก็คือโซมาเลีย  ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนใกล้ชิดกับเอธิโอเปียนั่นเอง

       ปัญหาการแบ่งแยกดินแดนที่เอธิโอเปีย  ประสบอยู่นี้มิใช่จะเพิ่งเกิดขึ้น  หากแต่มีกันมาช้านานหลายชั่วอายุคนเพราะชาวเอริเทรียน  มีความผูกพันทางด้านเชื้อสายกับโซมาเลียมาตั้งแต่อดีต  และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า  ที่จะปลดปล่อยชนชาติของตนให้เป็นอิสระ  ส่วนโซมาเลียเองก็มีความปรารถนาที่จะได้โอกาเดนกลับคืน  หลังจากที่ถูกเอธิโอเปียแย่งชิงไปตั้งแต่สมัยศตวรรษที่  15

       เมื่อการรบระหว่างเอธิโอเปีย  กับกองโจรเอริเทรียน ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น  ทหารโซมาเลียก็เข้าร่วมทำการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกกองโจรอย่างเปิดเผย  จุดยุทธศาสตร์สำคัญในโอกาเดนหลายแห่งถูกฝ่ายโซมาเลียยึดครอง  ซึ่งถ้าหากเอธิโอเปียยังคงปล่อยให้สถานการณ์ทรุดหนักต่อไปเช่นนั้น  ก็หมายความว่า  ดินแดนโอกาเดนทั้งหมดของตน  จะต้องถูกเปลี่ยนอธิปไตรอย่างแน่นอน

       ราวกลางเดือนสิงหาคมปี  1977  กำลังทหารอากาศของโซมาเลีย  ได้เข้าโจมตีสนับสนุนกองทหารภาคพื้นดินที่เมืองไดร์ดาวา  ของเอธิโอเปียอย่างหนัก  กระสุนปืน ค.  และปืนใหญ่  ตลอดจนลูกระเบิดจากเครื่องบินรบ  ถูกกระหน่ำเข้าใส่ตัวเมืองทำให้สิ่งก่อสร้างสถานที่ทำการรัฐบาลและสนามบินทางทหารพินาศย่อยยับใช้การไม่ได้  แต่หลังจากที่ฝ่ายเอธิโอเปียโจมตีตอบโต้กลับไปกองโจรเอริเทรียนและทหารโซมาเลียต้องถอยร่นห่างไปจากตัวเมืองไดร์ดาวาราว  8  ไมล์  พร้อมกับสูญเสียรถถังไปหลายคัน

       นับตั้งแต่โซมาเลีย  ได้ส่งทหารเข้าร่วมรบกับกองโจรเอริเทรียนในยุทธภูมิโอกาเดน  เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ปี 1977  ฝ่ายตนสามารถยึดเมืองโกตต์เดอบรา  เดฮาร์  เวอร์เดอร์  เดกาฮ์บู  จิจิก้า  และฮาร์เรอร์  เอาไว้ได้แต่ถึงกระนั้น  กองทหารเอธิโอเปียก็ยังคงยึดที่มั่นอันแห้งแล้งนอกเมืองเหล่านั้น  เพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานต่อไปพร้อมกับประกาศว่าสามารถยิงเครื่องบินมิกของโซมาเลียตกถึง  17  เครื่อง  และได้นำหลักฐานชิ้นส่วนจากซากเครื่องบินที่มีเครื่องหมายดาวสีน้ำเงิน  ของโซมาเลียมาแสดงต่อผู้สื่อข่าว

       แม้ว่าทหารเอธิโอเปียกำลังทำการสู้รบอย่างเข้มแข็งแต่การป้องกันประเทศกำลังประสบภาวะปั่นป่วน  เนื่องจากอยู่ในระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อ  ในการเลิกใช้อาวุธของสหรัฐ  และหันมาใช้อาวุธของรัสเซีย  มีการระดมพลครั้งยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ  เพื่อรับมือกับโซมาเลีย  ทหารอาสาสมัครทั้งหมดได้รับการฝึกฝนจากที่ปรึกษาทางทหารของเกาหลีเหนืออย่างรวดเร็ว  ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนและเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลมาร์กซิสต์  ของพันโท  เมงกิสตูไฮเล  เมเรียม ได้ขับไล่ที่ปรึกษาทางทหารของสหรัฐออกนอกประเทศ  แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ฝากชะตากรรมของประเทศไว้กับรัสเซีย

       ขั้นแรกของการช่วยเหลือทางด้านการทหารรัสเซียทำสัญญาส่งมอบอาวุธให้กับเอธิโอเปีย  คิวบาส่งที่ปรึกษาทางการแพทย์  110  คน กับครูฝึกทหารอีก  50  คน เข้ามาช่วย  แต่เมื่อสถานการณ์ทางด้านชายแดนทรุดหนัก  ที่ประชุมสภาทหารเดอร์กูของ เอธิโอเปียจึงได้มีมติยอมรับความช่วยเหลือทางด้านกำลังทหารจากคิวบา  และรัสเซีย ทั้งนี้เพราะทหารประจำการของตนยังขาดความชำนิชำนาญในด้านการใช้อาวุธ  และส่วนมากก็เป็นทหารใหม่ที่อยู่ในระหว่างการฝึก

       การเกี่ยวข้องในสงครามโอดาเดนของมอสโคว์-ฮาวานา  มีทีท่าว่าจะเพิ่มมากขึ้นหลังจากการพบปะระหว่างประธานาธิบดีเลโอนิดเบรสเนฟของรัสเซีย  กับราอูล คาสโตร  รัฐมนตรีกลาโหมคิวบา  เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์  ในกรุงฮาวานานครหลวงของคิวบา  ทหารกองเกินจำนวนมาก  ต่างมารายงานตัวกันแน่นขนัดเพื่อสมัครการเข้าร่วมรบในเอธิโอเปียจากนั้นเรือโดยสารรัสเซีย  2  ลำ  ได้เดินทางมายังฮาวานาแล้วบรรทุกทหารคิวบา  3000-5000  คน  ไปส่งที่อาร์เซบ  เมืองท่าชายทะเลของเอธิโอเปีย

      ก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน  เรือรัสเซีย  2  ลำ ได้บรรทุกกองทหารคิวบาออกจากแองโกลาภายใต้การคุ้มกันจากกองเรือทะเลแดง  ของรัสเซียตามความต้องการอันรีบด่วน  ที่จะให้กองทหารคิวบาเข้าสกัดกั้นการรุกของโซมาเลีย  แต่ในการลำเลียงครั้งนี้ถูกติดตามเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดของกองเรือสหรัฐ ฯ  อยู่ตลอดเวลา  นอกเหนือจากนั้นเรือบรรทุกเครื่องบินของฝรั่งเศสก็ได้ลอยลำอยู่ที่ชายฝั่งทะเลจิบูติ  และพร้อมที่จะขนย้ายกองทหารฝรั่งเศษซึ่งยังคงหลงเหลือ  ถ้าหากว่าสงครามโอกาเดนจะแผ่ขยายเข้าไปในจิบูติดินแดนในอาณัติของตน

       เมื่อคิวบากับรัสเซียให้ความช่วยเหลือทางด้านอาวุธและกำลังพลอย่างเห็นได้ชัด  ประธานาธิบดีไซแอด  บารี่แห่งโซมาเลีย  จึงต้องร้องขอความช่วยเหลือทางทหารจากฝ่ายตะวันตก  พร้อมกับกล่าวหาว่ารัสเซีย  และคิวบามีแผ่นทำสงครามในโอกาเดน  โดยอาศัยการติดตามคลื่นการโจมตีของเอธิโอเปียมายังใจกลางโซมาเลียเพื่อยึดที่มั่นและฐานทัพเรือที่เบอร์เบร่าชายฝั่งทะเลแดง

       ประธานาธิบดีไซแอด บารี่  ได้มีคำสั่งให้นักการทูตของตน  พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศส  การประชุมลับได้ถูกจัดให้มีขึ้นในลอนดอนปารีส  โรมและแมดริดหลังจากนั้นไม่นาน  เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธได้ถูกส่งจากบริษัท  เบลล์  ออกัสต้า  ในอิตาลีไปยังโซมาเลียโดยผ่านกรุงแมดดริก  ภายใต้การดำเนินงานของเอฟ. อินเตอร์เนชั่นแนล  ตัวแทนค้าอาวุธในสเปน  พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ทางด้านทหารของสเปน  2  นาย  ยังถูกส่งไปยังโซมาเลียอีกด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2013, 08:08:23 PM โดย winggo » บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2013, 08:07:25 PM »

       สำหรับนักบินประจำเฮลิคอปเตอร์  บริษัทในอังกฤษแห่งหนึ่ง  ซึ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฝรั่งเศสเป็นพิเศษ  ได้ถูกขอร้องให้ส่งทหารอเมริกันที่มีประสบการณ์จากสงครามมาทำหน้าที่บังคับเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธดังกล่าว  และเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ทหารนอกประจำการอเมริกัน  4  คนแรกจึงเดินทางไปโซมาเลียโดยได้รับเงินเดือนอย่างงาม

       แหล่งที่มาของความช่วยเหลือทางด้านการทหาร  โซมาเลียในปัจจุบัน  ยากที่จะกำหนดลงไปได้เพราะมีทั้งเงินช่วยเหลือจากอิหร่าน  ซาอุดิอาระเบีย เยอรมันตะวันตกปืนต่อสู้อากาศยาน  และนักบินจากปากีสถาน อาวุธเบาจากฝรั่งเศส  และกลุ่มอาหรับฝ่ายขวาอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ทันสมัยจากสวิสต์เซอร์แลนด์  แต่อย่างไรก็ดี  อาวุธส่วนใหญ่ของโซมาเลียก็ยังคงเป็นของรัสเซีย  (เมื่อสมัยยังมีสัมพันธ์ทางทูตกันอยู่)

       นอกจากนี้  อิหร่านยังได้ให้คำมั่นสัญญากับไซแอด  บารี่  ผู้นำโซมาเลียว่า  ถ้ากองทัพเอธิโอเปียข้ามพรมแดนเข้ามา  ตนจะส่งกำลังยานเกาะ  2  กองพันจากอียิปต์มาทางอากาศ  และอิตาลีจะส่งกำลังทหารมาเสริมถ้าจำเป็น  แต่เพื่อมิให้กระทบกระเทือนถึงสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับรัสเซีย  กลุ่มประเทศผู้สนับสนุนโซมาเลียต่างเสนอให้ไซแอด  บารี่  ถอนทหารกลับมาก่อนที่จะเกิดสงครามใหญ่ขึ้นมาอย่างจริงจัง

       ต้นเดือนกุมภาพันธ์  1978  หลังจากที่ส่งอาวุธมูลค่านับพันล้านมายัง เอธิโอเปีย  เรียบร้อยแล้ว  กองกำลังรัสเซีย-คิวบา ภายใต้การนำของนายพล   วาสีลี อิวาโนวิช  เพทรอป  ได้เข้าโจมตีกำลังส่วนใหญ่ของโซมาเลีย  ที่เมืองฮาร์เรอร์  กับไดเร  ดาวา  เพื่อเคลียร์พื้นที่ไว้ให้กองกำลังทหารเอธิโอเปีย  และบีบทหารโซมาเลียให้เข้าไปรวมกำลังที่เมือง  จิจิก้า  เพื่อทำลายให้พินาศในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

       นายพลเพทรอป  ตั้งมั่นอยู่รอบๆ เขาอาร์มารีแล้วใช้ทหารคิวบาโจมตีก่อกวนล่อทหารโซมาเลียให้ติดตามไปทางตะวันตก  จากนั้นเขาก็สั่งให้ทหารคิวบาและรถถัง  ที-62  จำนวน  90  คัน  เข้าโอบล้อมบริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเทือกเขาเอาไว้  การเคลื่อนกำลังเป็นไปด้วยความยากลำบาก  เนื่องจากฝนตกหนัก  แต่เมื่อท้องฟ้าแจ่มใส  เพทรอป  ก็ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์  Mi-6  ซึ่งสามารถยกน้ำหนักได้ถึง  15  ตัน  ลำเลียงทหาร  เชื้อเพลิงตลอดจนกระสุนจำนวนมหาศาลรวมทั้งรถถัง  PT-76  หนัก  14  ตัน  ไปยังบริเวณที่ราบสูงตะวันตกเฉียงเหนือ  ของจิจิก้า

       ปลายเดือนกุมภาพันธ์  เมื่อกองกำลังทั้งสองรวมตัวกันได้  ทุกสิ่งก็พร้อมสำหรับการทำสงครามขั้นแตกหักกองทัพผสมรัสเซีย-คิวบามุ่งหน้าสู่จิจิก้าภายใต้การคุ้มครองของปืนใหญ่  และเข้าโจมตีทางอากาศ  (ฝ่ายโซมาเลียนับได้ถึง  130  ครั้ง)   ด้วยเครื่องบินขับไล่ มิก 21  และ  มิก  23  ขณะเดียวกันทหารกองพลน้อยยานเกาะของคิวบาก็มุ่งตรงไปยังถนนสำคัญ  เข้าโจมตีช่องแคบ  คารามาดา  ที่มั่นแห่งสุดท้าย  ซึ่งอยู่ระหว่างฮาร์เรอร์กับจิจิก้า
       ทหารโซมาเลีย  5  กองพลน้อย  ทำการต่อสู้อย่างเข้มแข็งกล้าหาญ  แต่เนื่องจากพวกเขา  มีรถถังอยู่เพียงไม่กี่คัน  ไม่มีที่กำบังภัยทางอากาศ  และขาดแคลนกระสุน  ทำให้ตนต้องตกเป็นเป้านิ่งไปในที่สุด

       การต้านทานมีอยู่เพียง  3  วัน  และพอถึงวันที่  4  กองทหารโซมาเลียก็แตกพ่าย  ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตมีจำนวนนับพัน  เป็นผลให้การสู้รบต้องสิ้นสุดลง  รถถังคิวบาเคลื่อนกำลังเข้าสู่จิจิก้า  และกลับออกมาอย่างรวดเร็วโดยมุ่งหน้าไปทางตะวันตก  และทางใต้เพื่อติดตามกองทัพโซมาเลียที่แตกพ่าย  ส่วนเบื้องหลังของพวกเขาทหารเอธิโอเปีย  2  กองพลก็เริ่มการกวาดล้างศัตรูอย่างดุเดือด  และไม่กี่วันต่อมาพื้นที่ส่วนใหญ่ของดินแดนส่วนใหญ่ของโอกาเดน  ก็กลับคืนมาอยู่ในปกครองของเอธิโอเปียอีกครั้งหนึ่ง

       เมื่อข่าวการพ่ายแพ้มาถึงโมกาดิชู  เมืองหลวงของโซมาเลียไซแอด  บารี่ต้องรีบเปิดประชุม  24  ชั่วโมงกับคณะกรรมการกลางของเขา  เพื่อพิจารณาสถานการณ์ของโซมาเลีย  ซึ่งมีทางเลือกน้อยมาก  และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะเลิกสงคราม  โดยปล่อยให้กองโจรเอริเทรียนเผชิญกับการกวาดล้างตามลำพัง

       แต่เพื่อมิให้เป็นการเสื่อมเสียเกียรติ  ไซแอด บารี่ จึงได้แถลงการณ์ว่า  การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตอบสนองข้อเสนอ  แหลมฮอร์นแห่งอัฟริกาสิ้นสุดโดยสันติ  และเรียกร้องให้ถอนกำลังทหารต่างชาติทั้งหมดออกจากบริเวณดังกล่าว

       ประธานาธิบดี  จิมมี่  คาร์เตอร์  แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจของ  ไซแอด  บารี่  ในครั้งนี่ส่วนนายอนาโตลี  โดบรินิน  ทูตรัสเซียประจำสหรัฐกล่าวว่า  “มอสโคว์”  จะลดกำลังทหารในเอธิโอเปีย  และยอมรับผู้สังเกตการณ์หรือกองกำลังทหารชาติเป็นกลางให้เข้าไปในโอกาเดน  เพื่อป้องกันการล้างแค้นต่อชาวโซมาเลีย  กับจะถอนทหารคิวบา  ที่ปรึกษาชาวรัสเซีย  12,000  คน  ออกจากเอธิโอเปียโดยเร็วที่สุด

       นักการทูตที่สนับสนุนฝ่ายตะวันตกหลายคนแสดงความวิตกว่า  เมื่อสงครามโอกาเดนสิ้นสุดลงรัสเซียและคิวบาอาจจะเข้าหาเป้าหมายใหม่ในแอฟริกาต่อไป  นักการทูตอียิปต์คนหนึ่งกล่าวว่า  “ถ้าวันนี้คือโอกาเดน  พรุ่งนี้ก็คงจะเป็นแซมเบีย  หรือโรดิเซีย”

       “ชาวคิวบา  ผู้มีชื่อเสียงในการหลั่งเลือดไม่ว่าที่ใดและเวลาใด  เพื่อสาเหตุที่ยุติธรรมพวกเขากำลังต่อสู้ยืนหยัดเคียงข้างกองทัพของเราในแนวหน้า”  พันโท  เม็งกิสตู  โฮเล  มาเรียม ผู้นำเอธิโอเปียประกาศอย่างชื่นชมต่อประชาชนของเขา  ความพ่ายแพ้ของโซมาเลีย  ทำให้ชื่อเสียงของทหารคิวบาเด่นดัง  ในบรรดาชาติอาฟริกา  แต่ก็มีหลายชาติประณามว่า  “คิวบากำลังจะเป็นทหารรับจ้างแห่งศตวรรษที่  20”

       ทหารคิวบาจำนวน  12,000 ในเอธิโอเปียทำหน้าที่  ขับรถถัง  เครื่องบินรบ  และเป็นที่ปรึกษาประจำหน่วยทหารราบในสงครามโอกาเดน  กองทหารเหล่านี้  เป็นส่วนหนึ่งของกองทหารคิวบาทั้งหมดในอาฟริกา  ซึ่งมีจำนวนถึง  40,000  คน ส่วนผู้บัญชาการทหารคิวบาใน  เอธิโอเปีย  คือ  พลเอกอาร์นัลโด  โอโชอา  วัย  40  ปี  ผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารคิวบา ในแองโกล่า  ผู้ถูกกล่าวขวัญว่าเหี้ยมเอาการคนหนึ่ง

       ในการรบแต่ละครั้ง  คิวบาสูญเสียทหารเพียงเล็กน้อย  จำนวนทหารที่เสียชีวิต  ในการต่อสู้ระหว่าง  2  ปี  ครั้งที่เริ่มในแองโกล่า  และเอธิโอเปีย  อาจน้อยกว่า  1,000  คน  มีผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารหลายคนสงสัยว่า  ทำไมยอดการสูญเสียของคิวบาถึงได้ต่ำอย่างนั้นทั้งๆที่กองโจรเอริเทรียนเป็นชนเผ่าที่ชำนาญภูมิประเทศแถบโอกาเดนมากกว่า

       ข้อเคลือบแคลงสงสัยดังกล่าวจะหมดไปเมื่อผู้บังคับการทหารโซมาเลีย  คนหนึ่งซึ่งผ่านการรบอย่างโชกโชน ในโอกาเดนกล่าวถึงสิ่งที่ตนพบมาว่า  “ขณะรถถังรัสเซีย 80  คัน  บุกทะลวงแนวต้านทานของเราที่  จิจิก้า ข้าพเจ้าได้ยินเสียงสั่งการเป็นภาษาคิวบาในเครื่องรับวิทยุ  และเมื่อทหารโซมาเลียทำลายรถถังคันหนึ่งด้วยปืน  บาซูก้ารถถังคันอื่น ๆ ก็จะวิ่งเข้ามาห้อมล้อมในเวลาเดียวกัน  เฮลิคอปเตอร์ก็จะมาช่วยพลขับให้ปลอดภัย  และทราบภายหลังว่าพวกเขาเหล่านั้นได้รับคำสั่งให้หลีกเลี่ยงการถูกจับกุม หรือทำการต่อสู้โดยปราศจากกองคุ้มกัน”

       สงครามโอกาเดนเป็นสงครามเต็มขั้นครั้งใหม่ที่สุดของทวีปอาฟริกา  ที่แสดงให้เห็นถึงการแทรกแซงปัญหาระหว่างประเทศ  โดยชาติต่างๆ อย่างเปิดเผยทั้งทางตรงและทางอ้อม  เพื่อรักษาดุลอำนาจและแก่งแย่งกันมีอิทธิพลเหนือดินแดนแถบนี้  จะยังมีต่อไปไม่ช้าก็เร็วเนื่องจากมันเป็นจุดยุทธศาสตร์เหนือทะเลแดงปากทางเข้าสู่คลองสุเอซ  ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่อำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะยอมปล่อยจากมือไปง่ายๆ  และสุดท้ายสงครามก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  อย่างแน่นอนที่สุดและเมื่อถึงเวลานั้นเราก็จะนำข่าวคืบหน้ามาเสนอให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #22 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2013, 07:40:33 PM »

วีรกรรมจงอางศึก

       ศึกเวียตนามซึ่งยืดเยื้อมานานนับปี  กำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น  รัฐบาลเวียตนามใต้ได้ส่งสาส์นวิงวอนขอความช่วยเหลือไปยังมิตรประเทศทั้งหลาย  และประเทศไทยซึ่งมีสัมพันธ์อันดีกับเวียตนามใต้มาแล้วช้านาน  ก็ได้รับสารนั้นด้วยเช่นกัน 

       โดยที่รัฐบาลไทยในขณะนั้นตระหนักดีว่า  ถ้าหากคอมมิวนิสต์มีชัยชนะ ในสงครามเวียตนามเมื่อใด   ลาวและเขมรซึ่งมีพรมแดนใกล้ชิดติดกันกับไทยก็จะต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพล  ของฝ่ายคอมมิวนิสต์ไปด้วยเมื่อนั้น  และนั่นย่อมหมายความว่าประเทศไทย  จะถูกคุกคามเป็นรายต่อไป

       ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ประเทศไทย  ไม่อาจนิ่งนอนใจในความพินาศของเพื่อนบ้านได้  ดังนั้นหลังจากที่ได้รับการขอร้องจากสหรัฐ ฯ และเวียตนามใต้ รัฐบาลไทย  จึงมีมติให้ส่งทหารฝ่ายรบอาสาสมัครไปช่วยรบในเวียตนามใต้ตามคำขอร้อง  โดยมอบหมายให้กองทัพบกเป็นผู้รับสมัคร  และคัดเลือกทหารอาสาฯ พร้อมกับทำการฝึกวิชาการยุทธวิธีสงครามนอกแบบ เป็นเวลา  3  เดือนแล้วจึงส่งไปยังเวียตนาม

       วันที่  19  กันยายน  2510   ทหารไทยรุ่นแรกภายใต้ชื่อว่ากรมทหารอาสาสมัคร  หน่วยจงอางศึก  (Queen’s Cobra)   จำนวน  2,200  คนซึ่งมี  พ.อ.สนั่น  ยุทธสารประสิทธิ์  เป็นผู้บังคับการกรมฯ   ได้เดินทางออกจากประเทศไทยและถึงท่าเรือนิวปอร์ต  ไซ่ง่อน  เมื่อวันที่  22  กันยายน  จากนั้นจึงได้เข้าประจำการเป็นกองกำลังสมทบในบังคับบัญชาของกองพลทหารราบที่  9  แห่งกองทัพสหรัฐ ฯ  ซึ่งตั้งกองบังคับการอยู่ที่ค่าย  “แบร์แคท”  (Bearcat)  ห่างจากไซ่ง่อนไปทางตะวันออกประมาณ  30  กม. 

       ต่อมากองพลทหารราบที่  9  ได้มอบหมายภารกิจให้กรมทหารอาสาสมัครออกปฏิบัติการในเขตพื้นที่  รับผิดชอบของกองพลฯ  ในเขตอำเภอโนนทรัคจังหวัดเบียนหัว  โดยมีหน้าที่ค้นหาและทำลายที่ตั้งฐานปฏิบัติการของฝ่ายเวียตกง ที่ตำบลฟุคโถ  ซึ่งในการนี้หน่วยจงอางศึกกองร้อยอาวุธเบาที่  1  ได้ออกไป  ตั้งฐานปฏิบัติการในเขตอิทธิพลของเวียตกง  ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้ขุมเสบียง  และคลังอาวุธที่ผ่านเวียตกงหวงแหนมาก ทั้งยังไม่เคยมีกองกำลังทหารใดๆ มาประจำการในแถบนี้มาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

       บริเวณที่ตั้งฐานปฏิบัติการของกองร้อย  อาวุธเบาที่หนึ่ง  อยู่ในสวนอันร่มรื่น  มีถนนสายที่  319  ชื่อสมเกียรติ  ตัดผ่านทางด้านทิศตะวันตกเป็นกอไผ่อันหนาทึบ  จึงถูกใช้เป็นกำบังธรรมชาติให้กับที่ตั้งกองบังคับการกองร้อยได้เป็นอย่างดี

       ทุกๆ วันจะมีชาวบ้านแถบนั้นเดินทางเข้าออกผ่านฐาน ฯ ไปมา  ซึ่งโดยมากจะมีแต่ผู้หญิงเด็กและคนชราสำหรับบรรดาชายฉกรรจ์นั้นกลับไม่เคยปรากฏกายให้เห็น  เพราะพวกนี้ต่างพากันเข้าป่าเพื่อฝึกอาวุธกับเวียตกงกันหมด  และหลังจากการปะทะกันครั้งหลังสุด ทหารไทยยึดเอกสารแผนผังแสดงที่ตั้งภายในฐานปฏิบัติการกองร้อยอาวุธเบาที่  1  ได้จากพลพรรคเวียตกงคนหนึ่ง   หลักฐานอันนี้แสดงว่าเด็กผู้หญิงและคนชราที่เคยเดินเข้าออกผ่านฐานปฏิบัติการของไทยบ่อยๆ นั้น  ได้ทำจารกรรมเข้าให้แล้วและเมื่อได้รับรายงาน  พ.ต. ยุทธนา  แย้มพันธ์  ผบ. กองร้อยมิได้นิ่งนอนใจ  แต่กลับเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

        คืนวันที่  29  ธันวาคม  2510  เวลา  22.00  น. ทุกสิ่งภายในฐานปฏิบัติการยังคงดำเนินไปอย่างปกติ  เหมือนกับทุกคืนที่ผ่านมา...ฉับพลันนั้นแสงจ้า  ราวกับกลางวันจากพลุแฟร์ขนาด 10,000  แรงเทียนที่วางดักไว้ได้สว่างขึ้น และท่ามกลางแสงอันเจิดจ้านั้นร่างมนุษย์เปลือยท่อนบน  นุ่งกางเกงขาสั้นหูรูดสีดำเพียงตัวเดียว  ทั้งยังสะพายกระสุนและระเบิดมือรุงรังกำลังวิ่งมุ่งหน้า  เข้าสู่แนวรั้วลวดหนามชั้นนอก  มือทั้งสองโอบอุ้มระเบิดเคลย์โมเพื่อหมายทำลายรั้วลวดหนามที่ขวางหน้า

       เวียตกงบุก...เสียงตะโกน   ของยามรักษาการณ์ด้านตะวันออกเฉียงเหนือดังขึ้น  ติดตามด้วยเสียงปืนคำรามถี่ยิบ  ร่างของหน่วยกล้าตายเวียตกงทรุดฮวบลงตรงนั้น

       ทหารไทยรู้ตัวเสียแล้ว  แผนการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบจำต้องถูกระงับ    พวกเวียตกงเปลี่ยนแผนใหม่โดยใช้ ปืน ค. ขนาด  60  และ  82  มม. ระดมยิงเข้ามายังฐานปฏิบัติการของไทยอย่างหนักทุกทิศ  ทำให้ทหารไทยต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในบังเกอร์และเตรียมพร้อมรับมือขั้นแตกหัก 

       ชั่วโมงเศษผ่านไป...พวกเวียตกงนับร้อย  ได้เข้าประชิดแนวรบทุกด้าน  พร้อมกับพลุแฟร์สว่างวาบขึ้นอีก  ครั้งกองหน้าเวียตกงแบกไม้กระดานพาดกับรั้วลวดหนามและปืนข้ามเข้ามาอย่างเนืองแน่น   เสียงตะโกนโห่ร้องข่มขวัญเป็นภาษาญวนดังเซ็งแซ่รอบๆ ฐานฯ  เสียงกึกก้อกถี่ยิบจากปืนทุกกระบอกที่กระหน่ำเข้าใส่กันดังสนั่นคละเคล้าไปกับเสียงระเบิดสอดแทรกด้วยเสียงครวญครางของผู้ได้รับบาดเจ็บ  ผสมผเสปนเปไปกับเสียงสั่งการของฝ่ายไทยและเวียตกงดังสับสนทั่วยุทธบริเวณ

       ในการโจมตีครั้งนี้  ฝ่ายเวียตกงทำการรบอย่างเจนศึก  เพราะเป็นทหารประจำการเวียตนามเหนือ  กรมผสมที่  274  จำนวน  1  กองพัน  และมีกองโจรเวียตกงท้องถิ่น  เข้าร่วมรบด้วยอีก  1  กองร้อย  ยุทธวิธีจู่โจมแบบกองโจรถูกนำมาใช้กับทหารไทย  อย่างฮึกเหิมมั่นใจปืนไรเฟิลอัตโนมัติ  AK-47  (อาก้า)   จากรัสเซียสาดกระสุนเข้าใส่ทหารไทย  ที่ตั้งมั่นอยู่ในบังเกอร์โดยไม่ขาดระยะ  ระเบิดมือชนิดต่อด้ามที่ทำในจีนแดงถูกขว้างเข้าใส่ลูกแล้วลูกเล่า  เวียตกงหลายคนระดมยิงที่มั่นของฝ่ายไทยด้วยจรวดอาร์พีจี  (RPG-Rocker  Power Gun)  อันมีอานุภาพในการทำลายล้างสูง

       ขณะนั้น  พ.ต.  ยุทธนา  ซึ่งทำการรบอยู่ในที่ทำการกองร้อยได้รับรายงานจากหมวดปืนเล็กที่  1  รักษาแนวรบด้านทิศใต้ทางวิทยุว่า  “กำลังเวียตกงส่วนใหญ่เจาะแนวเข้ามาถึงหลุมบุคคลแล้ว...เปลี่ยน”   และในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น  วิทยุจากหมวดปืนเล็กที่  2  รักษาการด้านตะวันตกเฉียงเหนือรายงานเข้ามาบ้าง

       “เวียตกงบุกเข้ามาถึงแนวแล้ว.....ขณะนี้กำลังรบขั้นประชิดตัว....เปลี่ยน”

       สถานการณ์กำลังตกอยู่ในที่คับขัน  มองไปทางไหนก็พบแต่พวกเวียตกงวิ่งถือปืนยิงกราดเต็มไปหมดการติดต่อกับกองบังคับการกรมฯ  เกิดขัดข้องเสาอากาศวิทยุถูกสะเก็ดระเบิดตัดขาด  พลวิทยุต้องคลานกลับไปเอาอะไหล่จากคลังพัสดุ  การรบกำลังชุลมุนทุกด้าน  พวกเวียตกงแย่งกันข้ามแนวเข้ามาในฐานปฏิบัติการอย่างไม่กลัวตาย  มือข้างหนึ่งขว้างระเบิดนำทางและกราดกระสุนตามถี่ยิบ

       ในขณะนั้นแนวรบทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือตกอยู่ในภาวะคับขันที่สุด  เพราะเวียตกงกำหนดให้เป็นทางเข้าสู่ตัวฐานฯ  และทุ่มพลเข้าโจมตีอย่างบ้าเลือด  กองกำลังฝ่ายไทยที่ทำหน้าที่รักษาแนวด้านนี้คือ  หมวดปืนเล็กที่สอง  แต่เนื่องจากทหารหน่วย  17  นาย  ถูกส่งออกไปทำการลาดตระเวนเมื่อตอนค่ำดังนั้นจึงต้องนำพล ฯ ขับและสูทกรรม  (พ่อครัว)  มาเสริมกำลังทดแทน

       ครั้นเมื่อเวียตกงบุกผ่านแนวต้านทานเข้ามาได้  ทหารไทยมิได้รอช้า  ทุกคนออกจากบังเกอร์ปราดเข้าตะลุมบอนทันที  นิ้วเหนี่ยวไกลั่นกระสุนออกไปอย่างไม่นับเป็นการเบิกทางขณะวิ่งเข้าหาข้าศึก  พอได้ระยะประชิดตัว  ดาบปลายปืนถูกแทงตรงไปข้างหน้าตามยุทธวิธีพื้นฐาน  ตามด้วยการแทงสูงแทงต่ำ  ทั้งงัดและเสยเป็นชุด  แต่พวกเวียตกงก็ร่ำเรียนวิธีการรบขั้นประชิดตัวมาแบบเดียวกันกับเรา  ดังนั้นนักรบไทยจึงต้องใช้ศิลปะประจำชาติเข้าช่วยนั่นคือ  มวยไทย ทำเอาพวกเวียตกงตั้งตัวไม่ติด
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2013, 10:25:51 PM »


ส.ท. มนูญ  โคตรพงษ์  ซึ่งผละจากก้นครัวทิ้งตะหลิวมาจับปืนเสริมกำลังทางด้านนี้  ได้เข้าตะลุมบอลกับข้าศึกโดยไม่คิดชีวิต  เข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเวียตกงคนหนึ่งที่พยายามแย่งปืน  M-16  จากเขา  และกว่าจะเก็บเวียตกงคนนั้นได้ก็เล่นเอาเหงื่อตก  พอเผลอตัวขึ้นสูงหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย  กระสุนอาก้าของพวกเวียตกงที่หนุนเนื่องตามมาก็เจาะร่าง  ส.ท.  มนูญ  ล้มฟุบลงขาดใจอยู่ ณ  ที่นั้น

       บรรดาทหารไทยหมวดปืนเล็กที่  2  พยายามตรึงกำลังเวียตกงไว้ได้  แต่เวียตกงบางกลุ่มที่เจาะแนวตามเข้ามากลับพุ่งเข้าใส่หมวดปืนเล็กที่  3  ซึ่งประจำแนวรบด้านตะวันออกเฉียงเหนือ  เพื่อโจมตีตลบหลัง    แบ่งแยกและทำลายตามยุทธวิธีของตน

       ทันใดนั้น  ร.ท. วิชัย  ขันติรัตน์  ผบ. หมวดโผล่พรวดออกมาจากบังเกอร์  พลางกราดปืนเข้าใส่เวียตกง  6  คนแรกที่วิ่งนำหน้าล้มผล็อยดุจใบไม้ร่วง  แต่อีกคนรอดไปได้และวิ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วในขณะ  ร.ท. วิชัย  กำลังเปลี่ยนแม็กฯ  บรรจุลูกปืน  พอดีกับที่  จ.ส.อ. ประยูร  พุฒจำรูญ  หันมาเห็นเข้าจึงยิงอย่างไม่นับ  เวียตกงคนนั้นหงายหลังกลับไปตามแรกปะทะของกระสุนตายสนิท   จากนั้นก็เบนปากกระบอกปืนไปยังเวียตกงที่เหลือ  พร้อมกับลั่นกระสุนทำให้พวกเวียตกงที่วิ่งตามกันมาหยุดและชะงักหันหลังกลับ  แต่ก็ไปไม่รอดเพราะทุกคนต่างพบจุดจบที่แนวหลุมบุคคลนั่นเอง

       ส่วนแนวรบด้านทิศเหนือ  ซึ่งมีถนนสมเกียรติตัดผ่านนั้นถูกโจมตีด้วยเหมือนกัน  หน่วยปืนกลเบาของหมวดที่  3  กำลังเผชิญหน้ากับเวียตกงกลุ่มใหญ่ที่พยายามทำลายลังปืนกลด้วยระเบิดมือและอาร์พีจี  แต่ถูกระดมยิงและต้านทานอย่างทรหด  ส.อ.  ชัย  ดาวจันอัด  ผบ. หมู่ปืนกลเบาโดนสะเก็ดระเบิดอย่างจัง ข้อเท้าขาดกระเด็น  ถึงกระนั้นทหารไทยที่ทำหน้าที่คุ้มครองรังปืน ฯ กลับไม่มีใครเสียขวัญ  ทุกคนยังคงส่วยปืนเข้าใส่พวกเวียตกงอย่างไม่หยุดยั้ง

       พ.ต. ยุทธนา  ผู้พันใจเด็ดบัญชาการรบด้วยสติปัญญา  จนสุดความสามารถเพื่อรักษาฐานปฏิบัติการ  และชีวิตของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา  เสียงรายงานทางวิทยุจากแนวรบทุกด้านที่ส่งเข้ามานั้นเหมือนกันหมดคือ  เวียตกงบุกเข้ามาในฐานปฏิบัติการได้แล้ว  ดังนั้นผู้การยุทธนาจึงสั่งให้  ร.ท.  กัมพล  ผลผดุง  ผู้ตรวจการณ์หน้าฯ  วิทยุขอการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่  บก. กรมฯ  โดยด่วน  แต่ พ.ต.วุฒิศิริ  ได้วิทยุตอบมาว่าฐานปืนใหญ่ที่นั่นกำลังถูกเวียตกงโจมตีด้วยปืน ค.   อย่างหนักอยู่ในขณะนี้  และไม่สามารถยิงสนับสนุนตามที่ขอมาได้

       การที่ฐานปืนใหญ่ถูกโจมตีนี้แสดงว่าฝ่ายเวียตกงรู้เท่าทันแผนยุทธวิธีของเรา และวางกำลังสกัดกั้นการช่วยเหลือสนับสนุนเอาไว้เรียบร้อย  โดยการทุ่มพลโจมตีฐานปืนใหญ่เหล่านั้นด้วยปืน ค.  และจรวดอาร์พีจีเพราะรู้ดีว่าทันทีที่เกิดการปะทะกันขึ้น  หน่วยปืนใหญ่ที่ใกล้ที่สุด  จะได้รับวิทยุการยิงสนับสนุนอย่างแน่นอน  จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ความหวังที่จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยปืนใหญ่  จะต้องเป็นหมันไปโดยปริยาย

       การสู้รบอันดุเดือดยังคงดำเนินติดพัน  จนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  ทหารไทยจากแนวป้องกันส่วนหน้าวิ่งกลับมาเอากระสุนเพิ่มเติม  โดยตะโกนบอกให้พวกแนวหลังรู้ว่าตนไม่ใช่เวียตกง....   ขณะที่  ส.อ.  แสวง  พรสวัสดิ์  ผบ. หมวดประจำแนวรบด้านตะวันออกซึ่งกระโดดลงมาสั่งการรบนอกบังเกอร์  เพื่อความคล่องตัวได้ถูกระเบิดรุนแรงแขนขาดห้องรุ่งริ่ง  แต่ยังพยายามสั่งการให้สู้ต่อไปจนสามารถยันพวกเวียตกงเอาไว้ได้  พลทหารโท  คำแถลง  เกิดบ้าเลือดขึ้นมาเมื่อเห็น  ผบ.  หมวดของตนได้รับบาดเจ็บ  เขาใช้ปืนไล่ยิงพวกเวียตกงเอาดื้อ ๆ อย่างลืมตาย  กระสุนนัดหนึ่งตัดนิ้วของเขาขาดกระเด็น  ทำให้ความเคียดแค้นทวีเพิ่มมากขึ้นพวกเวียตกงเสียขวัญทิ้งปืนวิ่งหนี  ร.ท. กัมพล  ผู้ตรวจการณ์หน้าฯ  ผู้ร่วมรบอยู่ด้วยต้องวิ่งเข้าไปลากตัวกลับมาเพราะกลัวว่า  พลทหารโทจะปีนรั้วลวดหนาม  ออกไปสู้กับเวียตกงข้างนอก

       ในขณะนั้นที่ทหารทุกคนในฐานปฏิบัติการกำลังห้ำหั่นกับพวกเวียตกงอยู่นั้น  ทหารลาดตระเวนของหมวดปืนเล็กที่  2  ซึ่งถูกส่งออกไปเมื่อตอนค่ำนั้นยังอยู่ข้างนอก  ผู้พันยุทธนารีบวิทยุให้ตีฝ่าแนวล้อมกลับมาที่ฐาน ฯ  โดยด่วน  จ.ส.อ. สงัด   ไทยรัฐเทวินทร์  ผบ.  หมวดลาดตระเวนตอบมาว่า  “กำลังหาทางอยู่...ข้างนอกมีเวียตกงเต็มไปหมด”

       พอขาดคำ  เสียงหวีดหวิวเสียดอากาศก็ดังขึ้นติดตามด้วยเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว  พื้นดินสะเทือนยวบ.... ปืนใหญ่ขนาด  105  ม.ม.  จาก บก.  กรมฯ  เริ่มทำการยิงแล้ว  ทหารไทยในที่นั้นต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจเสียงระเบิดดังติดต่อกันหลายนัด  เปลวระเบิดปรากฏขึ้น รอบๆ ฐานปฏิบัติการจากนั้นเครื่องบิน  C-47  ก็ส่งเสียงกระหึ่มก้องมาในอากาศพลุส่องแสงถูกทิ้งลงมาทำให้บริเวณนั้นสว่างจ้าราวกับกลางวันพร้อมกับระดมยิงพวกเวียตกงด้วยปืนมินิกันขนาด  7.62  มม. รวม  3  กระบอกที่ติดตั้งอยู่บนเครื่องบินลงมาดังห่าฝนต่อมาเครื่องบินรบสนับสนุนภาคพื้นดินของสหรัฐ ฯ ได้เข้าโจมตีขับไล่ด้วยอีกแรงหนึ่ง  กระสุนปืนและจรวดเป็นจำนวนมาก  ถูกกระหน่ำใส่เวียตกงที่อยู่เบื้องล่างอย่างรุนแรง

       จ.ส.อ. สงัด  ผบ.  หมวดลาดตระเวนวิทยุแจ้งมายังกองร้อย ฯ  ให้ทราบว่า  กำลังเจาะแนวล้อมเข้ามาแล้ว  ขอให้ระงับการยิงทางด้านนี้ชั่วคราว  ซึ่งในการนี้ผู้พันยุทธนา  ได้สั่งให้  ร.ท. กัมพล  แจ้งไปยังหน่วยปืนใหญ่ทราบโดยเร็วและส่งให้  ส.ท. โอคอนแนล  เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยติดตามแจ้งไปยังหน่วยปืนใหญ่อื่นๆ ตลอดจนเครื่องบินรบสหรัฐ ฯ  ทุกลำให้ทราบด้วยเช่นกัน

         ทันทีที่ปืนใหญ่ด้านนั้นเงียบเสียงลง  จ่าสงัดจึงได้นำทหารใต้บังคับบัญชาทั้ง  16  นาย  ทำการระดมยิงพวกเวียตกง  ที่กำลังถอยร่นมาจากแนวรบอย่างเผาขน ทำให้เวียตกงซึ่งบอบช้ำจากการถูกโจมตีต้องแตกกระจายไปอย่างไม่เป็นขบวน  ในที่สุดจ่าสงัดก็สามารถนำทหารของตนกลับถึงฐานปฏิบัติการได้โดยปลอดภัยทุกคน  และเมื่อรายงานตัวเสร็จเรียบร้อยก็รับคำสั่งจากผู้พันยุทธนา  ให้กลับไปรับผิดชอบในแนวป้องกันด้านตะวันตกเฉียงเหนือตามเดิม

       ท่ามกลางห่ากระสุนและสะเก็ดระเบิด.........เหล่าพยาบาลทุกหน่วยต่างทำหน้าที่  ด้วยความยากลำบากพวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตเข้าไปรับผู้บาดเจ็บมารวมกันในบังเกอร์พยาบาลชั่วคราว  เมื่อรอให้เฮลิคอปเตอร์มารับ  ระหว่างนั้น  ส.อ.แสวง ผบ.  หมวดแนวป้องกันด้านตะวันออกได้ขอร้องให้พยาบาลช่วยตัดแขนของตนโดยไม่ต้องวางยาสลบ

       ทางกองบังคับการกรมฯ  วิทยุมายังฐานปฏิบัติการกองร้อยอาวุธเบาที่  1  ให้จัดการเตรียมลานจอดสำหรับเฮลิคอปเตอร์พยาบาล  แต่  พ.อ.  ยุทธนา  ได้ตัดสินใจสั่งให้เฮลิคอปเตอร์  ที่จะมารับผู้บาดเจ็บบินวนเวียนอยู่ก่อน  เพราะถ้าขืนลงมาตอนนี้อาจถูกเวียตกงโจมตีเอาได้

       เวลา  01.00  น.  เสียงปืนและเสียงครวญครางของคนเจ็บดังก้องระงม  กระสุนปืนใหญ่ยังคงระเบิดอยู่ตลอดเวลาตำบลที่กระสุนตกนั้นอยู่ในบริเวณรั้วลวดหนามชั้นนอกสุดของแนวป้องกันซึ่งมีระยะห่างจากแนวป้องกันชั้นในเพียง  50  เมตรเท่านั้น  เสียงกึกก้องดังกัมปนาทและอานุภาพอันรุนแรงของมัน  ทำให้ทหารไทยที่อยู่ในฐานปฏิบัติการแทบจะทนไม่ได้

       เวลา  03.00  น.  ฝ่ายเวียตกงเริ่มอ่อนกำลังและทำการถอนตัวออกจากแนวรบ  เสียงปืนค่อยซาลงเฮลิคอปเตอร์ได้รับสัญญาณให้นำเครื่องร่อนลงได้  จากนั้น  ผู้พันยุทธนา  จึงสั่งให้รถสายพานลำเลียงพล  2  คัน  ออกติดตามโจมตีบดขยี้พวกเวียตกงให้สิ้นซาก  พร้อมกับวิทยุขอให้หน่วยปืนใหญ่ระดมยิงดักหน้าตามแนวชายป่าเพื่อสกัดกั้นการล่าถอยของข้าศึกอีกด้วย

       เวลา  04.00  น.  ผ่านไป  การสู้รบเริ่มเบาบางลงรถสายพาน ฯ  ทั้ง  2  คัน  ได้รับคำสั่งให้กลับคืนสู่ที่ตั้ง  ส่วนทหารทุกคนที่ทำหน้าที่รักษาแนวป้องกันยังคงระดมยิงต่อไปตลอดเวลา  เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายเวียตกงเข้ามาเก็บศพของพวกตนกลับไปได้

       เช้าวันรุ่งขึ้น  ไม่มีวี่แววการโจมตีระลอกสองจากเวียตกง  ดังนั้นทหารไทยจึงออกสำรวจความเสียหายและเคลียร์พื้นที่ผลปรากฏว่า  พบเวียตกงตายอยู่บริเวณฐานปฏิบัติการ  10  ศพ  กับมีรอยเลือดจำนวนมากมายหยดเป็นทางแสดงถึงการลากเอาศพกลับไป  และเมื่อตรวจมาถึงบริเวณนอกรั้วลวดหนามก็พบอีก  57  ศพ  (ภายหลังสำรวจพบว่า    พวกเวียตกงได้ลากเอาพรรคพวกของตนไปฝังรวมกัน  ณ  ที่ซึ่งไม่ห่างไกลจากฐานปฏิบัติการเท่าใดนักกว่า  100  ศพ)  จับเป็นเชลย  ซึ่งถูกยิงบาดเจ็บสาหัสได้  2  คน กับยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้อีกมากมายเช่น  เครื่องยิงจรวด  อาร์พีจี  2  และอาร์พีจี  7 .  ปืนไรเฟิลอัตโนมัติ  AK-47  ปืนเบาแคลร์. ปืนกลหนักเอลลิสขนาด  12.7  มม.  ชนิดมีล้อและขาหยั่งในตัว  ปืน ค.  เปอร์ซี่ขนาด  60  และ  82  มม.  จรวดเคียท.  ระเบิดมือชนิดต่อด้ามและกระสุนปืนอีกเป็นจำนวนมาก....ส่วนฝ่ายไทยเสียชีวิตเพียง  6  คน  (2  คน  ในจำนวนนี้เสียชีวิตที่ฐานปืนใหญ่และถูกเวียตกงโจมตี)  และบาดเจ็บสาหัส  8  คน

       การต่อสู้อย่างกล้าหาญของทหารไทย   ในครั้งนี้ทำให้บรรดาชาติพันธมิตรอื่นๆ ในเวียตนามใต้ต่างพากันตื่นตะลึง  และยกย่องชมเชยอย่างมากมาย  เช้าวันนั้น พ.ต. สนั่น  ยุทธสารประสิทธิ์  ผู้บังคับการกรมผสมอาสาสมัคร  ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนเป็นรายแรก  ต่อมา  พลตรียศ  เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา   ผู้บังคับการกองกำลังทหารไทยในเวียตนาม  พลตรียอร์ช  จี.  โอคอนเนอร์  ผู้บังคับการกองพลทหารราบที่  9  ของสหรัฐ ฯ  และนายพล  วิลเลียม ซี. เวสต์มอร์แลนด์  ผู้บังคับการทหารสหรัฐ ฯ  ในเวียตนาม  ตลอดจนผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์  และโทรทัศน์อีกเป็นจำนวนมากได้มาเยี่ยมเยียนพร้อมทั้งตรวจผลการรบในครั้งนี้ด้วย

       หลังจากนั้น  นายพล เวสต์มอร์แลนด์  ได้ส่งหนังสือชมเชยการปฏิบัติงานของทหารไทยหน่วยจงอางศึกมาอย่างเป็นทางการพร้อมกับกล่าวว่า  การรบครั้งนี้เป็นวีรกรรมที่อาจหาญ  และทำลายประวัติการณ์ของสงครามนอกแบบในช่วงระยะเวลา  7  ปีที่ผ่านมา

       และเนื่องจากกรมทหาร  อาสาสมัคร  จงอางศึกนั้นขึ้นตรงต่อ  สมเด็จพระนางเจ้า ฯ  พระบรมราชินีนาถ  ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการพิเศษด้วยเหตุนี้  พลตรียศ  จึงได้บินด่วนกลับมายังประเทศไทย  เพื่อเข้าทูลเกล้าถวายรายงานในวีรกรรม    ของเหล่าทหารจงอางศึกให้ทรงทราบโดยละเอียดและอัญเชิญพระราชดำรัสชมเชยการปฏิบัติงานครั้งนี้กลับไปยังทหารหาญ  ของพระองค์โดยถ้วนหน้ากันซึ่งยังความ  ปลาบปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

       สำหรับศพของวีรบุรุษทั้ง  6  คนนั้น  ทางรัฐบาลไทยได้จัดทำพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติที่สุด  โดยมีนายกรัฐมนตรี  นายทหารชั้นผู้ใหญ่  ตลอดจนบรรดาคณะทูตานุทูตต่างพากันไปรอรับศพ    โดยพร้อมเพรียงกัน  ณ  สนามบินดอนเมือง  จากนั้นจึงได้นำศพของเหล่าวีรบุรุษมายังวัดโสมนัสวิหาร  เพื่อรอรับการพระราชทานเพลิงศพต่อไป  (ขออนุญาต ไม่ลงชื่อ ยศ ผู้เสียชีวิตครับ)
       การประกอบวีรกรรม  ของทหารไทยหน่วยจงอางศึก  ณ สมรภูมิฟุคโถ.  สาธารณรัฐเวียตนามครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์แสดงถึงความกล้าหาญ  ของชนชาติไทยให้ปรากฏชัดแก่ชาวโลกเห็นว่า  แม้ชาติไทยจะได้รับสมญานามว่า  “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม”  แต่สายเลือดแห่งความเป็นนักรบอันสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษนั้นมิได้น้อยไปกว่ารอยยิ้มนั้นเลยแม้แต่น้อย

จบครับ  ยิ้ม
บันทึกการเข้า
teerapon m
จ่า
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 359

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 15 : Exp 34%
HP: 0.4%


อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2013, 08:22:35 PM »

ไม่มีต่อแล้วหรือครับ กำลังสนุก ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

ธีระพล มูลเมือง 280 หมู่ 17 ต. บ้านดู่ อ. เมือง จ.เชียงราย 57100 โทร 094-6412381 ไทยพานิชย์ ออมทรัพย์ 677-226-496-0
opairforce
มือใหม่หัดยิง
จ่า
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 322

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 14 : Exp 52%
HP: 0.1%


« ตอบ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2013, 04:41:17 PM »

สนุกดีครับ
 ยิ้ม ยิ้มเท่ห์ ยิ้ม
บันทึกการเข้า

นายอัษฎาวุธ  ชัยศรี (อ๊อฟ)
ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน 109 ม.2 ต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ 36130
ที่อยู่ในการจัดส่ง 638,640 ถ.เจริญสุข ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 62000 Tel. 0898570185
kiti30
นายสิบ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 161

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 10 : Exp 25%
HP: 0.3%



อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 20, 2014, 03:21:53 PM »

ชอบครับ
บันทึกการเข้า

ติครับ
กิติ  เชษฐ์สกุลวิจิตร
ไทยพาณิชย์  บัญชีออมทรัพย์  3682122535
084 9111228
ส่งของที่  พลัสมอล์ อมตะนคร ชลบุรี
700/75 หมู่ 5  ตำบล คลองตำหรุ  อำเภอเมือง  จังหวัดชลบุรี 20000
หน้า: 1 [2] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ไม้เทียม | นำเข้าสินค้าจีน

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!