ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มกราคม 20, 2017, 02:14:41 AM
หน้าแรก หน้าแรก chatroom ช่วยเหลือ ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
พ่อค้ารับรอง
สนใจติดต่อ PM
พ่อค้ารับรอง
สนใจติดต่อ PM


+  THAIAIRSOFT.GUN :
|-+  นิตยสาร บทความ และหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของชาว BB GUN
| |-+  บทความน่าสนใจ (ผู้ดูแล: RbungA+)
| | |-+  สมรภูมินรก โดย สยุมภู ทศพล (เล่มเดียวจบ)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] 3 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สมรภูมินรก โดย สยุมภู ทศพล (เล่มเดียวจบ)  (อ่าน 33266 ครั้ง)
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 12, 2013, 08:47:44 PM »

ต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะครับ ที่เข้ามาิติดตามอ่าน  "ศึกเวียตนาม และ คอมมิวนิสต์ " เขียนโดย น้ำเพชร เนื้อหาจริงๆ สนุกและมันส์มาก ข้อมูลค่อนข้างละเอียดน่าติดตาม ลองค้นดูใน google ก็ได้ครับ
ผมพยายามที่จะค้นหาในอินเตอร์เนต แต่ไม่รู้ชื่อ นามสกุลจริงๆว่า เป็นใคร ที่ไหนยังไง ในหนังสือก็บอกเพียงแค่ ชื่่อ น้ำเพชร
ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จริงๆแล้วก็อยากจะขออนุญาตพี่เขาเพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลให้สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาประวัิติศาสตร์สงครามกัน และเพื่อไม่ให้เนื้อหาหนังสือดีๆสาบสูญไปตามกาลเวลา ถึงตอนนี้ก็เหลือเพียงไม่กี่เล่ม แต่อาจจะติดเรื่องลิขสิทธิ์ ผมเลยขอหยุดไว้ตรงนี้ก่อน
ผมพยายามค้นหาในอินเตอร์เนตก็ยังไม่เจอว่าเป็นใคร ยังไง ชื่อจริงใครกันแน่เป็นคนเขียน มีชื่อเสียงเรียงนามจริงยังไงนะครับ หรือติดต่อญาติๆก็ได้ ถ้าเขาอนุญาิตก็โอเค

ต้องขออภัยไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 30, 2013, 11:09:47 PM »

กลับมาอีกครั้ง

ขอขอบคุณและขออนุญาตผู้เขียนและรวบรวมหนังสือเล่มนี้

 “ศึกเวียตนาม และ คอมมิวนิสต์ รวบรวมโดย น้ำเพชร

จัดพิมพ์ที่ โอเดียนการพิมพ์ ในปี พศ  2511


ผมขอคัดย่อเพียงบางส่วนของเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เท่านั้น  ของหนังสือ ศึกเวียตนาม และ คอมมิวนิสต์  ให้กับท่านผู้อ่านที่สนใจในการศึกษาค้นคว้าหาสาเหตุ ข้อมูล ความรู้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับสงคราม บ่อเกิดแห่งสงครามเวียตนาม ว่าเป็นมาอย่างไร โดยไม่มีความประสงค์อื่นใดแอบแฝง ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง ก็แจ้งผมได้ครับ ผมก็จะลบเนื้อหาเหล่านี้ออกไปทันทีครับ


อารัมภบท

เนื้อความในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้ติดตามเหตุการณ์ต่างๆอันตึงเครียด ของสงครามอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลาและได้บรรยายไว้เป็นเล่ม เพราะไม่มีศึกใดจะดุเดือดเข้มข้นเหมือนกับศึกเวียตนามและ คอมมิวนิสต์ได้  เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ของการศึกที่ใหญ่ยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1-2  และเป็นการค้นคว้าศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆได้



ศึกเวียตนาม

ค่ายทหารในเวียตนามเหนือถูกโจมตีเป็นครั้งแรก

       เมื่อวานซืนนี้เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐใช้เรด้าร์เป็นเครื่องนำทางได้โจมตีเป้าหมายสำคัญ 3 แห่ง  ใกล้เมืองฮานอย และเมืองไฮฟอง รวมทั้งค่ายทหารของเวียตนามเหนือที่ฮานอย ห่างจากฮานอยไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 8 ไมล์ และโจมตีบริเวณซ่อมบำรุงยานพาหนะซึ่งอยู่ห่างจากฮานอยไปทางตะวันตก 7 ไมล์ด้วย  นอกจากนั้นยังโจมตีสถานีรับส่ง  ซึ่งเป็นศูนย์ระบบเรดาร์เตือนให้ทราบเกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศของฝ่ายข้าศึกสถานีรับวิทยุแห่งนี้ได้ถูกโจมตีมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 10 เดือนก่อน  อากาศไม่ดีจึงไม่สามารถประมาณได้ว่าสถานีรับวิทยุแห่งนี้ได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด  ย่านการรถไฟที่เมืองท่าไฮฟองก็ถูกโจมตีเป็นครั้งที่ 3 ในระยะ 4 วันมานี้
       ในวันเดียวกันเครื่องบินเครื่องอื่นๆ ของสหรัฐ  ก็ได้ไปโจมตีในภาคใต้ของเวียตนามเหนือ  อันเป็นบริเวณที่เข้าใจว่าฝ่ายเวียตนามเหนือ  กำลังสร้างฐานทัพสำหรับเครื่องบินแบบมิกสำหรับโจมตีเวียตนามใต้  ในการโจมตีวานนี้ เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดแบบ ทันเดอร์ชีฟ เอฟ.105  ของกองทัพอากาศสหรัฐ  ถูกปืนต่อสู้อากาศยานเวียตนามเหนือยิงตก 1 เครื่อง  แต่นักบินได้รับความช่วยเหลือรอดชีวิตมาได้
       เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐหวั่นเกรงว่าเวียตนามเหนืออาจจะส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดมาโจมตีเมือเคซานห์  และที่ตั้งทางทหารแห่งอื่นๆ  ของฝ่ายพันธมิตรในเวียตนามใต้เพื่อสนับสนุนในเมื่อเวียตนามเหนือ  เปิดการโจมตีในบริเวณเมืองเคซานห์  ในระยะ 2-3 สัปดาห์มานี้  เครื่องบินสหรัฐได้ไปโจมตีสนามบินหลายแห่งในเวียตนามเหนือ  ส่วนใหญ่มุ่งโจมตีฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งที่เมืองวินห์  ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปจากเขตปลอดทหาร  150 ไมล์
       เจ้าหน้าที่สืบราชการลับของสหรัฐ  แจ้งว่าเวียตนามเหนือได้ดำเนินงานก่อสร้าง ทางวิ่งของเครื่องบิน  ที่ฐานทัพอากาศแห่งต่างๆของเวียตนามเหนือโดยเฉพาะที่เมืองวินห์  เข้าใจว่าการที่เวียตนามเหนือขยายทางวิ่ง  ของเครื่องบินออกไปนั้นก็เพื่อจะใช้สำหรับเครื่องบินแบบมิก  ทั้งนี้เพื่อใช้เครื่องบินแบบมิกและเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด  โจมตีจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือของเวียตนามใต้  ฐานทัพอากาศที่เมืองวินห์ขณะนี้ร้อมรอบด้วยปืนต่อสู้อากาศยาน
       เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐคาดว่า  ถ้าเวียตนามเหนือใช้เครื่องบินมิกโจมตีเวียตนามใต้  เป้าหมายสำคัญแห่งหนึ่งก็คงจะเป็นฐานทัพของนาวิกโยธินของอเมริกัน  ที่เมืองเคซานห์  ซึ่งอยู่ใต้ลงไปจากเขตปลอดทหาร 12 ไมล์ นับว่า  ขณะนี้นาวิกโยธินอเมริกันกำลังเผชิญภัยคุกคามใหม่จากคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ

การรบในเวียตนามใต้


       เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักแบบ บี .52 ของกองทัพอากาศอเมริกันได้ไปโจมตีทิ้งระเบิดที่ตั้งของคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือในบริเวณรอบเมืองเคซานห์  ทางสุดด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเวียตนามใต้   เพื่อสนับสนุนนาวิกโยธินอเมริกันที่เคซานห์    เครื่องบิน บี .52 ได้โจมตีที่ชุมพลของทหารเวียตนามเหนือ ที่ตั้งปืนใหญ่และเส้นทางลำเลียงของเวียตนามเหนือเมื่อวานนี้ตลอดทั้งวันโดยไปโจมตี 4 เที่ยว ค่ายของทหารเวียตนามเหนือตามเขตปลอดทหารก็ถูกทิ้งระเบิดด้วย  เมืองเคซานห์เป็นชัยภูมิคุ้นเส้นทางที่เวียตนามเหนือ ลักรอบส่งทหารและอาวุธเข้าไปในเวียตนามใต้  ทหารของเวียตนามเหนือได้ใช้ปืนใหญ่  และเครื่องยิงระเบิดระดมยิงเมืองเคซานห์อีก เมืองนี้ถูกระดมยิงเป็นประจำวัน
       ขณะเดียวกัน  นาวิกโยธินอเมริกันที่เมืองเคซานห์ก็ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อม ณ ที่มั่นด่านหน้า นาวิกโยธินอเมริกันได้ตั้งกระสอบทรายเป็นเครื่องกำบัง 
       ก่อนรุ่งอรุณเช้าวันนี้ คอมมิวนิสต์เวียตกงได้ยิงจรวดขนาด 122 มม. หลายลูก เข้าไปยังบริเวณฐานทัพอากาศตันซอนนุต  ซึ่งอยู่ด้านเหนือของไซ่ง่อน  และอยู่นอกไซ่ง่อน   ทำความเสียหายให้เล็กน้อย  และมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนไม่มาก

การโจมตีดังกล่าวของเวียตกง  เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรังควานฐานทัพอากาศแห่งนั้น  กองบัญชาการทหารสหรัฐในเวียตนามใต้ซึ่งมีนายพลเวสต์มอร์แลนด์เป็นผู้บัญชาการ   ก็ตั้งอยู่ในบริเวณฐานทัพตันซอนนุต  นับเป็นครั้งที่ 7 ใน 2 สัปดาห์ที่แล้วมานี้  ที่เวียตกงได้ระดมยิงฐานทัพอากาศตันซอนนุต
       เจ้าหน้าที่ทหารเรือสหรัฐ  แถลงที่ไซ่ง่อนว่าในตอนเช้าตรู่วันนี้  เรือปืนของเวียตนามใต้ และเรือยามฝั่งของสหรัฐได้สกัดเรืออวนของคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ  4 ลำ  ที่กำลังแล่นไปยังเวียตนามใต้  บนเรือนั้นบรรทุกอาวุธ  เพื่อไปให้คอมมิวนิสต์ในเวียตนามใต้เรือลำหนึ่งใน 4 ลำนั้น  ได้กลับไปก่อนที่จะถึงน่านน้ำเวียตนามใต้  แต่อีก 3 ลำได้แล่นต่อไป  เพื่อจะไปยังจะที่นัดพบกับคอมมิวนิสต์บนฝั่งทะเลของเวียตนามใต้  ได้มีการยิงโต้ตอบกันระหว่างเรือเร็วของเวียตนามใต้  และเรือยามฝั่งของสหรัฐ  กับเรืออวนของคอมมิวนิสต์  เรืออวน 2 ลำเกิดไฟไหม้จมลง  ส่วนเรืออวนลำหนึงได้ไปถึงฝั่ง  ทั้งๆที่เรือรบของสหรัฐ และเวียตนามใต้ระดมยิงอย่างหนัก  เรือลำนั้นไปถึงริมฝั่งทะเลภาคกลาง  ค่อนไปทางเหนือของเวียตนามใต้  และได้ถูกทหารสหรัฐ ซึ่งลำเลียงโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังบริเวณชายหาดแห่งนั้น  โจมตีลูกเรือของคอมมิวนิสต์ลำนั้นได้ระเบิดเรือของตน  เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารสหรัฐยึดเรือนั้น  ข่าวแจ้งว่าลูกเรือในเรืออวนคอมมิวนิสต์ 3 ลำ ดังกล่าวเสียชีวิตหมดทุกคน


การรบในเวียตนาม
       ข่าวจากไซ่ง่อนแจ้งว่า  ทหารคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือกว่า 500 คน ได้อาศัยหมอกและความขมุกขมัวของอากาศในตอนนั้น  พยายามบุกเข้าไปจนถึงลวดหนามป้องกันรอบนอกของฐานทัพสหรัฐที่เคซานห์   อันเป็นที่มั่นสำคัญป้องกันชายแดน  ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเวียตนามใต้  แต่กองทหารของเวียตนามใต้รักษาแนวที่มั่นทางด้านนั้น  ก็สามารถต้านทานการโจมตีไว้ได้และขับไล่กองทหารเวียตนามเหนือล่าถอยไป  โดยอาศัยปฏิบัติการ สนับสนุน ของฝูงป้อมบินไอพ่น บี .52  ด้วย  ข่าวนี้แจ้งว่าทหารเวียตนามเหนือกว่า 500 คนนั้น  พยายามเข้าโจมตีทางด้านตะวันออกของแนวป้องกันรอบนอกเคซานห์  โดยมีหน่วยวางระเบิด 3 หมู่  นำหน้าสำหรับวางระเบิดทำลายรั้วลวดหนาม  หน่วยวางระเบิดบางคนสามารถรุกไปถึงรั้วลวดหนาม และวางระเบิดแล้ว  แต่ยังไม่ทันจะจุดชนวนก็ถูกทำลายชีวิตเสียก่อน ขณะเดียวกันฝูงป้อมบิน บี .52 ซึ่งปฏิบัติการสนับสนุนภาคพื้นดินเป็นครั้งแรกที่เคซานห์  ก็โปรยระเบิดนับเป็นตันๆ  ลงสู่กองทหารคอมมิวนิสต์ในระยะห่างจากแนวที่มั่นกองทหารเวียตนามใต้  เพียง 750 เมตรเท่านั้น  ปรากฏว่าทหารเวียตนามเหนือซึ่งต้องล่าถอยไป ได้ทิ้งศพไว้ในที่รบไม่น้อยกว่า 70 ศพและตามข่าวกล่าวว่า  ความเสียหายของฝ่ายเวียตนามใต้มีเพียงเบาบางเท่านั้น 
       ข่าวจากไซ่ง่อนแจ้งต่อไปว่า  ในบริเวณรอบนอกไซ่ง่อนกองทหารสหรัฐและเวียตนามใต้ได้ปะทะกับเวียตกงอย่างรุนแรงตามจุดต่างๆหลายแห่ง  สามารถทำลายชีวิตเวียตกงอีก 22 คน  ในไร่กล้วยทางเหนือของฐานทัพอากาศตันซอนนุต  และอีก 18 คน  ทางใต้ของไซ่ง่อนซึ่งกองทหารเวียตนามใต้ยึดได้เครื่องบินจรวดแบบ บี.40  เครื่องหนึ่งด้วย  อนึ่ง  กองทหารเวียตนามใต้ยังได้ปะทะกับทหารคอมมิวนิสต์ 1 กองพัน  ในมณฑลลองอันยังผลให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ล้มตายไม่น้อยกว่า 30 คน ขณะเดียวกัน  ตามที่เรือตรวจการณ์ของสหรัฐและเวียตนามใต้ได้สกัดกั้น และจมเรืออวนลำเลียงอาวุธของคอมมิวนิสต์ 3 ลำ นอกฝั่งเวียตนามใต้นั้น  ประดาน้ำซึ่งดำน้ำลงไปตรวจซากเรืออับปาง  สามารถกู้ปืนเล็กยาวยิงเร็วแบบ เอเค 47  ขึ้นมากว่า 720  กระบอก  ปืนแบบนี้ผลิตโดยโซเวียตเป็นอาวุธประจำตัวของทหารเวียตนามเหนือและโซเวียต
       ในส่วนปฏิบัติการทางอากาศ  ฝูงบินสหรัฐได้ไปโจมตีที่หมายทางทหารในคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนืออย่างกว้างขวางต่อไปอีก  โดยโจมตีบริเวณท่าเรือและย่านการขนส่งใกล้ฮานอยและไฮฟอง  รวมทั้งโจมตีย่านซ่อมบำรุงยานยนต์บรรทุกซานเมืองฮานอยเป็นครั้งแรกด้วย.

การรบในเวียตนาม

       ข่าวจากไซ่ง่อนแจ้งมาว่า  กำลังทหารพลร่มของทหารสหรัฐและทหารเวียตนามใต้  ได้โจมตีขับไล่เวียตกง ซึ่งคุกคามฐานทัพอากาศใหญ่ที่สุด 2  แห่งในเวียตนามใต้  คือฐานทัพอากาศตันซอนนุต ชานเมืองไซ่ง่อน กับฐานทัพอากาศที่เบียนหัว  ทั้งนี้พลทหารพลร่มสหรัฐได้ซุ่มโจมตีกองโจรเวียตกงประมาณ 150 คน ในระยะห่างจากเบียนหัวไปทางเหนือ 2 ไมล์  ยังผลให้กองโจรเวียตกงและกระจัดกระจายไปและเสียชีวิต 21 คน ส่วนทางตันซอนนุตนั้น  กองทหารพลร่มเวียตนามใต้ได้ปะทะกับกองโจรเวียตกงประมาณ 200 คน    ในนาข้าวห่างจากฐานทัพอากาศแห่งนั้นไม่ถึง 1 ไมล์ ทำให้เวียตกงล้มตาย 35 คน  อนึ่ง  กองทหารเวียตนามใต้ ซึ่งมียานเกราะสนับสนุน  ได้ปะทะกับกองทหารคอมมิวนิสต์เวียตนานเหนือจำนวนมาก  ในระยะห่างจากเมืองกวางตรี ไปทางเหนือ 7 ไมล์  และในการสู้รบรุนแรงตลอดวัน  ฝ่ายคอมมิวนิสต์ล้มตายกว่า  200  คน  เมืองกวางตรีเป็นชัยภูมิสำคัญแห่งหนึ่งในแนวป้องกันมณฑลภาคเหนือของเวียตนามใต้.

เหตุการณ์ที่น่าสนใจ

       ในเวียตนามใต้  ทหารเวียตนามเหนือได้เริ่มโจมตี หยั่งกำลังป้องกันของฝ่ายพันธมิตรทางด้านเมืองเคซานห์แล้ว  โดยทหารเวียตนามเหนือราว 500 คน  รุกไปถึงรั้วบริเวณลวดหนามป้องกันฐานทัพนาวิกโยธินอเมริกันที่เมืองนั้น  แต่ถูกตีพ่ายไป เครื่องบิน บี.52  ช่วยโจมตีทหารเวียตนามเหนือด้วย  ในการรบครั้งนี้ทหารเวียตนามเหนือรุกเข้าโจมตีที่มั่นของฝ่ายพันธมิตรใกล้เขตปลอดทหารหลายแห่งพร้อมกันในตอนปลายสัปดาห์ แต่ต้องเสียรี้พลไปกว่า  400 คน เฉพาะในการรบที่เคซานห์  ทหารเวียตนามเหนือเสียชีวิต  70-90 คน  ทหารเวียตนามเหนือตั้งมั่นขุดสนามเพลาะคดเคี้ยวไปมารอบเคซานห์  อันเป็นกลยุทธ์ที่คอมมิวนิสต์เคยใช้ได้ผล   ในศึกชิงเมืองเดียนเบียนฟูเมื่อ 14  ปีมาแล้ว
       การต่อสู้ของคอมมิวนิสต์ในเมืองเว้สิ้นสุดลงแล้วหลังจากทหารเวียตนามใต้ยึดที่มั่นด่านสุดท้ายของคอมมิวนิสต์ในบริเวณวังโบราณได้เมื่อต้นสัปดาห์  ทหารคอมมิวนิสต์ที่เหลืออยู่จำนวนไม่มากในเขตของเมือเว้  ถูกทหารสหรัฐและเวียตนามใต้กวาดล้างต่อไป  ฝ่ายคอมมิวนิสต์เสียรี้พลกว่า 4000 คน ในศึกชิงเมืองเว้เป็นเวลา 25 วัน

       พลเอกเอิร์ล  วีเลอร์  ประธานเสนาธิการผสมสหรัฐเดินทางไปเยี่ยมเวียตนามใต้  เป็นเวลา 3 วันแล้วกลับกรุงวอชิงตัน  เพื่อรายงานข้อวินิจฉันของเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ในเวียตนามใต้  ให้ประธานาธิบดีจอห์นสันทราบ  และแจ้งให้ประธานาธิบดีทราบถึงข้อเสนอของนายพลวิลเลียม  เวสต์มอร์แลนด์  ผู้บัญชาการทหารสหรัฐในเวียตนามที่ขอให้เพิ่มจำนวนทหารอเมริกันอีก  100,000 คน นอกเหนือจากที่กำหนดไว้คือ 525,000 คน นายพลวีเลอร์เชื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ไม่ประสบผลดังที่ตนมุ่งหมายไว้ และมั่นใจว่าความตั้งใจอันแน่วแน่ของสหรัฐ  จะทำให้บรรลุจุดประสงค์ในเวียตนาม

สถานการณ์ทางทหารในลาว

       ข่าวจากเวียงจันทร์ เสนอของถ้อยแถลงของนายพล อุดร ชนะนิกร  ประธานคณะเสนาธิการทหารของราชอาณาจักรลาวเมื่อวานนี้ว่า  กองทหารคอมมิวนิสต์ของเวียตนา$
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2013, 07:32:12 PM โดย winggo » บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 31, 2013, 01:31:37 AM »

การรบในเวียตนาม


ข่าวจากไซ่ง่อนแจ้งว่า  กองทหารสหรัฐและกองทหารเวียตนามใต้ได้ทำลายชีวิตของทหารคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนืออีกไม่น้อยกว่า 132  คน ในการรบเป็นเวลา 2 วันตามแนวเขตปลอดทหาร 

ระหว่างเวียตนามเหนือกับเวียตนามใต้ และกองบัญชาการทหารสหรัฐกล่าวว่า เป็นการรบรุนแรงที่สุด เท่าที่เคยกระทำกันมาแล้วในบริเวณนั้น  ในระยะเวลากว่าเดือนที่ผ่านมา  ส่วนใหญ่ของทหาร

เวียตนามเหนือซึ่งล้มตายในคราวนี้  ถูกทำลายชีวิตในการรบใกล้ที่มั่นนาวิกโยธิสหรัฐที่ดองฮา  ถัดจากแนวเขตปลอดทหารลงมา  8 ไมล์    โดยทหารเวียตนามเหนือ 1 กองพัน  ถูกกองทหารสหรัฐ

และเวียตนามใต้รบรุกโจมตีเป็นรูปคีมทางฝั่งด้านเหนือของลำแม่น้ำวาเวียต  โดยฝ่ายสหรัฐมีกลุ่มปืนใหญ่ และฝูงบินขับไล่ทิ้งระเบิดปฏิบัติการสนับสนุนด้วย
    อนึ่ง  ในการรบระหว่างกองทหารเวียตนามใต้กับคอมมิวนิสต์ที่ใกล้เมืองดาร์ลัค   ในบริเวณที่สูงของเวียตนามใต้  คอมมิวนิสต์ต้องล้มตายไม่น้อยกว่า  160  คน  และตกเป็นเชลย 9  คน  ส่วน

กองโจรคอมมิวนิสต์ซึ่งเข้าโจมตีหมู่บ้านนินห์ทวน  ในบริเวณเดียวกันนั้น  ก็ถูกกองทหารเวียตนามใต้ขับไล่ถอยกลับไป    ขณะเดียวกันกองบัญชาการทหารสหรัฐแถลงว่า  ปฏิบัติการกวาดล้างซึ่ง

เรียกว่า  "ยุทธการโคโรเนโด 11"  ของกองเรือปฏิบัติการตามลำแม่น้ำในบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำโขงห่างจากไซ่ง่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ  82 ไมล์  ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4

เดือนก่อนเป็นอันสิ้นสุดลง  ปฏิบัติการครั้งนี้ยังผลให้คอมมิวนิสต์ถูกทำลายชีวิตไม่น้อยกว่า  264  คน
    ในส่วนปฏิบัติการทางอากาศ ฝูงบินสหรัฐทั้งฝ่ายนาวีและฝ่ายบก  ได้ไปโจมตีสถานีวิทยุห่างจากฮานอย 10 ไมล์  รวมทั้งโจมตีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่วันเดียนห่างจากฮานอยเพียง  7 ไมล์ นอก

จากนั้นยังได้โจมตี ย่านรถไฟที่เคป  ห่างจากฮานอย 38 ไมล์ด้วย

  อนึ่ง ในบริเวณถัดจากพรมแดนด้านเหนือของเวียตนามใต้ลงไปประมาณ  100  ไมล์  ทหารคอมมิวนิสต์กว่า 85  คน เสียชีวิตในการรบกับกองทหารม้ายานเกราะของสหรัฐที่ใกล้เมืองตัมกี และอีก

50  คนเสียชีวิตกับการรบกับกองทหารเวียตนามใต้  และทางตะวันออกเฉียงเหนือของไซ่ง่อน  กองบัญชาการทหารของเวียตนามใต้แถลงว่าปฏิบัติการกวาดล้างซึ่งเรียกว่ายุทธการตรันฮังเดา  ซึ่ง

ดำเนินมาเป็นเวลาเดือนหนึ่งในบริเวณไซ่ง่อนได้สิ้นสุดลงแล้ว   โดยสามารถทำลายชีวิตเวียตกง  713  คน  ทางการทหารสหรัฐในเวียตนามใต้แถลงว่า  นับตั้งแต่คอมมิวนิสต์โจมตีขนานใหญ่ทั่ว

เวียตนามใต้เมื่่อเทศกาลตรุษ  ราษฏรในเวียตนามใต้เสียชีวิต  เพราะการกระทำของคอมมิวนิสต์รวม  5831  คน  ถูกลักพาตัว  3783  คน  และหายไปอีก  3373  คน


สำหรับเจ้าสีหนุประมุขกัมพูชา  เพิ่งจะตระหนักว่า  การร่วมมือสมคบกับคอมมิวนิสต์เท่ากับการเอากัมพูชาเข้าไปเผชิญกับภัยรุกรานของคอมมิวนิสต์  โดยคอมมิวนิสต์ไม่ยอมให้กัมพูชาเป็นกลาง

อีกต่อไป  เจ้าสีหนุว่า  พวกกองโจรคอมมิวนิสต์ได้ขยายวงโจรจากจังหวัดพระตะบองไปยังจังหวัดอื่นอีก  คือกัมปงสปือ กัมปอต  เกาะกงและคีรีรมย์  รัฐบาลกัมพูชาจึงประกาศให้  5  จังหวัดที่

กล่าวอยู่ในสถานะสงครามเพื่อสดวกแก่การปราบปราม  เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเจ้าสีหนุยังได้สรูปด้วยว่า  จีนคอมมิวนิสต์ได้ยุยงส่งเสริม  กองโจรคอมมิวนิสต์ในกัมพูชา ให้สู้รบกับฝ่ายรัฐบาล  และเมื่อ

วันที่  5 เดือนนี้  เจ้าสีหนุก็แถลงว่า  ได้ประหารชีวิตคอมมิวนิสต์รวม  6 คนเสร็จสิ้นไปแล้วโดยไม่ได้ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลแต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่่อแก้แค้นทดแทนการที่คอมมิวนิสต์สังหารผู้ใหญ่

บ้านและลักพาราษฏรกัมพูชาไปหลายคน

   ที่นครเวียงจันทร์ก็มีข่าวว่า  สถานการณ์ในลาวก็ยังไม่กระเตื้องดีขึ้น  เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วกองทหารขบวนการประเทดลาวร่วมมือกับคอมมิวนิสเวียตนามเหนือได้ใช้ปืนครกขนาด  82  มม. 

ระดมยิงเมืองอัตตะปือ  20  นัด  ทำความเสียหายให้แก่ตลาดและโรงเรียนแห่งหนึ่ง  มีราษฏรเสียชีวิต  1  คน  และบาดเจ็บ  10  คน  เมืองอัตตะปือนี้อยู่ทางใต้ของลาว  ถูกคอมมิวนิสต์คุกคามเกือบ 

1  เดือนแล้ว    กระทรวงกลาโหมลาวแถลงว่า  เครื่องบินกองทัพอากาศลาวได้โจมตีขบวนรถยนต์ลำเลียงของคอมมิวนิสต์  2  ขบวน    ใกล้เมืองสาระวันเมื่อวันพุธและพฤหัสบดีนี้  ทำให้รถยนต์

พินาศ  16  คัน  นอกจากนั้นฝูงบินดังกล่าวได้บินโจมตีคลังอาวุธของคอมมิวนิสต์แห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาระวัน  เป็นผลให้เกิดการระเบิดติดต่อกันขึ้นหลายครั้ง


เวียตนามเหนือเสริมสร้างกำลังทหาร


พลเอกวิลเลียม เวสต์มอร์แลนด์ ผู้บัญชาการทหารอเมริกันในเวียตนามใต้  แถลงที่ไซ่ง่อนวานนี้ว่า  คาดว่าจะมีการรบพุ่งอย่างหนักยิ่งตามบริเวณแนวรบ  ด้านเหนือของเวียตนามใต้ในอีก  2-3 

สัปดาห์ข้างหน้านี้บริเวณที่จะมีการสู้รบที่สำคัญก็คือในจังหวัดซึ่งอยู่ทางภาคเหนือสุดของเวียตนามใต้   2  จังหวัด  คือจังหวัดกวางตรี และทัวเทียน นายพลเวสต์มอร์แลนด์แจ้งว่า  ฝ่ายเวียตนาม

เหนือได้เสริมสร้างกำลังทหารถึง   5  กองพลใหญ่และทหารอเมริกันในเวียตนามใต้ตกลงในแน่วแน่ที่จะเผชิญหน้ากับทหารเวียตนามเหนือ


เมื่อคืนที่แล้ว  และก่อนรุ่งอรุณเช้าวันนี้  ทหารเวียตนามเหนือได้ใช้ปืนใหญ่จรวดและเครื่องยิงระเบิดระดมยิงฐานทัพสำคัญของนาวิกโยธินอเมริกัน 4 แห่งในบริเวณใต้ลงไปจากเขตปลอดทหารไม่

มาก   การระดมยิงได้กระทำหลายครั้งติดต่อกัน  ข่าวหนังสือพิมพ์แจ้งว่า  กระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากนับตันได้ถูกทำลาย  เนื่องจากการระดมยิงของทหารเวียตนามเหนือ  ฐานลำเลียง

ของทหารอเมริกันที่ถูกโจมตีหนักมากคือที่กัวเวียต  ซึ่งเป็นคลังกระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์แห่งใหญ่สำหรับส่งไปให้ทหารอเมริกันทางบริเวณใต้ลงไปจากเขตปลอดทหารใช้    กระสุนปืนใหญ่และ

ระเบิดจากเครื่องยิงระเบิดทำให้เกิดการระเบิดขึ้นที่คลังลำเลียงที่กัวเวียตหลายครั้ง   และมีควันสีดำพุ่งขึ้นไปในอากาศสูงหลายร้อยฟุต   โฆษกสหรัฐแจ้งว่าคลังกระสุนและสำภาระแห่งนั้นได้รับความ

เสียหายหนัก  แต่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนน้อย   ฐานทัพของนาวิกโยธินของอเมริกันอีกสองแห่งถูกระดมยิง คือที่ดองฮา และเคซานห์ ฐานทัพสองแห่งนั้นอยู่ในกวางตรี  อันเป็นบริเวณที่

ทหารคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ ประมาณ 16,000  คน  ตั้งคุกคามอยู่และอาจจะรุกรบโจมตีในไม่ช้านี้

นาวิกโยธินสหรัฐซึ่งตั้งมั่นอยู่ในรังปืนใต้ดินที่เคซานห์ได้ระดมยิงตอบโต้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่ยิงปราการของสหรัฐแห่งนั้นด้วยปืนใหญ่ จรวด  และเครื่องยิงระเบิด
    การทิ้งระเบิดแหล่งชุมนุมกำลัง  ของฝ่ายคอมมิวนิสต์ใกล้เคซานห์ยังคงดำเนิอยู่ต่อมา  อย่างไม่หยุดยั้ง  ณ บริเวณใกล้เคียงเมืองเว้   ทหารร่มสังกัดของกองพลอากาศโยธินที่  101  ของกองทัพ

บกสหรัฐ  ได้ทำลายชีวิตพวกคอมมิวนิสต์  35  คน  ฝ่ายอเมริกันเสียชีวิต  3  คน


โฆษกสหรัฐแถลงที่ไซ่ง่อนวันนี้ว่า  ปฏิบัติการตามล่าและทำลายคอมมิวนิสต์  2  แห่ง  ในบริเวณไซ่ง่อนซึ่งดำเนินมานานแล้วนั้น ได้ยุติลงแล้ว  และคอมมิวนิสต์ถูกทำลายรวมทั้งสิ้น  5,970  คน

ปฏิบัติการแห่งหนึ่งนั้นได้ดำเนินการมา  3  เดือนแล้ว  มีศูนย์กลางห่างจากไซ่ง่อน ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ  28 ไมล์  ทหารคอมมิวนิสต์ถูกฆ่าในการรบหนักทางบริเวณนี้  รวม  3,863

คน

ส่วนปฏิบัติการทางทหารอีกแห่งหนึ่งดำเนินมา  13 เดือน  มีจุดศูนย์กลางห่างจากไซ่ง่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้  20  ไมล์  และอยู่ในบริเวณใกล้ปากแม่น้ำโขง  ในบริเวณนี้มีการสู้รบกันอย่าง

ประปรายเพียงเบาบาง  แต่ฝ่ายคอมมิวนิสต์เสียรี้พลไปทั้งสิ้น  2,107  คน  ทหารอเมริกันเสียชีวิต  253   คน  ปฏิบัติการตามล่าและกวาดล้างคอมมิวนิสต์  ในบริเวณ  2  แห่งนั้น ได้ยุติลงเมื่อวัน

อาทิตย์ที่แล้ว



บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #18 เมื่อ: เมษายน 01, 2013, 05:36:49 PM »

สถานการณ์ในลาว

มีข่าวว่า  ในลาวทหารขบวนการคอมมิวนิสต์ประเทดลาวและเวียตนามเหนือ  กำลังโจมตีที่มั่นอันเข้มแข็งของรัฐบาลอีกสองแห่ง  ทั้งสองแห่งนั้นเป็นศูนย์คมนาคมที่สำคัญตั้งอยู่ริมเส้นทางลำเลียง  ของเวียตนามเหนือที่ตัดผ่านลาวไปยังเวียตนามใต้  
       ข่าวอีกกระแสหนึ่งแจ้งว่า  ทหารคอมมิวนิสต์ได้รุกรบโจมตีครั้งใหญ่อีก 2 ครั้ง  เป็นอย่างน้อยทางภาคเหนือภาคกลางค่อนไปทางใต้ของลาว  นอกจากนั้นยังมีรายงานข่าวที่ไม่ได้รับการยืนยันด้วยว่า  ฝ่ายขบวนการประเทดลาวและทหารเวียตนามเหนือได้รุกรบครั้งใหม่อีกต่อเมืองสาระวัน  และเมืองอัตตะปือ  ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของลาว  แต่ข่าวนี้ไม่ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่เวียงจันทร์
        มีข่าวว่าขณะนี้มีการสู้รบกันที่ท่าตี  ในจังหวัดซำเหนือ  ซึ่งเป็นที่มั่นอันเข้มแข็งและสำคัญของฝ่ายรัฐบาลลาว  ท่าตีอยู่ห่างจากเวียงจันทร์ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ  250  ไมล์  เจ้าหน้าที่กองบัญชาการทหารของลาวแจ้งว่า  ทหารคอมมิวนิสต์มีประมาณ 2 กองพัน ในอัตราราว  800 คน  ได้โจมตีทหารรัฐบาลที่หมู่บ้านห้วยม้า  อยู่ใต้ลงไปจากท่าตี  9 ไมล์  เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่แล้ว  และในตอนเช้าวันจันทร์ทหารรัฐบาลต้องสูญเสียที่มั่นให้แก่ฝ่ายคอมมิวนิสต์  ที่มั่นป้องกันท่าตีขณะนี้ตกอยู่ในอันตราย  ท่าตีเป็นที่มั่นสำคัญที่สุดในจังหวัดซำเหนือ


       เหตุการณ์ในลาว
ข่าวจากเวียงจันทร์อ้างกระแสข่าว  ทางทหารของลาวแจ้งว่า ทหารรัฐบาลลาวกำลังยับยั้งการรุกของฝ่ายคอมมิวนิสต์ทางภาคเหนือของลาว  และขับทหารเวียตนามเหนือในภาคกลางของลาวให้ถอยหนีไปได้ ข่าวแจ้งว่า  ในภาคเหนือทหารขบวนการประเทดลาว 2 กองพันพร้อมด้วยทหารเวียตนามเหนือโจมตีที่มั่นของรัฐบาลลาว  ซึ่งทหารรัฐบาลลาวฝ่ายเป็นกลาง  ป้องกันอยู่ในบริเวณเหนือของหลวงพระบางประมาณ 25 ไมล์  หรือ 40  กิโลเมตร  แต่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ประสบความล้มเหลว  ในการที่จะขับทหารรัฐบาลลาว  การสู้รบยังคงดำเนิอยู่แต่การรุกของฝ่ายคอมมิวนิสต์อ่อนกำลังลง  ไม่มีรายงานข่าวผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เครื่องบินอเมริกันโจมตีเป้าหมายในเวียตนามเหนือหนักที่สุด

เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด ไอพ่นของสหรัฐ  ได้ไปโจมตีเป้าหมายสำคัญๆ ในเวียตนามเหนือ 95 เที่ยว นับเป็นการโจมตีทางอากาศหนักที่สุดต่อเวียตนามเหนือ  ตั้งแต่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รุกรบโจมตีในเวียตนามใต้มา   นับแต่เทศกาลตรุษญวน    โฆษกทหารสหรัฐที่ไซ่ง่อนแจ้งว่า  เป้าหมายสำคัญ 10 แห่ง  ในบริเวณเมืองฮานอยและไฮฟองถูกโจมตีในวันนั้น  เป้าหมายแห่งหนึ่งในจำนวนดังกล่าวอยู่ในเขตเมืองไฮฟอง
       กระแสข่าวทางการที่ทราบเรื่องดีแจ้งว่า  การโจมตีบริเวณฮานอยและไฮฟอง  อาจจะถือได้ว่าเป็นการแก้มือ  เนื่องจากคอมมิวนิสต์ได้รุกรบโจมตีในเวียตนามใต้ระหว่างเทศกาลตรุษญวน  และเนื่องจากเวียตนามเหนือไม่รับรู้ว่า  การที่สหรัฐไม่ยุติการทิ้งระเบิดในบริเวณรอบฮานอยและไฮฟองในเดือนธันวาปีก่อน และต้นเดือนมกราปีนี้  เป็นการหยั่งเสียงเวียตนามเหนือเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพ
       ในขณะเดียวกัน  โฆษกทหารสหรัฐที่ไซ่ง่อนรายงานด้วยว่า  เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทหารอเมริกันเสียชีวิตในที่รบในเวียตนามใต้  509  คน  ทั้งนี้ทำให้ระยะเดือนที่แล้วเป็นระยะที่ทหารอเมริกันเสียชีวิตมากที่สุดในสงครามเวียตนาม  ทำให้จำนวนทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามเวียตนามเพิ่มขึ้นเป็นกว่า  20,000  คนแล้ว
การรบในเวียตนาม
       การกวาดล้างขนาดใหญ่ของกำลังทหารสหรัฐและกำลังทหารเวียตนามใต้รวมทั้งสิ้นประมาณ 50 กองพัน  เพื่อค้นหาและทำลายคอมมิวนิสต์ในบริเวณไซ่ง่อน  และบริเวณ 5 มณฑลโดยรอบนครหลวงแห่งนั้น  ยังผลให้ทหารคอมมิวนิสต์ถูกทำลายชีวิตกว่า  470  คน  แล้วจนกระทั่งถึงเมื่อวานนี้  โดยฝ่ายสหรัฐเสียชีวิตเพียง 28 คน  บาดเจ็บประมาณ 220  คน  ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มขึ้น  ตั้งแต่วันจันทร์ก่อน  เพื่อขัดขวางความพยายามของคอมมิวนิสต์ที่อาจจะเปิดฉากโจมตีขนานใหญ่ทางด้านไซ่ง่อนขึ้นอีกได้  อนึ่งในวันเดียวกัน  ทหารคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือต้องเสียชีวิตอีกไม่น้อยกว่า  128  คน  ในการสู้รบกับกองทหารสหรัฐในระยะห่างจากเมืองกวางงายไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 6 ไมล์ เมืองกวางงายอยู่ทางชายฝั่งทะเลภาคเหนือของเวียตนามใต้  และกองทหารสหรัฐได้ปฏิบัติการเป็นผลสำเร็จ  ในการรบกับกองทหารเวียตนามเหนือดังกล่าวนี้โดยใช้วิธีรุกเคลื่อนที่ประสานกันเป็นรูปคีม  ซึ่งทำให้กองทหารคอมมิวนิสต์ต้องตกอยู่ในวงล้อม    
       ข่าวจากไซ่ง่อนแจ้งต่อไปว่า  แนวทางรบด้านเคซานห์  ฐานทัพสำคัญของสหรัฐป้องกันพรมแดนด้านเหนือของเวียตนามใต้  กองทหารคอมมิวนิสต์ของเวียตนามเหนือได้ใช้ จรวด ปืนใหญ่ ปืนครก  ยิงรังควานฐานทัพแห่งนั้นอย่างประปรายตลอดวันวาน  และกองทหารเวียตนามใต้ได้ปะทะกับทหารเวียตนามเหนือ  ส่วนหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของดองฮา  ฐานทัพพลาธิการของฝ่ายสัมพันธมิตรในแนวเขตปลอดทหาร  ยังผลให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ล้มตายในการปะทะนั้นไม่น้อยกว่า  25  คน  ขณะเดียวกัน ฝูงป้อนบิน บี.52  ของสหรัฐได้โจมตีที่มั่นและที่ตั้งอาวุธของกองทหารเวียตนามเหนือ โดยรอบเคซานห์ รวม 7 ละลอก  ระหว่างคืนวันนี้และตอนเช้าวันนี้
       ในส่วนการโจมตีทางอากาศซึ่งปฏิบัติต่อเวียตนามเหนือเมื่อวานนี้  ฝูงบินสหรัฐได้ทิ้งระเบิดสนามบินที่ฟุคเย็น  ห่างจากฮานอย  18  ไมล์  ทิ้งระเบิดโรงไฟฟ้าและสถานีแปลงไฟในระยะห่างจากเมืองท่าไฮฟอง  45  ไมล์  กับโจมตีแนวทางรถไฟติดต่อระหว่างฮานอยกับพรมแดนจีนคอมมิวนิสต์ด้วย
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวถึงเรื่องการบุกเวียตนามเหนือ

       ที่วอชิงตัน  กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้แถลงวิจารณ์ในรายงานข่าวที่ว่า  เวียตนามใต้กำลังจัดตั้งกองกำลังทหารอาสาสมัครเพื่อบุกเวียตนามเหนือ  โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงว่า  การที่เวียตนามใต้จะโจมตีบุกเวียตนามเหนือเช่นนั้น  เป็นการขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาลเวียตนามใต้ที่แถลงไว้เมื่อ  พ.ศ. 2509  ในที่ประชุมที่มะนิลา  สหรัฐยังคงไม่เห็นชอบด้วยที่จะบุกเวียตนามเหนือ ซึ่งมีข่าวว่านายพลเหงียนเกากี  รองประธานาธิบดีเวียตนามใต้ กำลังพิจารณาที่จะทำเช่นนั้น
การรบในเวียตนาม

ในการรบรุกกวาดล้างขนานใหญ่ของกำลังทหารสหรัฐและกำลังทหารเวียตนามใต้รวมทั้งสิ้น ประมาณ 50,000  คน  ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันจันทร์ก่อน  ในอาณาบริเวณ 5 มณฑลโดยรอบไซ่ง่อน  ฝ่ายสัมพันธมิตรสามารถทำลายชีวิตคอมมิวนิสต์กว่า  230  คน  แล้วในชั่วเวลา  5 วันที่ผ่านมา  โดยฝ่ายสัมพันธมิตรเสียเพียงเล็กน้อย ซึ่งโดยเฉพาะทหารสหรัฐเสียชีวิตเพียง  11  คน  บาดเจ็บ  94  คน  เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวานนี้ทหารคอมมิวนิสต์ประมาณ  400  คน  พยายามซุ่มโจมตีกองทหารสหรัฐสังกัดกรมทหารม้ายานเกราะที่ 1 ทางบริเวณรอบนอกไซ่ง่อน  ห่างจากนครหลวงแห่งนั้นไป  ทางตะวันตกประมาณ 18 ไมล์  แต่ภายหลังการต่อสู้กันร่วม 9 ชั่วโมง  กองทหารสหรัฐซึ่งมีกลุ่มปืนใหญ่  และฝูงบินปฏิบัติการสนับสนุนก็สามารถขับไล่กองทหารคอมมิวนิสต์ล่าถอยไป  ในการนี้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ล้มตายกว่า  80 คน  แต่ฝ่ายสหรัฐเสียหายเพียงมีทหารบาดเจ็บ 21    คนเท่านั้น  อนึ่งทหารพันธมิตรยังค้นพบและยึดได้แหล่งซุกซ่อนอาวุธของวคอมมิวนิสต์ในระยะห่างจากไซ่ง่อน  ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเพียง  10  ไมล์  ปรากฏว่ามีจรวดขนาด 122  มม.  กับจรวดแบบบาซูก้า  370  นัด กระสุนปืนครกกว่า  630  นัด กระสุนปืนเล็กหลายพันนัด ปืนครก ปืนกล ปืนเล็กยาว  ยิงเร็ว  รวมทั้งสิ้น 70 กระบอก กับวัตถุระเบิดรวมน้ำหนักประมาณ 200  ปอนด์


ทหารเวียตนามเหนือโจมตีด้านเคซานห์
       ในการรบในเวียตนามใต้  ทหารเวียตนามเหนือประมาณ 400  คน  ได้ออกจากสนามเพลาะ ซึ่งขุดคดเคี้ยวไปมาในบริเวณใกล้ฐานทัพอเมริกันที่เมืองเคซานห์ และได้โจมตีแนวป้องกันของฐานทัพนาวิกโยธินอเมริกันแห่งนั้น  ซึ่งอยู่ใต้ลงไปจากเขตปลอดทหารอันเป็นพรมแดนกั้นระหว่างเวียตนามใต้และเวียตนามเหนือ  แต่ได้ถูกทหารเวียตนามใต้  ซึ่งป้องกันแนวป้องกันเป็นแนวแรกของปราการเคซานห์ตีล่าถอยไปจากรั้วลวดหนาม
       นับเป็นครั้งที่ 3  ที่ทหารเวียตนามเหนือ พยายามจะบุกทะลวงแนวป้องกันของฐานทัพที่เคซานห์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ  เมื่อสองครั้งก่อนทหารเวียตนามเหนือ ได้พยายามเช่นเดียวกัน แต่ล้มเหลวไป  รายละเอียดเกี่ยวกับการสู้รบครั้งนี้ยังไม่ได้รับโดยสมบูรณ์
      ฐานทัพเคซานห์ขณะนี้มีทหารเวียตนามเหนือตั้งล้อมอยู่ประมาณ 16,000  คน  และได้ถูกทหารเวียตนามเหนือใช้เครื่องยิงระเบิดและปืนใหญ่ระดมยิงในระยะห่างมาตั้งแต่วันที่  21  มกราคม ปีนี้  แต่การโจมตีโดยตรงเพื่อบุกทะลวงลวดหนามซึ่งกั้นอยู่รอบฐานทัพแห่งนั้น  ปรากฏว่าไม่ได้ผลเลยสักครั้ง
       ใต้ลงไปจากบริเวณที่มีการสู้รบกันทางด้านเคซานห์ มีรายงานข่าวว่ากำลังคอมมิวนิสต์กว่า 50 คน ถูกทหารพันธมิตรทำลายชีวิตในการสู้รบ  ในบริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองคอนทูมในที่ราบสูงภาคกลาง  ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้ใช้จรวดและเครื่องยิงระเบิดระดมยิง เมืองคอนทูม ผู้สื่อข่าวซึ่งอยู่ในบริเวณสมรภูมิว่า  จรวดที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้ยิงถูกสนามบินเมืองคอนทูม  และกองบัญชาการรอบเรือนจำแห่งหนึ่ง  อันเป็นที่คุมขังเชลยเวียตกงด้วย
       ทหารอเมริกันและเวียตนามใต้  ยังคงกวาดล้างคอมมิวนิสต์ต่อไป  ในอาณาบริเวณ  5  จังหวัดรอบๆไซ่ง่อน  ปฏิบัติการกวาดล้างคอมมิวนิสต์ทางบริเวณนี้  ย่างเข้าสัปดาห์ที่สองแล้ว  เท่าที่กวาดล้างมาแล้วปรากฏว่า  ฝ่ายคอมมิวนิสต์เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น  668  คน  ทหารอเมริกันเสียชีวิต  30  คน  ส่วนทหารเวียตนามใต้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนน้อย  มีการปะทะกันระหว่างทหารพันธมิตร  กับเวียตกงในที่ต่างๆ  หลายครั้งทางบริเวณนี้ และในการปะทะกันครั้งหนึ่ง ทหารอเมริกันทำลายชีวิตเวียตกง กว่า 130 คน ทำให้จำนวนคอมมิวนิสต์ที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า  660 คนดังกล่าวแล้ว
       ส่วนทางอากาศเครื่องบินอเมริกันก็ได้โจมตีที่มั่นอันเข้มแข็งของฝ่ายคอมมิวนิสต์  ตามเขตปลอดทหาร เครื่องบินอเมริกันเครื่องหนึ่งถูกปืนต่อสู้อากาศยาน  ของฝ่ายข้าศึกยิงตก 1 เครื่อง

       เจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไซ่ง่อนแถลงว่า  กองทัพอากาศของเวียตนามเหนือมีเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดในโซเวียตเพิ่มขึ้น 35-45 เครื่อง  ส่วนใหญ่เป็นแบบ มิก 21  ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบดีที่สุดที่เวียตนามเหนือมี  ทั้งนี้ทำให้จำนวนเครื่องบินแบบมิก กองทัพอากาศเวียตนามเหนือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 100 เครื่องแล้ว  ส่วนใหญ่ที่ส่งไปเพิ่มนั้น ส่งไปแทนเครื่องบินมิกที่ถูกยิงตก  ในการปะทะกันกลางอากาศกับเครื่องบินสหรัฐ
       อยู่ในวิสัยที่จะเป็นไปได้ด้วยที่เวียตนามเหนืออาจจะส่งเครื่องบินแบบมิกบางเครื่องไปยังสนามบินทางบริเวณภาคใต้ของเวียตนามเหนือ  เพื่อเติมน้ำมันเชื้อเพลิง  ก่อนที่จะส่งไปโจมตีที่มั่นของทหารอเมริกัน  ในบริเวณใต้เขตปลอดทหาร โฆษกทหารสหรัฐที่ไซ่ง่อนเคยกล่าวไว้ว่า  เวียตนามเหนือพยายามที่จะขยายทางวิ่งของเครื่องบินบริเวณใต้ของเวียตนามเหนือ  อย่างน้อยที่สุดก็ได้ขยายทางวิ่งของเครื่องบินแห่งหนึ่ง  เป็นอย่างน้อย  เพื่อใช้สำหรับเครื่องบินแบบมิก.


จำนวนที่สูญเสียในสงครามเวียตนาม
       สหรัฐได้เสียชีวิตไปในสงครามเวียตนามรวมทั้งสิ้น 20,096 คน  เฉพาะสัปดาห์ที่สิ้นสุดลงในวันที่ 16 เดือน มีนา นี้  ทหารอเมริกันได้ถูกทำลายชีวิต 336  คน ซึ่งน้อยกว่าสัปดาห์ก่อน ในสัปดาห์นั้นเสียชีวิตไป 509 คน
       ทหารเวียตนามใต้เสียชีวิต 267 คน  บาดเจ็บ 962 คน และหายไป 186 คน ทั้งนี้เฉพาะในสัปดาห์ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 16 เดือน มีนานี้
       ในสัปดาห์เดียวกันนี้  ฝ่ายคอมมิวนิสต์ถูกทำลายชีวิต 3020 คน  เมื่อรวมกับจำนวนฝ่ายนั้นที่เสียชีวิตไปทั้งหมด  ตั้งแต่ได้เริ่มทำสงครามปรากฏว่า ตัวเลขได้ขึ้นสูงเป็น 63,948 คน
รายงานข่าวแจ้งว่า  ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดลงในวันที่ 30 เดือน มีนาคมนี้ พวกเวียตกงได้เข้ามอบตัวยอมสวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลเวียตนามใต้เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น  160 คน ซึ่งมากกว่าสัปดาห์ก่อนที่มีจำนวน 113 คน
       กำลังทหารอเมริกันที่มีในเวียตนามใต้แถลง ทางวิทยุโทรทัศน์ว่า  รัฐบาลเวียตนามใต้จะเพิ่มกำลังทหารอีก 135,000 คน ในปลายปีนี้  ซึ่งทั้งนี้จะให้กำลังทหารเวียตนามใต้มีรวมทั้งสิ้น 815,000 คน.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2013, 06:54:03 PM โดย winggo » บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #19 เมื่อ: เมษายน 02, 2013, 07:13:36 PM »



การรบในเวียตนามดุเดือดยิ่ง

       ข่าวจากไซ่ง่อนแจ้งว่า  ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธของสหรัฐตรวจการณ์เหนือบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำโขง  ได้โจมตีขบวนเรือสำปั้น  ลำเลียงอาวุธของคอมมิวนิสต์ซึ่งล่องไปตามลำคลองในบริเวณนั้น  ใกล้กับพรมแดนกัมพูชา  ยังผลให้เรือดังกล่าว  30  ลำ  ถูกระดมยิงด้วยจรวดและปืนกลจนกระทั่งอับปาง  โฆษกทางการสหรัฐชี้แจงว่า  ส่วนมากของอาวุธและกระสุนดินดำซึ่งคอมมิวนิสต์ใช้ในการโจมตีขนานใหญ่ทั่วเวียตนามใต้เมื่อเร็วๆวันนี้  คอมมิวนิสต์ก็ได้อาศัยการลำเลียงผ่านกัมพูชาอยู่มากสำหรับขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปในพื้นที่สามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำโขงกับบริเวณไซ่ง่อนด้วย  โฆษกชี้แจงว่า  คอมมิวนิสต์ได้ใช้ยานยนต์ลำเลียงผ่านดินแดนกัมพูชา ไปจนกระทั่งถึงพรมแดนประเทศนั้น  แล้วจึงขนถ่ายลงเรือสำปั้น  ล่องไปตามแม่น้ำและลำคลองในเวียตนามใต้อีกทอดหนึ่ง
       ข่าวจากไซ่ง่อนแจ้งว่า  ในปฏิบัติการกวาดล้างขนานใหญ่ของกำลังทหารสหรัฐและเวียตนามใต้เพื่อค้นหาและทำลายคอมมิวนิสต์ในบริเวณไซ่ง่อนกับบริเวณ 5 มณฑล  โดยรอบนครหลวงแห่งนั้น  ปรากฏว่าคอมมิวนิสต์ถูกทำลายชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า  560  คน  ในชั่วเวลา  2 สัปดาห์ที่ผ่านมา  อีกทั้งฝูงป้อมบิน บี.52 ยังได้ช่วยปฏิบัติการสนับสนุนโดยทิ้งระเบิดแหล่งชุมนุมกำลังคอมมิวนิสต์ในบริเวณที่เรียกว่า  “สามเหลี่ยมเหล็ก”    ห่างจากไซ่ง่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 20 ไมล์ด้วย  อนึ่งในบริเวณทางใต้ของไซ่ง่อน  ซึ่งปฏิบัติการกวาดล้างอีกส่วนหนึ่งของกองกำลังทหารสหรัฐและเวียตนามใต้กำลังดำเนินอยู่คอมมิวนิสต์อีก  416  คน ก็ถูกทำลายชีวิต  กับเรือสำปั้นลำเลียงอีก 15 ลำถูกทำลาย
       ในส่วนการโจมตีคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือทางอากาศ  ฝูงบินสหรัฐได้ไปโจมตีย่านรถไฟที่ลังเกียห่างจากพรมแดนจีนคอมมิวนิสต์เพียง 18 ไมล์  ย่านรถไฟดังกว่านั้นมีความสำคัญในแนวทางรถไฟติดต่อระหว่างคอมมิวนิสต์จีนกับฮานอยและเมืองท่าไฮฟอง  ของเวียตนามเหนือ  นอกจากฝูงบินสหรัฐยังได้โจมตีสนามบินที่ไบทวนห่างจากชุมทางขนส่งสำคัญที่เมืองทัมห์หัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ  22  ไมล์  รวมทั้งโจมตีค่ายทหารที่ออนไก  ทางเหนือของไฮฟองด้วย
       อนึ่งฝูงป้อนบิน บี.52  ได้ทิ้งระเบิดหลายร้อยตัน  พร้อมกับโจมตีแนวที่มั่นและที่ตั้งอาวุธของคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ คุกคามฐานทัพสหรัฐที่เคซานห์ อันเป็นที่มั่นสำคัญป้องกันพรมแดนภาคเหนือของเวียตนามใต้  ตามข่าวแจ้งว่าระหว่าง 2 วันที่แล้วมา  ฝูงบินประจัญบานทิ้งระเบิดของสหรัฐได้ทำลายยานยนต์ลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ของคอมมิวนิสต์รวมทั้งสิ้นถึง 165 คัน ทางบริเวณพรมแดนที่กล่าวข้างต้น  และในขณะเดียวกันปรากฏว่าคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือได้เคลื่อนย้ายปืนต่อสู้อากาศยานขนาด  37  มิลลิเมตรเคลื่อนที่เร็วไปเรียงรายไว้โดยรอบฐานทัพสหรัฐที่เคซานห์เป็นครั้งแรกด้วย

เวียตนามมีระเบิดชนิดใหม่

       คอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ  ได้ใช้จรวดและปืนครกระดมยิงทหารสหรัฐที่เคซานห์กว่า  1,100  นัด  นับเป็นการระดมยิงหนาแน่นที่สุด  ตั้งแต่ครั้งระดมยิงกว่า  1,300  นัด  เมื่อวันที่  23  เดือนก่อน  แต่รายงานข่าวกล่าวว่า  การระดมยิงอย่างหนักครั้งใหม่มิได้ทำความเสียหายเท่าใดนัก เพราะกองทหารสหรัฐอยู่ในแนวที่มั่นอันแข็งแรง  ขณะเดียวกันปรากฏว่าระหว่างการระดมยิงดังกล่าวดำเนินอยู่  ฝูงป้อนบิน บี .52  ของสหรัฐซึ่งปฏิบัติการเป็น 7 ละลอกด้วยกัน  ก็ทิ้งระเบิดนับร้อยๆตัน ลงสู่แหล่งชุมนุมกำลังทหารและอาวุธของเวียตนามเหนือ  ในบริเวณโดยรอบเคซานห์  นับเป็นการทิ้งระเบิดหนักหน่วงที่สุดอีกครั้งหนึ่ง  ในระยะที่เวียตนามเหนือแสดงท่าทีว่า อาจจะพยายามรบรุกขนานใหญ่ทางด้านเคซานห์  และทางด้านที่มั่นอื่นๆในแนวป้องกันพรมแดนมณฑลภาคเหนือของเวียตนามใต้  ข่าวจากวอชิงตันแจ้งว่า  ทางการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐได้สั่งเร่งมือการผลิตลูกระเบิดแบบใหม่ที่เรียกว่า  ระเบิดร่อน  สำหรับใช้โจมตีคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ  ในเมื่อภาวะอากาศตามฤดูกาลดีขึ้นแล้ว  เพื่อลดการสูญเสียเครื่องบินสหรัฐระเบิดดังกล่าว  มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า  “วอลล์อาย”   มีอุปกรณ์คล้ายๆกับเครื่องส่งวิทยุโทรทัศน์ขนาดเล็กติดอยู่ในตอนหัวของลูกระเบิดนั้น สามารถส่งภาพเป้าที่หมายไปยังจอในเครื่องบินช่วยให้นักบินไม่จำต้องฝ่าการยิงต่อต้านของปืนต่อสู้อากาศยาน  หรือจรวดเข้าไปถึงระยะที่มองเห็นเป้าหมายจึงจะทำการทิ้งระเบิดได้  โดยนัยดังกล่าวเครื่องบินซึ่งติดลูกระเบิดแบบนี้  จะปล่อยลูกระเบิดออกไปได้ในระยะห่างจากเป้าหมายหลายไมล์  และในเมื่อลูกระเบิดส่งภาพมายังจอแล้ว  นักบินก็ใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิคนำวิถีทางร่อนของลูกระเบิดนั้น  ให้ไปสู่ที่หมายอย่างแม่นยำ  ตามข่าวชี้แจงว่าภาวะอากาศที่ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีเป็นอุปสรรคประการเดียวเท่านั้น  สำหรับการใช้ลูกระเบิดแบบนี้

การรบนองเลือดในเวียตนาม

       กองบัญชาการทหารสหรัฐที่ไซ่ง่อน  รายงานว่า  กองทหารสหรัฐได้ทำการสู้รบต่อต้านกองกำลังคอมมิวนิสต์ที่คุกคามจะโจมตีไซ่ง่อน  การสู้รบได้ดำเนินไปอย่างหนักและกระจัดกระจายไปตามบริเวณต่างๆ  จนถึงเช้าตรู่วันนี้  ข่าวแจ้งว่าทหารสหรัฐสังกัดกองพลน้อยทหารราบเบาที่ 199  และสังกัดกองพลทหารราบที่  25 ได้ใช้ปืนใหญ่ ปืนกล สนับสนุนด้วยกำลังทางอากาศโจมตีฝ่ายคอมมิวนิสต์ และได้ทำลายทหารคอมมิวนิสต์ไป  44  คน ในบริเวณใกล้เคียงนครหลวงของเวียตนามใต้  ทหารสหรัฐเสียชีวิต  11  คน  ได้รับบาดเจ็บ  68  คน  การสู้รบต่อต้านคอมมิวนิสต์ดังกล่าว  มีความมุ่งหมายจะขจัดการที่คอมมิวนิสต์คุกคามโจมตีไซ่ง่อน  ฝ่ายเวียตกงได้รับความเสียหายในบริเวณดังกล่าวในระยะ  3  สัปดาห์ที่แล้วมาถึง  1,218  คน  ทหารพันธมิตรเสียชีวิต  97  คน  รวมทั้งทหารอเมริกัน  37  คน  และได้รับบาดเจ็บ  561  คน  ในจำนวนนั้นเป็นทหารอเมริกัน  393  คน
       ขณะเดียวกัน  กองทหารคอมมิวนิสต์ก็ได้เปิดการโจมตีติดต่อกัน  ยังที่ราบสูงภาคกลางของเวียตนามใต้  เครื่องบินสหรัฐได้ทิ้งระเบิดอย่างหนักลงยังบริเวณที่มั่นของเวียตนามเหนือ  ซึ่งคุกคามฐานทัพนาวิกโยธินที่เคซานห์อยู่  กองทหารคอมมิวนิสต์ได้ระดมยิงจากดินแดนลาวและกัมพูชา  มายังเมืองคอมทูมในที่ราบสูงภาคกลางของเวียตนาม  ห่างจากตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 257 ไมล์  การระดมยิงได้ดำเนินไป  แต่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากมายนัก
       กองทหารสหรัฐสังกัดกองพลทหารราบที่  4  ซึ่งปิดกั้นการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ ทหารสหรัฐประมาณ  200  คน  ได้มีส่วนร่วมในการปะทะกับคอมมิวนิสต์ครั้งนี้  ฝ่ายสหรัฐได้ทำลายชีวิตทหารเวียตนามเหนือ  18  คน  ได้รับบาดเจ็บ  8 คน
       ที่เคซานห์  นาวิกโยธินอเมริกัน  ซึ่งออกปฏิบัติการลาดตระเวนนอกบริเวณโดยรอบฐานทัพแห่งนั้นได้ปะทะกับกองทหารเวียตนามเหนือและทำลายชีวิตฝ่ายคอมมิวนิสต์ 31 คน  ทหารนาวิกโยธินอเมริกัน  ได้รับความเสียหายพอสมควร  ปืนของคอมมิวนิสต์ซึ่งซ่อนอยู่ยังบริเวณภูเขาอันปกคลุมด้วยป่าทึบ  โดยรอบเคซานห์  ได้ระดมยิงฐานทัพแห่งนั้น  กว่า  100  นัด
       ส่วนการโจมตีเวียตนามเหนือทางอากาศ  เครื่องบินสหรัฐได้โจมตีเส้นทางส่งอุปกรณ์ของฝ่ายคอมมิวนิสต์ทางด้านใต้ของเวียตนานเหนือ  และยังได้ทิ้งระเบิดสนามบินไบทวนทางใต้ของฮานอยด้วย   นอกจากนั้นยังได้ทิ้งระเบิดย่านรถไฟแห่งหนึ่งห่างไปทางเหนือของฮานอยประมาณ 10 ไมล์  และค่ายทหารแห่งหนึ่งห่างไปทางใต้ประมาณ  7  ไมล์


ความเสียหายในการสู้รบที่เคซานห์

       ข่าวจากดานังแจ้งว่า  การที่กองทหารเวียตนามเหนือได้รายล้อมอยู่โดยรอบฐานทัพเคซานห์  เพื่อคุกคามจะโจมตีฐานทัพแห่งนั้น  นับเป็นการสู้ที่สิ้นเปลืองที่สุดในสงครามเวียตนาม  ในส่วนที่เกี่ยวกับการสูญเสียกำลังพลและอาวุธของทั้งเวียตนามเหนือและนาวิกโยธินอเมริกัน  ตัวเลขที่แจ้งอย่างเป็นทางการแก่ผู้สื่อข่าว ยู.พี.ไอ. แจ้งว่า ทหารอเมริกันอย่างน้อย  116  คน เสียชีวิต อีก 1,165  คน  ได้รับบาดเจ็บในการป้องกันที่มั่นที่เคซานห์  นับแต่ฝ่ายคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือได้เริ่มล้อมและคุกคามที่มั่นแห่งนั้นเป็นต้นมา 
       ข่าวสืบราชการลับทางทหารของสหรัฐเชื่อว่ากองทัพบกเวียตนามเหนือต้องสูญเสียรี้พลประมาณร้อยละ  25  ของจำนวนทหารคอมมิวนิสต์ประมาณ  20,000  คน ที่รายล้อมรอบฐานทัพเคซานห์อยู่  กล่าวคือเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บประมาณ 5,000 คน  การคุกคามของคอมมิวนิสต์ที่จะเข้าโจมตีฐานทัพแห่งนั้น  ได้บรรเทาความรุนแรงลงในระยะไม่กี่วันมานี้  กระแสข่าวสืบราชการลับกระแสหนึ่งแจ้งว่า  เวียตนามเหนือได้สูญเสียสมรรถภาพและภาวะการณ์อันอำนวยให้อย่างดีที่สุด  เท่าที่ฝ่ายนั้นเคยได้มีเพื่อจะเข้ายึดเคซานห์  ในระยะตั้งแต่วันที่  21  มกราคม ศกนี้    ในเมื่อการโอบล้อมเคซานห์ได้เริ่มขึ้นจนถึงวันที่  19  เดือนนี้  เวียตนามเหนือได้ระดมโจมตีที่มั่นเคซานห์ไม่น้อยกว่า 9765  นัด โดยโจมตีด้วยปืนใหญ่ จรวด และเครื่องยิงระเบิด  การโจมตีอย่างหนาแน่นของฝ่ายคอมมิวนิสต์  มีผลทำให้เครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ 4 เครื่องถูกทำลาย
       เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดของสหรัฐได้ทิ้งระเบิดอย่างน้อย  24, 000 ตัน ลงยังที่มั่นของคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือโดยรอบเคซานห์  และเครื่องบินสหรัฐได้ออกบิน 17,731 เที่ยว เพื่อสนับสนุนฐานทัพนาวิกโยธินที่เคซานห์

การสู้รบในเวียตนาม

ในบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมแม่น้ำโขง เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐสังเกตเห็นเรือสำปั้นกว่า  165  ลำ ของฝ่าย คอมมิวนิสต์ ซึ่งได้ลอบเข้ามาส่งอาวุธยุทธปัจจัยในการรบครั้งสำคัญแห่งหนึ่งใกล้พรมแดนกัมพูชา  ห่างจากตะวันตกเฉียงใต้ของไซ่ง่อนราว 116 ไมล์  เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐได้ใช้ปืนกลและจรวดระดมยิง  และทำลายเรือสำปั้นของคอมมิวนิสต์เวียตกง  114  ลำ
       ทหารสหรัฐได้สู้รบกับคอมมิวนิสต์ ในขณะที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์เข้าโจมตีที่มั่นรักษาด่าน 2 แห่ง ซึ่งมีทหารรักษาดินแดนเวียตนามใต้รักษาการณ์อยู่  ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้เข้ายึดที่มั่นแห่งหนึ่งไว้    ทหารสังกัดกองพลใหญ่ที่  25  และทหารเวียตนามใต้ได้ไปช่วยเสริมกำลังพร้อมทั้งรถถัง  และเครื่องบินโจมตีฝ่ายคอมมิวนิสต์ในบริเวณห่างไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของไซ่ง่อน  ประมาณ 28 ไมล์ ใกล้หมู่บ้านตรังบัง  ข่าวแจ้งว่าการสู้รบเกิดขึ้นตั้งแต่เช้าวันจันทร์และสู้รบกันอยู่จนถึงเช้าวันนี้  ฝ่ายคอมมิวนิสต์เสียชีวิต  243  คน  การสู้รบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่กำลังดำเนินอยู่รอบบริเวณไซ่ง่อน  ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่  11  เดือนนี้จนถึงบัดนี้  ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกว่า  1,500 คน ส่วนฝ่ายพันธมิตรเสียชีวิต 128 คน บาดเจ็บ 649 คน


       ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาเวียตนาม

       นายโรเจอร์  ฮิลสแมน  ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศสหรัฐฝ่ายกิจการตะวันออกไกล  ได้แสดงความเห็นในนิตยสารกิจการต่างประเทศรายสัปดาห์ว่า  สหรัฐจะต้องตัดสินใจเลือกเอาว่าจะบุกเวียตนามเหนือในระยะเวลาหลายเดือนข้างหน้านี้หรือไม่  เขากล่าวว่ารู้สึกสถานการณ์ในเวียตนามบังคับให้สหรัฐบุกรุกเวียตนามเหนือมากขึ้นตามลำดับ
       นายโรเจอร์  ฮิลสแมน  ซึ่งในขณะนี้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย  ในมลรัฐนิวยอร์ก กล่าวว่า การคาดคั้นให้รัฐบาลในกรุงวอชิงตัน อนุญาตให้กองทหารอเมริกันรุกติดตามฝ่ายโจมตีเข้าไปในลาว กัมพูชา และข้ามเขตปลอดทหารในเวียตนามเข้าไป  เพื่อสกัดกั้นการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์  ได้รับความสนับสนุกอย่างมากมายอยู่แล้ว  แต่อย่างไรก็ตามนายโรเจอร์ ฮิลสแมน  ได้เตือนให้ระมัดระวังถึงการที่จีนคอมมิวนิสต์จะเข้าแทรกแซง  ถ้าหากสหรัฐบุกเวียตนามเหนือ  นอกจากนั้นยังกล่าวด้วยว่า  สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามไปคือสงครามเกาหลีอาจอุบัติขึ้นใหม่อีกถ้าหากเวียตนามใต้และสหรัฐบุกเวียตนามเหนือ

การรบในเวียตนามใต้

       การรบอย่างรุนแรงได้อุบัติขึ้น ณ จุด 2 แห่งในเวียตนามใต้เมื่อวานนี้  คือ ณ ที่ราบสูงภาคกลางในเวียตนามใต้แห่งหนึ่งและที่อาณาบริเวณปากแม่น้ำโขงอีกแห่งหนึ่ง
       ทางที่ราบสูงภาคกลางของเวียตนามใต้  กองทหารราบสังกัดกองพลที่  4  ของสหรัฐได้ปะทะกับ กองทหารเวียตนามเหนือ 2 ครั้ง  และได้ทำลายชีวิตทหารคอมมิวนิสต์153  คน กองทหารเวียตนามเหนือดังกล่าวแล้วได้ต่อสู้ป้องกันเส้นทางลำเลียงของฝ่ายตน ใกล้พรมแดนของกัมพูชา  ทหารอเมริกันเสียชีวิต 19 คน  และบาดเจ็บ 51  คน  ในการสู้รบดังกล่าวนี้ซึ่งดำเนินไปใกล้เมืองคอนทูมและเมืองเปลกู
       ในการรบใน 3 จังหวัดตามพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไซ่ง่อน ระหว่างกองทหารของเวียตนามใต้กับพวกเวียตกง ปรากฏว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์ถูกทำลายชีวิตรวมทั้งสิ้น 144  คน
       ทางฐานทัพของนาวิกโยธินสหรัฐที่เคซานห์  หน่วยลาดตระเวนขนาดย่อมของ นาวิกโยธินสหรัฐได้ปะทะกับกองทหารของเวียตนามเหนือ  ณ   บริเวณห่างจากเขตฐานทัพประมาณ 200 หลา  นาวิกโยธินสหรัฐได้ทำลายชีวิตของคอมมิวนิสต์ได้  26  คน ฝ่ายนาวิกโยธินเสียชีวิต 3 คน  และบาดเจ็บ 15  คน  โดยที่การปะทะต่อสู้กันดำเนินไปใกล้ที่ตั้งฐานทัพดังกล่าวแล้ว  จึงไม่สามารถที่จะใช้ปืนใหญ่และเครื่องบินสนับสนุนทางยุทธวิธีได้
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #20 เมื่อ: เมษายน 05, 2013, 11:18:16 PM »


“ไอพ่นอภินิหาร”  ของอเมริกาตกสองเครื่องต่อมาอีก  1  เครื่อง

เครื่องบินทิ้งระเบิดขับไล่ไอพ่น เอฟ 111 เอ.  ไอพ่นอภินิหารอันทันสมัยที่สุด  บินเร็วที่สุด  มีอำนาจทำลายมากที่สุด  และติดอุปกรณ์เรดาร์และการบินทันสมัยที่สุด  ราคาลำละถึง 120  ล้านบาท  ตกอีกเป็นลำที่  2  ในชั่วเวลาเพียง  3  วัน  คราวนี้ตกในไทย
       โฆษกกองทัพอากาศอเมริกาประกาศ ในกรุงไซ่ง่อนเพียง 2 ประโยคว่า  “ เครื่องบิน เอฟ 111 เอ.  ตกเป็นลำที่ 2 ในเอเซียอาคเนย์ “  และกล่าวว่า  “ พลประจำสองนายได้รับการช่วยเหลือรอดมาได้”   เจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งพลประจำทั้งสองถูกช่วยมาได้อย่างไร  แต่ที่น่าจะเป็นได้ที่สุดก็คือ  ใช้เฮลิคอปเตอร์ไปรับตัวมา
       “ไอพ่นอภินิหาร”  ลำแรกเพิ่งตกเมื่อ  ระหว่างออกโรงในสงครามเวียตนาม  เจ้าหน้าที่อเมริกาไม่ได้ประกาศแจ้งสาเหตุการตกอย่างเป็นทางการ  แต่คอมมิวนิสต์เวียตนามเหนืออวดว่ายิง  ไอพ่นอภินิหาร  ของอเมริกาตกทางภาคใต้ของเวียตนามเหนือ  ใกล้พรมแดนลาวชะตากรรมของพลประจำเครื่องไอพ่นอภินิหารลำแรกสองนาย  ยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
       เครื่องบินแบบ เอฟ 111 เอ.  เป็นเครื่องบินรบอเมริกาแบบทันสมัยที่สุด  อเมริกาทุ่มเทเงินคิดค้นขึ้นมามากถึง  20,000,000,000  ล้านบาท  สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องบินรบทุกกาลอากาศไม่ว่าจะเป็นกลางคืนหรือกลางวัน แดดออกหรือฝนตก  และใช้ได้ทั้งเป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดและตรวจการณ์  ลักษณะที่นับว่าก้าวหน้าที่สุดก็คือปีกที่ปรับให้ลู่กับลำตัว  ให้เหมาะกับความเร็วของการบิน  เครื่องบินจะกางปีกเมื่อบินด้วยความเร็วต่ำหรือเมื่อตอนขึ้นลง  และจะหุบชิดลำตัวเมื่อบินด้วยความเร็วสูง  กองทัพอากาศอเมริกาได้ฝากความหวังไว้กับเครื่องบินแบบนี้   หวังจะใช้เป็นหัวแรกในแสนยานุภาพทางอากาศต่อไป   และบางทีอาจจะแทนเครื่องบินขับไล่ไอพ่นแบบ  “ธันเดอร์ชีพ” แบบ เอฟ 105  อันเป็นหัวแรงในสงครามเวียตนามในเวลานี้ แต่เมื่อเครื่องบินต้องมาตกสองลำซ้อน  ในชั่วระยะเวลา  3 วัน ทำให้อนาคตของเครื่องบินแบบอันเป็นความหวังนี้เป็นที่น่าสงสัยอยู่
       ศึกเวียตนามกำลังตั้งเค้าว่านับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อประธานาธิบดีนายพลเหงียนวันเทียว ของเวียตนามใต้ประกาศในกรุงไซ่ง่อนเป็นเชิงยื่นคำขาดว่า  ถ้าหากคอมมิวนิสต์ยังคงโจมตีเวียตนามใต้ต่อไปอีกแล้ว จะสั่งระดมพลใหญ่ทั้งชายและหญิงอายุตั้งแต่  17 ถึง 45 ปี ทุกคน  และเป็นที่คาดว่าถ้าหากเวียตนามใต้ ไม่ระดมพลใหญ่ เมื่อไรผู้นำของเวียตนามใต้ จะต้องสั่งบุกเวียตนามเหนือดังที่เคยพูดขู่มาหลายหนแล้วเมื่อนั้น

การรบที่เวียตนามใต้

ทางด้านสมรภูมิรบที่เวียตนามใต้ ที่เคซานห์  สหรัฐและเวียตนาใต้ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม  ในการสู้รบแหวกทางเข้าไปหาทหารคอหนัง  ที่ถูกล้อมอยู่เกือบ 3 เดือน  ทหารม้าอากาศสหรัฐเดินทางเข้าสู่ยุทธภูมิเคซานห์  เป็นหน่วยแรกหลังจากที่พลร่มเวียตนามใต้โดดร่มเข้าไปก่อนแล้ว  ในการปฏิบัติการรบตามแผนยุทธการณ์เปกาซุสนี้  ทหารพันธมิตรทั้งสองหมื่นคนประสบการณ์ต้านทางจากทหารเวียตนามเหนือสองกรมที่ล้อมอยู่เพียงเล็กน้อย  เพราะทหารคอมมิวนิสต์ยกกำลังล่าถอยเข้าแดนลาวไป  ขบวนลำเลียงทหารของข้าศึกที่ถอนกำลังออกจากเคซานห์ ถูกทำลายเสียหายโดยเฮลิคอปเตอร์และปืนใหญ่  ส่วนมากเป็นรถบรรทุกอาวุธเพราะเกิดขึ้นอย่างหนักหลังจากโดนปืนแล้ว
       ทางใต้ของเคซานห์ประมาณสองไมล์  พันธมิตรค้นพบคลังอาวุธใหญ่ของข้าศึกมีปืนเล็กสองร้อยหีบ  ปืนกล 7,000  จรวด 450 ระเบิดมือ  4,500 และปืน ค.1800 และยังพบซากศพของข้าศึกอีกมาก
       ทางตอนเหนือของประเทศใกล้เมืองเว้  เกิดการปะทะกัน  ระหว่างทหารเวียตนามใต้กับเวียตกงอีกโดยทหารพรานเวียตนาม  ได้สังหารทหารเวียตนามเหนือและเวียตกงได้ถึง  114  คน  โดยเวียตนามใต้เสียชีวิตเพียง  5 คน  นับเป็นการรบหนักครั้งแรกใกล้เมืองเว้  หลังจากที่รุกไล่ทหารของข้าศึกออกหมดแล้ว
       ทหารนาวิกโยธินสหรัฐ  ได้ซุ่มโจมตีทหารเวียตนามเหนือซึ่งมีกำลังประมาณ  200  คน  พันธมิตรฆ่าคอมมิวนิสต์ได้สามสิบกว่าคน
       ในการโจมตีที่มั่นของคอมมิวนิสต์  เครื่องบิน บี.52  ได้ไปทิ้งระเบิดใส่หุบเขาเชา  ซึ่งเป็นที่มั่นใหญ่ของคอมมิวนิสต์ที่เอาอาวุธนานาชนิด  และอุปกรณ์การรบอื่นๆที่ลำเลียงเข้ามาทางเส้นทางโฮจิมินห์ทางชายแดนด้านลาวมาพักรวมพลไว้ บี.52  ถล่มระเบิดลงหุบเขาเชาหลายเที่ยว  รวมทั้งเส้นทางการส่งกำลังบำรุงของข้าศึก  ที่ออกจากหุบเขาแห่งนี้ไปทั้งทางตอนใต้และเหนือของประเทศด้วย
       การรบอีกด้านหนึ่งของทหารเกาหลีใต้  ซึ่งเข้าร่วมรบในสมรภูมิเวียตนาม  และทหารราบของเวียตนามใต้เองที่เกิดปะทะกับทหารคอมมิวนิสต์เปิดฉากขึ้นที่ชายฝั่งทะเลด้านไทหัว  ทหารเวียตนามเหนือจำนวนมากจากกองพันที่ 4 กองพันที่ 6  ของกองพลทหารราบที่  95  ของเวียตนามเหนือ  ได้เปิดสงครามเลือดกับทหารพันธมิตรเป็นเวลานานถึง 3 วัน  การรบยืดเยื้ออยู่จนกระทั่งฝ่ายพันธมิตรได้การสนับสนุนจากปืนใหญ่  และกำลังทางอากาศ เมืองไทหัวอยู่ห่างจากไซ่ง่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 250 ไมล์  ทหารเกาหลีใต้และทหารเวียตนามใต้  สังหารข้าศึกได้ถึง 280 คน  และยึดอาวุธได้อีกเกือบสองร้อย
        สำหรับความเสียหายทางด้านพันธมิตร เกาหลีใต้เสียหายเพียงการตาย 6 คน และบาดเจ็บ 12 คน ส่วนทหารเวียตนามใต้เสียชีวิต 10  คน และบาดเจ็บ 39 คน
       ทหารเกาหลีใต้ที่เข้าปฏิบัติการรบนี้ มีชื่อเรียกว่า  “กรมม้าขาว”   ชึ่งมีชื่อเสียงพอๆกับกองพันทหารเสือที่ทำการรบอยู่ทางสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ตอนใต้ของประเทศ
       ในการปฏิบัติการทางอากาศเหนือเวียตนามเหนือ  เครื่องบินสหรัฐจากเรือบรรทุกเครื่องบิน  ในอ่าวตังเกี๋ยได้เข้าโจมตีบริเวณสนามบินเมืองวินห์  ชุมทางรถไฟและสะพานสำคัญหลายแห่ง  อันเป็นเส้นทางที่เวียตนามเหนือลำเลียงพลและอาวุธลงสู่เวียตนามใต้  ใต้เส้นขนานที่  19  ซึ่งเป็นเพียงครึ่งเดียวของเขตทิ้งระเบิดที่กระทรวงกลาโหมกำหนด  หลังจากที่ประธานาธิบดีจอห์นสันประกาศหยุดการโจมตีทิ้งระเบิดส่วนใหญ่ของเวียตนามเหนือเส้นขนานที่ 20
       รายงานข่าวของ ยู.พี.ไอ  จากลอนดอนแจ้งว่า  จีนแดงได้บีบบังคับเวียตนามเหนือว่า  จะถอนการสนับสนุนที่ให้กับเวียตนามเหนือ  ถ้าหากเวียตนามเหนือเข้าเจรจาสงบศึกกับสหรัฐ  เพราะทางปักกิ่งต้องการจะให้โฮจิมินห์รบจนถึงที่สุด   โดยถ้าหากว่าเวียตนามเหนือขืนเจรจาสงบศึกแล้ว  จีนแดงจะถอนความช่วยเหลือทั้งด้านการทหารและการเศรษฐกิจ  การแสดงท่าทีของจีนแดงแสดงให้เห็นว่า  จีนแดงไม่ต้องการจะให้มีสันติภาพเกิดขึ้น 
       ขณะเดียวกัน  รัฐสภาเวียตนามใต้ได้ลงมติว่า  เวียตนามใต้จะไม่ยอมรับการเจรจาใดๆ  ที่ทำให้ต้องมีการจัดรัฐบาลผสมหรือให้เวียตนามใต้เป็นกลาง
       
ฮานอยจะยอมเจรจากับสหรัฐ

       วิทยุฮานอย “กระบอกเสียง”  ของรัฐบาลเวียตนามเหนือ  ได้แถลงข่าวที่น่าสนใจตามรายงานละเอียดที่ทางการสหรัฐรับฟังได้ในกรุงวอชิงตันมีข้อความว่า
       “เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกายังมิได้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง และครบถ้วนต่อข้อเรียกร้องอันเป็นธรรมของรัฐบาลเวียตนามเหนือ  หรือต่อมติในทางก้าวหน้าของชาวอเมริกัน และต่อมติทั่วไปของชาวโลก”
       แต่ถึงกระนั้นก็ดี  ทางด้านรัฐบาลเวียตนามเหนือ  ขอประกาศว่า  เพื่อที่จะส่งผู้แทนเพื่อติดต่อกับผู้แทนของฝ่ายสหรัฐอเมริกา  เพื่อที่จะได้ตกลงกันในเรื่องที่ทางฝ่ายสหรัฐจะต้องยุติการทิ้งระเบิด  และการปฏิบัติการใดๆ ที่เป็นการกระทำสงครามต่อเวียตนามเหนือ  โดยไม่มีเงื่อนไขก่อนที่การเจรจาจะเริ่มขึ้น
 
จอร์นสันพร้อมที่จะส่งผู้แทนเจรจาสันติภาพ

       ณ  ทำเนียบขาว  หลังจากที่ได้รับข่าวว่ารัฐบาลเวียตนามเหนือ   พร้อมที่จะส่งผู้แทนของสหรัฐ เพื่อวางกำหนดขั้นแรกเพื่อไปสู่การเจรจาสันติภาพประธานาธิบดี จอห์นสันกล่าวว่า “เป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก”
       ผู้แทนของฝ่ายสหรัฐที่จอร์นสันประกาศไว้ว่า  พร้อมที่จะส่งไปพบกับผู้แทนของฝ่ายเวียตนามเหนือ ได้  ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเจนีวาหรือที่ใดที่เหมาะสมนั้นได้แก่นาย ยอเวิร์ด  แฮริแมนและนาย เลลล์วิน  ธอมป์สัน

สงครามเวียตนามใกล้ยุติ

         ข่าวล่าสุดที่แจ้งว่า  ประธานาธิบดีจอร์นสันออกแถลงการณ์ทางวิทยุและโทรทัศน์ทั่วประเทศว่า  ยินดีรับข้อเสนอของเวียตนามเหนือ   ในการที่จะให้ผู้แทนทั้งสองฝ่าย พบปะกันเพื่อวางมาตรการขั้นแรก ที่จะนำไปสู่การเริ่มต้นเจรจาสันติภาพอย่างแท้จริงต่อไป  จอร์นสันออกแถลงการณ์ทางวิทยุภายหลังที่ได้รับถ้อยแถลงของวิทยุฮานอยเพียง 7 ชั่วโมง
       ประธานาธิบดีสหรัฐแถลงว่า  ท่านจะเดินทางไปโฮโนลูลู  เพื่อหารือกับผู้แทนสหรัฐในไซ่ง่อน จอร์นสันแถลงด้วยว่าทางรัฐบาลเวียตนามใต้  ได้รับการปรึกษาหารือในเรื่องนี้แล้ว นอกจากการติดต่อหารือกับรัฐบาลเวียตนามใต้ในเรื่องนี้แล้ว  สหรัฐอเมริกา ก็ยังได้หารือกับพันธมิตรอื่นในเรื่องนี้กับพันธมิตรทุกประเทศด้วย

การรบในเวียตนามยังคงพันตูกันอยู่

ทางใต้แนวปลอดทหาร  ทั้งอเมริกาและเวียตนามใต้ออกปฏิบัติการ “ดิ้นเป็นครั้งสุดท้าย”  เพื่อผ่อนคลายความตึงเคลียดของเคซานห์  ซึ่งคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ  ยังคงวางกำลังล้อมไว้ แผนการใหม่ของสหรัฐสำหรับเคซานห์  เป็นที่เปิดเผยว่ามีการเลิก “แผนสก๊อตแลนด์”  คือตั้งมั่นอยู่ในที่มั่นเคซานห์เป็นการถอนตัวออกจากที่มั่นแห่งนี้  แล้วใช้วิธีการกวาดล้างคอมมิวนิสต์ตลอดแนวปลอดทหารแผนการณ์ใหม่นี้ชื่อว่า  “เปกาซัส-แลมสั้น 207”  โดยกำลังผสมระหว่างทหารราบนาวิกโยธินสหรัฐและกำลังเวียตนามใต้  ไม่มีการแถลงรายละเอียดของปฏิบัติการครั้งนี้  มีแต่ข่าวว่าฝ่ายพันธมิตรได้ทุ่มกำลังพลอย่างมหาศาลไปในแผนการณ์ดังกล่าว “เปกาซัส-แลมสั้น 207”  ดำเนินการโดยกองบัญชาการที่สองของสหรัฐซึ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วในพูไบ๋ห่าง  จากเมืองเว้ไปทางใต้เพียงไม่กี่ไมล์

เวียตนามเหนือซุ่มโจมตีสหรัฐ- ระเบิดสะพาน

       โฆษกทหารอเมริกันแถลงว่า
       คอมมิวนิสต์ยังได้ใช้ปืนใหญ่ระดมยิงบริเวณตะวันตกของย่านกวางตรี  แต่ยังผลเสียหายให้กับฝ่ายสัมพันธมิตรน้อยมาก  สำหรับการรบทางด้านอื่นๆ  ในเวียตนามใต้  เมื่อวันที่ 3 กำลังของสหรัฐได้ปะทะสังหารทหารเวียตกงตาย 10 คน  ในการรบที่ฮ๊อกมอนห่างจากไซ่ง่อนไปทางตะวันเฉียงเหนือ 15 ไมล์ ฝ่ายอเมริกันบาดเจ็บ 3 นาย  และมีการสู้รบประปรายเพียงเล็กน้อยรอบไซ่ง่อนในบริเวณลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง  เวียตกงได้ระเบิดทำลายสะพานแม่น้ำเชื่อมเส้นทางหมายเลข 4 ห่างจากไซ่ง่อนไปประมาณ 130 กิโลเมตร  พร้อมกันนั้นเวียตกงได้โจมตีที่มั่นทางทหารในเขตวินบินห์  แต่ได้รับการต้านทางอย่างเหนียวแน่นจนฝ่ายเวียตกงตายไป 50 คน  ก่อนจะถอยหนี  ส่วนทางด้านสหรัฐ ได้ส่งเครื่องบินไปโจมตีทางอากาศในวันเดียวกันนั้นถึง 133 เที่ยว โดยไปโจมตีทิ้งระเบิดในเวียตนามเหนือที่ “จำกัดบริเวณ”   นับเป็นการบินมากเที่ยวที่สุดนับแต่สหรัฐส่งเครื่องบินโจมตีเวียตนามเหนือ   หลังจากจอร์นสันประกาศหยุดทิ้งระเบิดในเวียตนามเหนือ 
     
 เวียตกงฆ่าทหารสหรัฐได้ถึง  1,443  คน!

       สำนักข่าวเวียตนามเหนือแจ้งว่า  ขณะนี้กำลังคอมมิวนิสต์คงล้อมและโจมตีรอบๆ ป้อมกีชานห์  แต่ได้ลดกำลังจากเดิม 20,000 คน เหลือประมาณ 7,000 คน  สำนักข่าวเกียฟองได้อ้างคำรายงานจากวิทยุฮานอยว่าภายใน 4 วัน เวียตกงได้ฆ่า ข้าศึกไป 1,443  คน ซึ่งส่วนมากเป็นทหารสหรัฐ  และได้ยิงเครื่องบินตก 16  เครื่อง ส่วนมากเป็นเฮลิคอปเตอร์
       
++++++++++++++
เฮอๆๆๆได้แต่พิมพ์ไม่รู้มีคนอ่านเปล่าเนี้ย ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #21 เมื่อ: เมษายน 12, 2013, 11:27:47 PM »



นายพลเหงียนเกากี เตือนประชาชนให้หาเพื่อนใหม่ กับพึ่งลำแข้งตนเอง

อเมริกากับคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ ยังคงเปิดศึกเกี่ยงสถานที่พบปะพูดจากัน ครั้งแรกมาราธอนกันต่อไป    ต่างฝ่ายต่างบอกปัดสถานที่ที่แต่ละฝ่ายเสนอ เวียตนามเหนือบอกปัดสถานที่ๆอเมริกาเสนอ 5 แห่งรวด การที่สงครามเวียตนามกำลังย้ายที่ไปเป็นสังเวียนการทูต ทำให้เวียตนามใต้ไหวตัว ผู้นำของเวียตนามใต้เรียกร้องให้ประชาชนรู้ตัวว่า  ไม่อาจจะหวังพึ่งอเมริกาได้ตลอดไป
       ความเคลื่อนไหวในการตกลงนัดแนะพบปะพูดจากัน  ครั้งแรกล่าสุดลงเอยด้วยการที่เวียตนามเหนือ ได้บอกปัดสถานที่ๆอเมริกาเสนอให้ใช้เป็นที่พบปะอีกเมื่อวันเสาร์นี้  แสดงว่าทั้งสองฝ่ายยังคงเกี่ยงกันไปอีกนานกว่าจะตกลงในเรื่องสถานที่ ผู้แทนทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้
       เลขาธิการสหประชาชาตินายอูถั่น  กำลังวิ่งเต้นขอร้องทั้งอเมริกาและเวียตนามเหนือ ได้ตกลงสถานที่พบปะพูดจากันครั้งแรกเสีย  เขากล่าวที่องค์การสหประชาชาติในวันนั้นว่า  การรีรอต่อไปจะเป็นที่น่าเสียใจยิ่ง ในขณะที่ทั้งผู้คนและทรัพย์สินต้องสูญเสียลงอยู่ทุกวันในเวียตนาม
       ขณะที่คู่สงครามกำลังมีความเคลื่อนไหว  จะเจรจากันอยู่นี้  เวียตนามใต้เริ่มไหวตัว  โดยรองประธานาธิบดี นายพลเหงียนเกากีเตือนชาวเวียตนามใต้ว่า  ชาวเวียตนามใต้อย่าหวังพึ่งอเมริกาตลอดไป  และขอให้มองหามิตรคนอื่นกับหวังพึ่งตนเองบ้าง
       บาทหลวงแคธอลิครูปหนึ่งในสมาชิก คณะผู้แทนคาทอลิคได้กล่าวเปิดเผยหลังจากการเข้าพบที่ทำเนียบ  เผยว่านอกจากนายพลกีจะกล่าวเตือนแล้ว  ยังบอกว่าไม่อาจจะทนฟังคำพูดของนักการเมืองอเมริกาบางคนได้ ที่ไม่ประสากับปัญหาของเวียตนามใต้เลย “ความช่วยเหลือของอเมริกานั้นดี คนอเมริกันมาตายเพื่อชาตินี้ แต่เราไม่อาจจะพึ่งอเมริกาได้ตลอดไป  เราจะต้องขอให้เพื่อนคนอื่นช่วยเรา รักษาเสรีและป้องกันการถูกคอมมิวนิสต์กลืน”  เขากล่าว
       ขณะเดียวกันกองบัญชาการทหารอเมริกาในเวียตนามใต้ประกาศว่า  ทหารประจำการเวียตนามเหนือได้โจมตีพลร่มเวียตนามห่างจากเคซานห์ 6 กิโลเมตร  นอกจากนั้นยังได้รายงานว่า  คอมมิวนิสย์ยังได้ตีโต้ที่อื่นอีกสองแห่งแต่โดยถูกโต้กลับไปทั้งสองแห่ง  และขณะนี้ทหารช่างอเมริกาสามารถเปิดถนนไปยังเคซานห์  ซึ่งตกอยู่ในมือของเวียตนามเหนือมาแต่เดือนสิงหาคมได้แล้ว
       ทางปราการเคซานห์เครื่องบินลำเลียง 4 เครื่องยนต์แบบ ซี-130  เครื่องหนี่งเกิดระเบิดเพราะยางแตกขณะที่วิ่งอยู่บนรันเวย์แหกออกนอกรันเวย์ไป  เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องตาย 1 เจ็บ  อีก 4  นายหนีออกจากเครื่องบินรอดมาได้
       ในขณะที่เมืองไทยกำลังเล่นสงกรานต์กันอยู่อย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานี้  นาวิกโยธินอเมริกาจากกรมที่ 27  กรมพี่น้องกับคอหนังกรมที่ป้องกันรักษาปราการเคซานห์  ต้องเล่นสงกรานต์เลือดกับทหารประจำเวียตนามเหนือที่ใกล้เมืองเว้เป็นเวลา  9 ชั่วโมง  นับเป็นการออกศึกใหญ่ครั้งแรกของคอหนังกรมนี้นับแต่เพิ่ง เดินทางไปถึงเวียตนามใต้ชั่วเดือนเศษเล็กน้อย  คอหนังอเมริกาสังหารข้าศึกลงได้ 62 คน ส่วนคอหนังตาย 20 คน และบาดเจ็บ 27 คน  จากการสัปยุทธสาดกันด้วยปืนกล  จรวดและปืนครก  ข้าศึกซึ่งตั้งมั่นอยู่ในที่มั่นสร้างอย่างแข็งแรงรอบหมู่บ้านอันเป็นป้อมค่ายแห่งหนึ่ง
       กำลังคอหนังสหรัฐ  กำลังกวาดล้างอยู่ทางแถบที่ลุ่มทางตะวันออกทางสายเลียบฝั่งทะเลเมื่อปะทะ เข้ากับกำลังข้าศึก คอหนังได้เข้าโจมตีข้าศึกที่ตั้งมั่นอยู่เมื่อก่อนค่ำ  และตีที่มั่นข้าศึกแตกหลังจากการรบกันนานถึง 9 ชั่วโมง

      “จงอางศึก”  นั่งเฮลิคอปเตอร์ดูเห็นกับตาตลอดพยัคฆ์น้อยฝ่าห่าปืนครกบุกขยี้ถึงตัว

       ผู้เชี่ยวชาญต่อต้านการก่อการร้าย  ของคอมมิวนิสต์ชาวอเมริกา  ตื่นตะลึงในวีรกรรมของทหาร “จงอางศึก”  ของไทย  กล่าวสดุดีอย่างสูง   บอกเกิดมาไม่เคยเห็นใครรบห้าวหาญที่สุดในสงครามเวียตนามเท่านี้  ทั้งที่ต้องประจัญบานกับกองพันหัวกะทิเวียตกง  ด้วยกำลังน้อยกว่าถึงเท่าตัว แต่  “จงอางศึก”  กับฝ่าห่ากระสุน ปืนครกข้าศึกออกไปขยี้ถึงตัว แถมยังนำความสงบสุขมาให้กับชาวบ้านทำให้ราษฎรนอนตาหลับ เข้ากับคนเวียตนามได้ดีกว่าทหารอเมริกาเอง
       เจ้าหน้าที่ของสหรัฐผู้นั้น  ปฏิบัติงานในเวียตนามใต้มาแล้ว 4 ปี  ได้แถลงชมเชยปฏิบัติการของกองทหารอาสาสมัคร ไทย ในสมรภูมิเวียตนาม  ในโอกาสที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้น ใกล้จะออกเดินทางไปจากเวียตนามใต้  โดยถึงกำหนดพ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสของสหรัฐ  ประจำมณฑลเบียนหัว เจ้าหน้าที่สหรัฐดังกล่าวคือนายโรเบิร์ต เม็ลเล็น  อายุ 34 ปี  และกองทหารอาสาสมัครของไทยหรือกรมทหาร  “จงอางศึก”  ก็มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ตำบลนอนตรัคในมณฑลนั้น  อันเป็นตำบลที่ได้ชื่อว่า  เป็นปฏิบัติการร้ายแรงที่สุดของคอมมิวนิสต์
       นายเม็ลเล็นมีความสนใจเป็นพิเศษ  ในกรมทหารจงอางศึก  ก็เพราะเขาจะได้รับตำแหน่งหน้าที่ใหม่เป็นที่ปรึกษาในโครงการฝึกป้องกัน รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านในประเทศไทย
       นายเม็ลเล็นแถลงว่า  ในตอนที่กรมทหารจงอางศึกไปถึงเวียตนามใต้ใหม่ๆนั้น  ได้ปฏิบัติการด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง  เพราะถือว่ายังไม่มีประสบการณ์เพียงพอ แต่ครั้นได้เรียนรู้ปฏิบัติงาน  ของกองพันทหารสหรัฐ  ซึ่งปฏิบัติการอยู่ในบริเวณเดียวกันอยู่ก่อนแล้ว  กรมทหารจงอางศึกก็เริ่มรบรุกด้วยความห้าวหาญอย่างยิ่ง
       นายเม็ลเล็นแถลงต่อไปว่า   กรมทหารจงอางศึกได้แสดงความสามารถในการรบยอดเยี่ยมที่สุด  เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ศกก่อน  โดยได้ทำความเสียหายอย่างหนักให้แก่กองพันชั้นเยี่ยมของคอมมิวนิสต์เวียตกง  ซึ่งมีอาวุธพร้อมสรรพ กองพันเวียตกงนั้น สังกัดกรมที่  274  แห่งกองพลใหญ่ที่ 5 นายเม็ลเล็นกล่าวว่า  ตัวเขาซึ่งขึ้นไปสังเกตการณ์อยู่บนเฮลิคอปเตอร์  ได้เห็นการรบระหว่างกรมทหารจงอางศึกกับกองพันเวียตกง ในคืนวันที่ 20  ธันวาคม ได้เห็นกำลังทหารไทยส่วนหนึ่งมีจำนวนเพียง 250 คนโดยประมาณ  ต่อสู้กับเวียตกงซึ่งมีจำนวนถึง  500 หรือ 600  คน  ในตอนนั้นเองเวียตกง จึงได้สำนึกว่า  ทหารไทยเป็นพยัคฆ์น้อยสมชื่อ  และพวกเวียตกงเหล่านั้นมาลูบหางพยัคฆ์
       นายเม็ลเล็นชี้แจงว่า  ถึงแม้กองทหารไทยที่ได้ต่อสู้กับพวกเวียตกงในคืนวันนั้น ถูกระดมยิงด้วยปืนครกตลอดคืนก็มิได้พากันเข้าไปหมอบคุดคู้อยู่เบื้องหลังกระสอบทราย  แต่กลับพากันออกไปเผชิญหน้าและรบรุกกับข้าศึกอย่างห้าวหาญ กองทหารไทยรุ้ดีว่าเวียตกงมีอาวุธจรวดเจาะเกราะสำหรับทำลายรถถัง  จึงใช้ยานเกราะลำเลียงพลบุกเข้าไปในกลุ่มเวียตกงโดยมิได้รั้งรอทีเดียว  นับเป็นการรบรุกอย่างห้าวหาญที่สุด  เท่าที่เขาได้เคยเห็นมาแล้วในสมรภูมิเวียตนาม
       นายเม็ลเล็นยืนยันว่า  กองทหารไทยสามารถสังหารทหารเวียตกงไม่น้อยกว่า  150 คน ในคืนวันนั้น  และยังยึดอาวุธได้อีกนับร้อยๆรายการ  นอกจากนั้นประสบการณ์ที่ได้รับจากการสัปยุทธ์ในคืนดังกล่าว  ยังได้ทำให้กองทหารไทยมีความมั่นใจในตนเองมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 
       อนึ่ง  นายเม็ลเล็นแถลงว่า  นอกเหนือจากปฏิบัติการรบ  กองทหารจงอางศึกยังได้ทำประโยชน์ฝ่ายพลเรือนให้แก่ราษฎรเวียตนามใต้  ในมณฑลเบียนหัวนานาประการ  เช่นช่วยสร้างถนนซึ่งไม่เคยมีใช้มาแต่ก่อนเลย นับเป็นเวลาถึง 20 ปีแล้ว  ช่วยดัดแปลงหมู่บ้านซึ่งเคยอยู่ในยึดครองของเวียตกงให้เป็นที่น่าอยู่อาศัยสำหรับราษฎรเวียตนามใต้มากยิ่งขึ้นอีก
และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของอาณาบริเวณด้วยการนำวิธีขนส่งสินค้าและวิธีการตลาดแบบทันสมัยเข้าไปใช้อาทิ  นายเม็ลเล็นกล่าวในที่สุดว่า    ทหารไทยในเวียตนามใต้ดูทีเข้ากันได้กับราษฎรพลเมืองของประเทศนั้นดีกว่าทหารสหรัฐ ซึ่งคงเป็นเพราะชาวเอเชียด้วยกันนั่นเอง
       ขณะเดียวกันโฆษกทหารอเมริกา ในกรุงไซ่ง่อนประกาศว่า   การปฏิบัติการของทัพพันธมิตรทำลายล้างการโอบล้อมปราการคอหนังสหรัฐที่เคซานห์หลังจากเสร็จสิ้นลง  รวมสังหารทหารเวียตนามเหนือในแถบนั้นทั้งหมด 1,192 คน  ทำลายการโอบล้อมปราการของทัพคอมมิวนิสต์ลงได้ เขาชี้ว่า  การทำลายล้างทัพใหญ่คอมมิวนิสต์ที่ล้อมเคซานห์  เป็นการปฏิบัติการที่ได้ผลอย่างยิ่ง  การทำลายการโอบล้อมลงแสดงให้เห็นว่า  “เราสามารถจะขึ้นไปที่นั่นได้เมื่อต้องการ”
       กำลังของกรมทหารราบอากาศที่ 82 และ 101  อเมริกาได้เข้าปฏิบัติการใหม่ทันทีในแถบที่ราบริมฝั่งภาคเหนือระหว่างมณฑลกวางตรีกับเมืองเว้ และสังหารข้าศึกลงได้ 300 คนแล้ว หน่วยทหารสหรัฐทั้งสองกรม มีกำลังประมาณ 10,000 คน  หากแต่ยังไม่ได้ปะทะใหญ่แต่อย่างใด  อาจจะเป็นได้ว่าทั้งทหารอเมริกาและทหารพันธมิตรชาติอื่น ได้ผ่อนการป้องกันลงฉลองเทศกาลอีสเตอร์  นอกจากนั้นพวกเวียตกงในแถบมณฑลแถวปากแม่น้ำโขง 4 มณฑล ก็ได้ประกาศว่าจะหยุดยิงเนื่องในวันสงกรานต์
       นิตยสาร “ไทมส์”  ของอเมริกาฉบับใหม่ กล่าวเปิดเผยว่า  เหตุที่ทัพใหญ่ของคอมมิวนิสต์ล้อม  ปราการเคซานห์โดนตีแตกพ่ายไปนั้นส่วนใหญ่เพราะอำนาจการทำลายจากระบบการทิ้งระเบิดของเครื่องบินอเมริกาแบบใหม่   ซึ่งกลบคู  ทลายภูเขาราบลงและเผาพื้นที่เป็นสิบๆไร่  ข่าวเผยแพร่วิธีการใหม่ใช้ “เรดาร์เทียม” เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติการโจมตีทิ้งระเบิดตอนแรก  เครื่องบินทิ้งระเบิดอเมริกาพบอุปสรรคเนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเคซานห์เป็นอุปสรรค  เป็นที่ราบแห้งแล้งไม่มีที่สังเกตอย่างเช่นสะพานหรือตึกรามอยู่เลยเพื่อแก้ปัญหานี้  อเมริกาได้คิดระบบขึ้นเรียก “จุดฟ้า”  ใช้สถานีควบคุมอันมีกำลัง  จากแถวริมฝั่งช่วยนำวิถีฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดไปยังจุดหมายปลายทาง  เมื่อเครื่องบินๆไปใกล้จุดหมาย  ตามยอดเขาห่างจากเป้าหมายหลายกิโลเมตร  อเมริกาได้เอาลวดตาข่ายไปปูไว้ทำหน้าที่เป็นจานสะท้อนลำเรดาร์  ทำให้มันสามารถสะท้อนสัญญานตลอดเวลาโดยอาศัยการคำนวณจากลวดตาข่าย  สะท้อนสัญญานเรดาร์บนยอดเขาเหล่านั้น  ทำให้ฝู้งเครื่องบินทิ้งระเบิดหนัก บี.52 ไอพ่น 8  เครื่องยนต์อเมริกาสามารถทิ้งระเบิดลงได้อย่างแม่นยำ  และที่จริงแล้วสามารถทิ้งให้ห่างเขตปราการคอหนังแค่เพียง 100 เมตรเท่านั้นได้
       เจ้าหน้าที่อเมริกาประมาณว่า  พวกข้าศึกต้องล้มตายสังเวยการทิ้งระเบิดของเครื่องบิน อเมริกาซึ่งถล่มคูบัญชาการสังหารทหารข้างในตายหมดลงถึง  15,000 คน และทำให้เกิดการระเบิดขึ้น  5000  แห่งกับก่อให้เกิดไฟไหม้ในเคซานห์ถึง 2,000 กว่าแห่ง
       รายงานข่าวกล่าวว่า  ความเสียหายของข้าศึกยิ่งมองเห็นได้เมื่อไปตรวจดูสนามรบ  พวกทหารเวียตนามเหนือหวงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สุด ไม่เคยทิ้งไว้แต่ลูกปืนยาวสักนัดเลย  แต่พวกข้าศึกในแถบนั้น กลับทิ้งยุทธภัณฑ์ อันมีค่าเอาไว้เพราะต้องรีบเผ่นหนีเอาตัวรอดแทบไม่ทัน

คาดคอมมิวนิสต์พยายามยึดคืนอีก การรบหนักแผร่ขยายทั่วไป

คอหนังสหรัฐ  เข้ายึดที่มั่นเนินเขาสำคัญ  ใกล้เคซานห์เป็นด่านหน้าเตรียมรับการรุกหนักของคอมมิวนิสต์อีกครั้งโดยเกิดการสู้รบกับเวียตนามดุเดือดสังหารข้าศึกได้ร้อยกว่า  และต้องใช้เครื่องบินกับปืนใหญ่  ช่วยสนับสนุน  เชื่อว่าคอมมิวนิสต์มุ่งหวังที่จะกลับยึดเคซานห์อีก  เพราะเพิ่มการระดมโจมตีฐานทัพสำคัญแห่งนี้หนักมือขึ้น  ทั้งภาคพื้นดินและยิงด้วยอาวุธหนักสหรัฐใช้ บี .52 ทิ้งระเบิดที่มั่นสำคัญของข้าศึกอีก การรบหนักภาคพื้นดิน  แผ่ขยายแนวออกไปเกือบทั่วเวียตนามใต้หลังจากชะงักงันไปเพียงสองสามวัน  ในด้านการรบทางอากาศไอพ่น อภินิหารจากฐานทัพในไทย ทำลายที่รวมพลและยุทโธปกรณ์ของข้าศึกที่เตรียมลำเลียงมาเสริมกำลังรบในเวียตนามใต้พังยับเยิน
       ทหารเหนือของเคซานห์  ซึ่งเป็นเสมือนด่านหน้าที่จะรับมือข้าศึกที่มุ่งจะเข้าตีที่มั่นใหญ่นั้น  คอหนังสหรัฐได้เข้าปะทะกับทหารเวียตนามเหนือตลอดตอนเช้า เพื่อแย่งการยึดครองพื้นที่เนินแห่งนี้ให้ได้ การรบเป็นไปอย่างหนัก สหรัฐได้ใช้ปืนใหญ่ยิงสนับสนุนและใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีทหารข้าศึกเสียชีวิต 106 คน  และทหารสหรัฐสามารถยึดเนิน 881 ไว้ได้  โดยเสียชีวิตไป 6 คน และบาดเจ็บ 12 คน  เนินดังกล่าวเป็นที่มั่นด่านหน้าที่สำคัญแห่งหนึ่ง  ซึ่งเป็นที่ตั้งรับข้าศึกก่อนจะเข้าตีถึงเคซานห์เนิน 381 แห่งนี้  คอมมิวนิสต์ยึดไว้ได้ เมื่อตอนที่จะเข้าล้อมที่มั่นใหญ่ของคอหนังซึ่งหลังจากการปฏิบัติการตาม  “ยุทธการเปกาซุส”   แล้วสหรัฐได้ส่งกำลังออกกวาดล้างข้าศึกที่ยังหลงเหลือรอบที่มั่น และบัดนี้เป็นที่เข้าใจแล้วว่า  คอมมิวนิสต์ได้กำลังเสริมมาจากเส้นทางโฮจิมินห์  โดยได้เริ่มการระดมยิงทหารที่ล้อมเคซานห์อยู่เมื่อสองวันก่อน
       ทางด้านตะวันตก  ทหารเวียตนามใต้ซึ่งเสร็จสิ้นปฏิบัติการตามแผน  แลมสัน 202  ได้สังหารข้าศึกได้ 125 คน รอบเมืองเกียวลินห์ ส่วนการทิ้งระเบิดของ บี.52 นั้นได้โจมตีบริเวณหุบเขาซึ่งเป็นที่มั่นสำคัญของคอมมิวนิสต์  ที่เอาอาวุธและทหารที่ลำเลียงมาตามเส้นทางโฮจิมินห์ มารวมไว้ ก่อนที่จะส่งออกปฏิบัติการในเวียตนามใต้ต่อไป
       รายงานจากไซ่ง่อนแจ้งว่า  ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกา  ซึ่งประจำการในสมรภูมิเวียตนามใต้   และช่ำชองอยู่กับการรบในเวียตนามเป็นเวลากว่า 4 ปี และกำลังจะเดินทางออกจากสมรภูมินรกแห่งนี้  ได้กล่าวสดุดีความห้าวหาญของนักรบไทยอย่างสูงส่ง  ผู้เชี่ยวชาญผู้นี้คือ  นายโรเบิร์ต จี. เมลเลน   ซึ่งทำหน้าที่ปรึกษาทางทหารอยู่ในจังหวัดเบียนหัว  อันเป็นที่ตั้งของกรมทหารอาสาสมัคร “จงอางศึก”  ของไทย  เขาบอกว่า  “ทหารไทยคือ เสือร้าย”
       ทหารไทย  ซึ่งทำการรบอยู่ในสมรภูมิเวียตนามนี้  มีที่ตั้งกองบัญชาการอยู่ที่อำเภอเมืองนอนทรัคห์  จังหวัดเบียนหัว  ห่างจากไซ่ง่อนไปทางตะวันออกประมาณ 30 ไมล์  นายเมลเลน  ได้ทำหน้าที่อยู่ที่เบียนหัวเป็นเวลา 13 เดือน  ได้มีโอกาสพบเห็นการสู้รบของทหาร “จงอางศึก”   ของไทยหลายครั้ง  เขาสนใจทหารไทยเป็นพิเศษ เพราะกำลังจะเดินทางมารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษากองกำลังป้องกันหมู่บ้านของไทย
       นายเมลเลนกล่าวว่า  ทหารไทยทำการรบอย่างรอบคอบ  และยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการรบมาก่อน  แต่เมื่อออกปฏิบัติการได้ไม่กี่ครั้ง  ร่วมกับทหารอเมริกันทหารไทยก็ทำการรบได้อย่างห้าวหาญ  อย่างเช่นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม    ซึ่งเป็นการรบที่อาบเลือดที่สุดของข้าศึกที่บุกเข้าโจมตีค่ายทหารไทย  ไทยซึ่งกำลังน้อยกว่าสองเท่าสามารถสู้รบกับทหารเวียตกงแห่งกองพลที่ 274   กรมที่ 5 อันเป็นทหารที่มีฝีมือยิ่งของข้าศึกได้  นายเมลเลนบอกว่าตลอดคืนวันนั้น เขาได้ขึ้นสังเกตการณ์รบบนเฮลิคอปเตอร์  กองร้อยทหารไทยมีกำลังประมาณ  250  คน  ถูกโจมตีโดยทหารข้าศึกประมาณ 600 คน  เวียตกงคิดว่าไทยเป็นหมูจะเคี้ยวได้ง่ายๆ  แต่ในที่สุดก็รู้ตัวว่า มากระตุกหางเสือเล่นเสียแล้ว    ด้วยการรบอย่างห้าวหาญครั้งนั้น  เขาเห็นว่าเป็นการสู้ที่มีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในสงครามเวียตนาม  ทหารไทยสามารถฆ่าพวกเวียตกงได้ประมาณ 150 คน  และจับกุมยึดอาวุธได้นับร้อยในอาณาเขตบริเวณที่ทหารไทย  รับผิดชอบทำการรบอยู่ในเบียนหัวก็ไม่เคยกำจัดข้าศึกได้มากมายอย่างนี้มาก่อน  ทหารไทยสามารถเปิดการคมนาคม  บนถนนสายสำคัญซึ่งถูกเวียตกงปิดตายมาตั้ง 20 ปีแล้ว  และสามารถเปลี่ยนสภาพของหมู่บ้านที่เวียตกงยึดครองอยู่เป็นหมู่บ้านที่จงรักภักดีต่อรัฐบาลได้
       นอกจากนั้นทหารไทยยังได้ช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของชาวบ้านในการซื้อหาสินค้าอาหาร  โดยเปิดการคมนาคมระหว่างหมู่บ้านต่างๆกับโลกภายนอก  ได้สร้างสวัสดิภาพให้ชาวบ้าน  ได้พ้นจากการรุกรานของคอมมิวนิสต์  เขาบอกว่าแม้ว่าทหารไทยจะไม่ดีเด่นกว่าทหารสหรัฐเท่าไรนักก็ตาม  แต่ทหารไทยสามารถปรับตัว  ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าสหรัฐ และเข้ากับชาวบ้านได้ดีกว่าด้วย  ซึ่งบางทีอาจจะเป็นเพราะไทยและเวียตนามเป็นชาวเอเชียด้วยกัน
       
บันทึกการเข้า
TPMVP :MAGPUL ACR:
หืม?
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2036

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 36 : Exp 69%
HP: 0.1%


งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา


« ตอบ #22 เมื่อ: เมษายน 12, 2013, 11:30:30 PM »

แปะไว้ก่อนครับ
บันทึกการเข้า

นาย ชัยสิทธิ์  อยู่พุ่มพฤกษ์ เลขที่บัญชี  041-2-63557-6 ธนาคาร กสิกรไทย

130 ซ.ตรอกเกลือ ถ.สุรวงศ์
แขวงสี่พระยา เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร 10500

Line ID  : tpmvp
0877039878  ท๊อป MASADA User /พระราม3
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #23 เมื่อ: เมษายน 13, 2013, 08:28:25 PM »

ถ้าอยากอ่านแบบเจาะลึกหน่อยก็ตามนี้นะครับ
 ยิ้มเท่ห์
http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/military/vietnam/vietnam1.htm
บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #24 เมื่อ: เมษายน 21, 2013, 01:39:01 PM »



เวียตกงเล่นตัวไม่ตอบสหรัฐเปิดฉากยิงถล่มปราการเคซานห์ใหม่

       เวียตนามใต้ร้อนตัวหนัก เมื่ออเมริกายอมเจรจาสันติภาพกับคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือ  ชวนไทยและชาติพันธมิตรอื่นๆ  ในสงครามเวียตนามเปิดประชุมสุดยอด  เพื่อวางนโยบายหรือมติต่อการเจรจาสันติภาพที่กำลังจะมีขึ้นร่วมกัน  และปรึกษากันถึงความมั่นคงของเอเชียอาคเนย์  กับแปซิฟิคเอเชียอาคเนย์   ด้วยอย่างไรก็ดีรัฐบาลฟิลิปปินส์  ได้พิจารณาเปลี่ยนนโยบายของอเมริกา
       ในขณะที่เวียตนามเหนือยังเฉยเงียบอยู่นี้ ในเวียตนามใต้  ทัพเวียตนามเหนือแถบรอบปราการคอหนังอเมริกาที่เคซานห์ดูเหมือนว่าแสดงว่าศึกเคซานห์ ยังไม่สงบ และกลับเปิดฉากระดมยิงถล่มปราการอีก 300 นัดในวันเดียวกันนั้นลูกระเบิดตกลงบนทางวิ่งยาว 3000 ฟุต ทุก 15 นาที  นอกจากนั้นยังได้รอบโจมตีกองร้อยคอหนังอเมริกาจำนวนหนึ่งกองร้อยทางห่างจากปราการออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้  6 กิโลเมตร  บาดเจ็บล้มตาย หนักอีกด้วย 
       การระดมยิงปราการอีกก่อให้เกิด  การบาดเจ็บล้มตายแก่คอหนังและทหารม้าอากาศกองพลที่ 1 ที่ป้องกันรักษาปราการเพียงเล็กน้อย  แต่คอหนังกองร้อยที่โดนรอบโจมตีล้มตายถึง 17 คน  บาดเจ็บอีก 35 คน  กองร้อยต้องเรียกเครื่องบินไปโจมตีช่วย  พบศพทหารเวียตนามเหนือไม่ห่างจากที่ซุ่มโจมตี  7 ศพ
       การเสียเครื่องบินอีก 4 เครื่อง  นับเป็นเครื่องบินอเมริกาที่เสียไปจากการไปโจมตีเวียตนามเหนือ รวม 825 เครื่อง  ในระยะเวลาเกือบ 3 ปีมานี้  อเมริกาเคยเสียเครื่องบินวันเดียว 4 ลำ ครั้งหลังสุด วันที่ 27 ตุลาคม 2510
       ในการโจมตีของวันนั้น  ฝูงบินอเมริกาได้แห่กันไปโจมตีรวม 88 เที่ยว  ทั้งหมดอยู่ต่ำกว่าเส้นขนานที่ 19 ทั้งสิ้น  นอกจากเครื่องบินแบบแฟนตอม เอ 4 บี กับแบบ เอฟ 105  แล้ว  ยังมีเครื่องบินไอพ่น  อภินิหารลำละ  106  ล้านบาท  เอฟ 111  เข้าร่วมโจมตีด้วย  แต่ไอพ่นอภินิหารทุกลำ  รอดพ้นจากป่าปืนต่อสู้อากาศยาน ซึ่งโฆษกกล่าวว่า  “หนาแน่นมาก”   ทุกลำโฆษกไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดปืนต่อสู้อากาศยานของคอมมิวนิสต์ในแถบนั้นจึงหนาแน่นกว่าปรกติ  อาจจะเป็นได้ว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์  ได้ระดมปืนต่อสู้อากาศยานจากส่วนอื่นของประเทศมารวมกันไว้ในแถบนั้นทั้งหมด

      แดงกลับโหมรบในเวียตนามหนักเคลื่อนทัพเข้าล้อมเคซานห์ใหม่

คอมมิวนิสต์กลับโหมการรบ ในสงครามเวียตนามหนักขึ้นอีก ในขณะที่ประมุขของอเมริกาสาบานว่า จะพยายามหาทางเจรจากับคอมมิวนิสต์  เพื่อให้สงครามสงบภายในปีนี้ให้จงได้  เปิดฉากยิงถล่มปราการคอหนังสหรัฐที่เคซานห์อีก  ทำให้วิตกกันว่าทัพใหญ่คอมมิวนิสต์อาจจะเข้า โอบล้อมปราการเหล่านั้น ใหม่อีก  ทั้งยังลอบวางระเบิดค่ายทหารอเมริกา พอทหารอเมริกาวิ่งแตกตื่นงัวเงียออกมาก็กราดยิงเอาตามใจชอบทั้งอเมริกา  และเวียตนามเหนือยังคงตกลงกันไม่ได้ในสถานที่พบปะกันครั้งแรก
       ทหารอเมริกาที่เดินทางไปถึงปราการเคซานห์ด้วยเฮลิคอปเตอร์ จะต้องวิ่งหลบเข้าที่กำบังหัวซุกหัวซุนพอเฮลิคอปเตอร์ล้อแตะพื้น   จากห่ากระสุนของคอมมิวนิสต์ ข้าศึกระดมยิงทั้งหมดเป็นจำนวน 250 นัดในวันเดียวนั้น  ส่วนใหญ่ตกลงบนทางวิ่งของปราการยาว 3000 ฟุต  ที่กลายเป็นหลุมเป็นบ่อ ไปด้วยห่ากระสุนลูกปืนเหล่านั้น  ปราการกับโดนระดมยิงใหม่อีกในวันนั้นติดกันเป็นวันที่ 2 ข้าศึกได้ระดมยิงจำนวนพอๆ กันมาอีกแต่เมื่อวันจันทร์  ต่างกันแต่ว่าในการระดมยิงในวันนั้นมีลูกปืนครกปนมาอยู่ด้วย   ส่อว่าข้าศึกอยู่ใกล้ๆนั่นเอง 
       นอกจากจะเปิดฉากถล่ม  ปราการคอหนังสหรัฐแล้ว  พวกเวียตกงยังได้ระดมยิงค่ายฝึกนายทหารกองหนุนเวียตนามใต้ที่เมืองทูดัด  อยู่ถัดจากกรุงไซ่ง่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 11  กิโลเมตร  ในคืนวันเดียวกันอีก  พวกเวียตกงได้ระดมยิงด้วยปืนครกอย่างหนักนับแต่เมื่อคราวเปิดฉากการบุกใหญ่มาเมื่อตอนตรุษ  ลูกปืนครกยิงตกในค่ายระหว่าง 70 ถึง 100  นัด 
       แต่การโจมตีที่อุกอาจที่สุดได้แก่การลอบวางระเบิดโรงทหารอเมริกันริมฝั่งภาคกลางในวันเดียวกัน  พวกเวียตกงได้ยิงกราดทหารอเมริกา  ที่แตกตื่นตกใจวิ่งแตกออกมาจากค่ายบาดเจ็บล้มตาย 28 คน
        พวกเวียตกงได้เข้าโจมตีค่ายทหารอเมริกา  ที่มณฑลควีนอห์น ถัดจากกรุงไซ่ง่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 40 กิโลเมตรแห่งนั้นกลางดึก  ลอบเข้าไปวางระเบิดในค่าย  แล้วยิงกราดทหารอเมริกาที่แตกตื่นวิ่งหนีออกมาเมื่อเกิดระเบิดด้วยปืนเล็กยาวและอาวุธอัติโนมัติ  ทหารอเมริกาที่ไม่ได้บาดเจ็บล้มตาย   ได้จับปืนยิงต่อสู้และสังหารพวกเวียตกงได้ 6 คนด้วยกัน
       อย่างไรก็ดีอเมริกาก็ได้ตอบโต้อย่างหนัก  ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนัก บี 52  แปดเครื่องยนต์ ได้แห่กันไปเทกระจาดถล่มที่มั่นทหารคอมมิวนิสต์ในแถบหุบเขาชอเป็นปริมาณเกือบ 500 ตัน  โฆษกกองบัญชาการแจ้งว่า  ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนัก  ได้บินไปเทกระจาดไข่แดงในแถบนั้นตั้งแต่วันอังคารเป็นปริมาณไม่ต่ำกว่า  454,000  กิโลกรัม  ชุมนุมทหารข้าศึกในแถบนั้นมีอยู่ไม่ต่ำกว่า  5 แห่งในจำนวนทหารข้าศึก  2 หน่วย กำลังตัดทางผ่านป่า  และที่ตั้งอาวุธ 8 แห่ง    เช่นที่ตั้งปืนต่อสู้อากาศยานบริเวณแถบนั้น  เป็นถิ่นของคอมมิวนิสต์ในเวียตนามใต้  โดยเด็ดขาดในจำนวนไม่กี่แห่งทหารอเมริกา  ไม่เคยย่างเหยียบเข้าไปในบริเวณนั้นมาปีกว่าแล้ว  และทหารคอมมิวนิสต์ใช้เป็นฐานแทรกซึมผู้คนและเสบียงอาวุธเข้าสู่เวียตนามใต้
ทางด้านการรบ  สหรัฐโหมการทิ้งระเบิด “หุบเขามหาภัย”   ชุมพลใหญ่ของคอมมิวนิสต์  หวังทำลายที่มั่นซึ่ง  สร้างมากกว่า 2 ปี  ให้สิ้นซากตัดการรุกรานเมืองหลวงเก่าและการลำเลียงพล ทางเคซานห์กำลังหวั่นกันว่า  อาจจะมีทหารข้าศึกซุ่มซ่อนหลบการกวาดล้างอยู่อีกหมื่นคน  และเตรียมการเข้าตีเคซานห์อีกครั้ง  หลังจากระดมยิงด้วยอาวุธหนักมาสองคืนแล้ว
       ป้อมปืนยักษ์ บี.52 ของสหรัฐ  ยังคงดำเนินการทิ้งระเบิดหนักที่สุดเท่าที่เคยทำการในเวียตนามใต้  ต่อเป้าหมายที่มั่นคอมมิวนิสต์  ในหุบเขาเชาอย่างไม่หยุดยั้งเป็นวันที่สอง  หุบเขาดังกล่าวเป็นที่ซึ่งฝ่ายข้าศึกยึดครองตั้งมั่นกว่า  25  เดือนแล้ว  เจ้าหน้าที่สืบราชการลับของสหรัฐกล่าวว่า  ในหุบเขาดังกล่าวนี้ มีทั้งกำลังพลและอุปกรณ์การรบต่างๆ  ที่คอมมิวนิสต์ลำเรียงผ่าน  จากทั้งด้านชายแดนเขมรและจากฝั่งทะเล  ซึ่งเคยเป็นที่รวมพลก่อนที่จะเข้าตีเมืองเว้มาก่อนแล้ว  กำลังทหารเวียตนามเหนือในหุบเขานี้  มีไม่ต่ำกว่า  10,000  คน  และอาจจะกระจายกำลังเข้าล้อมเมืองเว้อีกครั้ง  ทหารสหรัฐหรือเวียตนามใต้  ไม่เคยเข้าไปรบภาคพื้นดินใน “หุบเขามหาภัย”  ดังกล่าวเลย  เพราะเต็มไปด้วยคอมมิวนิสต์ทุกหัวระแหง 
       เจ้าหน้าที่แถลงข่าว กองบัญชาการทหารพันธมิตรแจ้งว่า  พันธมิตรสังหารข้าศึกได้ 3,071  คน  ซึ่งถ้านับตั้งแต่เริ่มการสุ้รบกันมาแล้ว  คอมมิวนิสต์เสียกำลังพลไป  327,993  คน เป็นอย่างน้อย  และนับเฉพาะที่ได้พบศพเท่านั้น
       ที่เคซานห์  พบปืนใหญ่ของเวียตนามเหนือเริ่มการลั่นกระสุนระดมซันโวที่มั่นสหรัฐอีก  การรบรอบที่มั่นเคซานห์ยังมีการปะทะอยู่ประปรายและอาจจะหนักขึ้นอีก  เนื่องจากเกรงกันว่า  กำลังฝ่ายข้าศึกได้ตีโอบบีบเคซานห์อีกครั้ง  โดยทหารสหรัฐเห็นว่า  กำลังทหารข้าศึกไม่ต่ำกว่า  10000  คน  ยังคงซุ่มซ่อนอยู่รอบเคซานห์  หลงเหลือจากการกวาดล้างตามแผน  “ยุทธการเปคาซุส”  ของสหรัฐกับเวียตนามใต้  จรวด  ระเบิด  และปืนใหญ่กว่า 250 นัด  ได้ตกระเบิดในบริเวณเคซานห์อีก
       ในการทิ้งระเบิดของสหรัฐเมื่อวานนี้  เป็นการทิ้งระเบิดมากที่สุดในหนึ่งวันของรอบปีนี้  เป็นการทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้ เมื่อวันที 6 มกราคม  ซึ่งสหรัฐไปทิ้งระเบิดรวม 144  เที่ยว  สหรัฐส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดใต้แนวเส้นขนานที่ 19  ถึง 145 เที่ยว  เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การตัดการคมนาคมของข้าศึก เท่าที่ตรวจเห็นเครื่องบินตรวจการณ์สหรัฐแจ้งว่า  สะพาน  14  แห่ง  ถูกทำลายพินาศ  รถลำเลียงไม่น้อยกว่า 13 คัน  และเรือลำเลียง 16 ลำถูกระเบิด  และมีการระเบิดจากคลังอาวุธข้าศึกที่โดนโจมตีด้วยไม่น้อยกว่า 11  แห่ง
       ไอพ่น  เอฟ 111  ‘จอมอภินิหาร’   จากฐานทัพตาคลีในไทย ซึ่งออกปฏิบัติการอีกครั้ง  หลังจากที่ได้หยุดชะงักภารกิจไปและมี การตรวจพบว่า เหตุที่ทำให้เครื่องบินตกไปสองลำมิได้เกี่ยวกับระบบการบินแต่อย่างใดได้ไปทิ้งระเบิดเวียตนามเหนือเมื่อวานด้วย  โดยเป็นผู้เข้าโจมตีฐานปืนใหญ่ข้าศึกระหว่างเส้นเขตปลอดทหารกับเมืองดองฮอย  และยังทำลายสะพานที่เมืองวินห์อีกสองแห่ง

แผนแตก เชลยแดงสารภาพ ด้านเคซานห์รบดุเดือดอีก

นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของคอมมิวนิสต์ที่ถูกจับเป็นเชลยเปิดเผยยืนยันว่า  คอมมิวนิสต์จะเข้าโจมตีไซ่ง่อนอีก  โดยวางแผนการรบไว้พร้อมแล้ว นี่คืออีกตอนหนึ่งที่ทำให้สหรัฐวุ่นวาย และก็เป็นความจริง  คอมมิวนิสต์ซุ่มโจมตีขบวนรถลำเลียงสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุด  รบกันตลอดทั้งวัน อ่านเรื่องการต่อสู้ต่อไป
       กองทหารเวียตนามเหนือ  ได้เข้าซุ่มโจมตีขบวนทหารสหรัฐใกล้ฐานทัพเคซานห์  เป็นครั้งแรกที่เกิดการรบภาคพื้นดิน  หลังจากที่ทหารพันธมิตร ใช้แผนการรบ “ ยุทธการเปกาซุส”   ขับไล่ทหารคอมมิวนิสต์ที่ล้อมเคซานห์อยู่หนีเข้าเมืองเขมรไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน  การโจมตี  กระทำบนเส้นทางสายที่ 9 อันเป็นถนนสายเดียวที่เชื่อมเคซานห์กับโลกภายนอก จุดที่เกิดการปะทะ  เกิดที่ห่างจากเคซานห์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้  16 ไมล์
               ในการโจมตีครั้งแรกอย่างที่ทหารสหรัฐ ไม่ทันจะรู้ตัวนั้น  เวียตนามเหนือสังหารสหรัฐได้ 11  คน  บาดเจ็บ 12 คน รถบรรทุกเสียหาย  11 คัน รถถัง 1 คัน
       ทหารนาวิกโยธินคนหนึ่ง  ตะบึงรถหนีออกจากที่โดนโจมตีออกไปยังเคซานห์ได้  และได้นำกำลังเสริมจากเคซานห์  กลับไปช่วยเหลือพวกที่โดนโจมตีอยู่พร้อมทั้งรถถังสองคัน  กว่าจะเดินทางถึงก็ล่วงไป 3 ชั่วโมงแล้ว  แต่การรบยังไม่สิ้นสุด  ขบวนทหารสหรัฐกำลังเดินทางจากเคซานห์ไปยังคาลู  เพื่อนำเอาอาวุธและอาหาร สิบเอกจอห์น  เวอร์เมียร์ส  ผู้เอารถหนีรอดได้เพียงคนเดียวเล่าว่า   รถถังเสียหายยับเยินเพราะแล่นไปบนระเบิดที่เวียตนามเหนือวางดักไว้  การรบเริ่มจากเวลาประมาณ  10.00 น.  จนกระทั่งตอนเย็น  กำลังทหารคอมมิวนิสต์ มีประมาณ 250 คน  หลังจากที่สหรัฐเอาเครื่องบินเข้าโจมตี  ทหารเวียตนามเหนือก็ผละออกจากที่รบทิ้งศพพวกตนไว้ประมาณ  100 ศพ  กำลังทหารนาวิกโยธินอีกกองพัน  ได้ยกติดตามทหารข้าศึกเพื่อไล่ทำลายด้วยเครื่องยิงระเบิด และปืนเล็กยาวเมื่อใกล้ระยะประชิด 
       สำหรับการซุ่มโจมตี ของทหารคอมมิวนิสต์นั้นเป็นการรบหนักมาก ร้อยเอกโรเบิร์ด แพนเซอร์  ผู้บังคับหน่วยเคลื่อนที่บอกว่า  เป็นการซุ่มโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็น  เพราะขบวนรถสหรัฐมีถึง  70 คัน 
       ทางใต้ของประเทศ  ทหารเวียตกงหนึ่งกองพันพร้อมด้วยเครื่องพ่นไฟ และจรวด  ได้เข้าโจมตีที่ตั้งหน่วยอาสารักษาดินแดนของเวียตนามใต้  ที่เมืองเทราฟ กำลังรักษาดินแดนของเวียตนามใต้  และทหารหน่วยรบพิเศษของสหรัฐที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษา  ได้ต่อต้านโดยได้รับการช่วยเหลือจากปืนใหญ่และเฮลิคอปเตอร์  เข้าช่วยคุ้มครอง  ทหารเวียตกงเสียชีวิต  31  คน  หน่วยอาสารักษาดินแดนของเวียตนามใต้ไม่มีใครเสียชีวิต  มีผู้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย 
       อีกทางหนึ่ง  ห่างจากไซ่ง่อนทางตะวันตกเฉียงเหนือ 10 ไมล์  ทหารนาวิกโยธินเวียตนามใต้กับทหารราบสหรัฐจากกรมทหารราบที่ 1  ได้รบรากับข้าศึกไม่ทราบจำนวนตลอดทั้งวัน  ทหารคอมมิวนิสต์เสียชีวิตสามสิบกว่าคน  ทหารสหรัฐที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษาบาดเจ็บหนึ่งคน
       เชลยศึกซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งของข้าศึกได้ยอมสารภาพเล่าแผนการรบของคอมมิวนิสต์ ให้ฟังว่า  กำลังจะเตรียมการเข้าตีไซ่ง่อนอีกเป็นครั้งที่สอง  โดยจะใช้กำลังพลประมาณ 10000  คน  แต่เดิมนั้นกำหนดจะบุกไซ่ง่อนแต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงบางประการ  กำลังที่จะบุกไซ่ง่อนจะเป็นทหารจากกรมทหารที่ 9  ทางตะวันตกเฉียงเหนือ 
       ก่อนหน้าตอนเช้าตรู่วันจันทร์  หน่วยทหารม้าอากาศอเมริกา  ได้ซุ่มโจมตีพวกเวียตกงที่ปฏิบัติการอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงไซ่ง่อน 50 กิโลเมตร  และสังหารข้าศึกลงได้  19 คน  ไม่มีทหารอเมริกาตายหรือบาดเจ็บเลย
       ไม่แต่กรุงไซ่ง่อนเอง  เมืองเว้ก็ตกอยู่ในอันตราย  จะโดนโจมตีใหญ่อีกยิ่งขึ้นทุกชั่วโมง  ทหารประจำการเวียตนามเหนือ  ได้มาชุมนุมกันแถบรอบเมืองมากขึ้น ฝูงบินทิ้งระเบิด บี.52  ของอเมริกา  ได้แห่กันไปเทกระจาดตั้งแต่อาทิตย์เป็นต้นมาติดต่อกันเป็นเวลาถึง  48 ชั่วโมงเพื่อสังหารทหารเวียตนามเหนือ  ซึ่งแทรกซึมเข้าไปทางลาวไปตั้งมั่นอยู่ในบริเวณหุบเขาอาชอ  ภายในเมือง  พันเอกเลขาวน ข้าหลวงมณฑล และนายกเทศมนตรีได้ประกาศว่า  จะแจกอาวุธให้กับชาวเมือง  40000  คน  เว้เพิ่งจะหลุดพ้นกลิ่นคาวเลือดไปเมื่อไม่นาน  ก็ต้องมาตกเป็นสมรภูมินองเลือดที่สุดอีกแห่งหนึ่ง  ในสงครามเวียตนามศึกชิงวังจักรพรรดิโบราณ  ซึ่งทหารเวียตนามเหนือได้ยึดตั้งแต่วันตรุษ  คอหนังอเมริกาและเวียตนามใต้  ต้องตีอยู่ถึง  25 วันจึงได้แตก
       ขณะเดียวกันนายพลเอิร์ล จี. วีเลอร์  ได้กล่าวเปิดเผยในกรุงวอชิงตันว่า  คอมมิวนิสต์ได้ทำลายเครื่องบินอเมริกาที่จอดอยู่กับพื้นในเวียตนามทั้งหมด  คิดเป็นมูลค่าถึง  265,000,000  ล้านบาท 

เวียตนามใต้เตรียมพร้อม

       ในไซ่ง่อนเมืองหลวงเวียตนามใต้  คงเตรียมพร้อมกันเคลียดอยู่  และพวกกองโจรเวียตกงได้เปิดการรบใกล้เมือง  เมื่อวันที่  22  เมษายน  การสู้รบเป็นการปะทะขนาดใหญ่   ห่างจากไซ่ง่อนระหว่าง  10  ถึง 70  กิโลเมตร  ในการรบครั้งใหญ่ที่สุด  ทหารเวียตนามใต้สังหารพวกเวียตกงใกล้เมืองโกลงในบริเวณปากแม่น้ำโขง  ห่างจากไซ่ง่อนไปทางใต้  70  กิโลเมตร ได้  115  คน  ทหารรัฐบาลซึ่งมียานเกราะคอยสนับสนุนยึดได้อาวุธหนัก  และเบา 30 ชิ้น
       ขณะเดียวกันถัดออกไปทางเหนือ  พวกเวียตกงซึ่งตั้งมั่นอยู่ในคูรบตรึงหน่วยทหารอเมริกา ตั้งแต่เย็นวันจันทร์ที่  15  จนยันเวลา  12.00 น.  ของวันใหม่ที่เมืองลองอันถัดไซ่ง่อนขึ้นไปทางเหนือ 30  กิโลเมตร
       โฆษกอเมริกาแจ้งว่า  พบศพเวียตกงในสนามรบ 35 คน  ทหารอเมริกาตาย  8  คน  บาดเจ็บ 6  คน  หน่วยทหารอเมริกาหน่วยนั้น  เป็นหน่วยกองพลที่  9  ได้ยกกันเข้าบริเวณนั้นด้วยเฮลิคอปเตอร์  เมื่อโดนข้าศึกโจมตี  ทหารอเมริกาได้ยกไปหนุน  แต่ต้องรบอย่างดุเดือดนานหลายชั่วโมง  กว่าจะช่วยหน่วยที่ถูกตรึงอยู่ออกมาได้

รบกันอย่างดุเดือด

       ทางอีกด้านหนึ่ง  หน่วยทหารอเมริกาซุ่มโจมตีข้าศึกใกล้เมืองไลเกถัดจากไซ่ง่อนไปทางเหนือ 48 กิโลเมตร ตอนเช้าวันเดียวกันนั้นสังหารพวกเวียตกงลงได้  19  คน
       พวกกองโจรเวียตกงได้กลับอาละวาดอย่างคึกคักผิดสังเกตแถบใกล้กรุงไซ่ง่อนขึ้นอีก  เวียตกงได้รอบโจมตีที่มั่นทหารอเมริกันเวียตนามใต้  และเกาหลีใต้ในเขตกรุงไซ่ง่อนถึง  7  แห่ง  ภายในเมืองก็เกิดข่าวลือกันว่าพวกคอมมิวนิสต์จะโจมตีไซ่ง่อนครั้งใหญ่อีก  และทหารเวียตนามใต้ทุกหน่วยได้เตรียมพร้อมเต็มที่มา  ต่อมาตำรวจเวียตนามใต้พันกว่าคนได้กวาดล้างแถบต่างๆในกรุงไซ่ง่อน  ที่สงสัยว่าจะมีพวกเวียตกงเข้าไปซุกซ่อนอยู่จับได้พวกเวียตกง  5  คน   และพวกเหล่านั้นเปิดเผยในการสอบสวนว่า  คาดว่าพวกเวียตกงจะเปิดฉากการโจมตีใหญ่ขนาดเดียวกับที่เคยโจมตีมาเมื่อคราววันตรุษ ในวันที่  1 พฤษภาคม  อันตรงกับวันกรรมกรนี้  ประมาณกันว่ากำลังคอมมิวนิสต์  3 กองพลชุมนุมกันอยู่ในระยะโจมตีถึงเมืองหลวง  แต่เจ้าหน้าที่บางคนเชื่อว่า  พวกเวียตกงอาจจะชุมกำลังเอาไว้เพื่อให้เกิดความตึงเครียดอยู่ก่อนแล้วก่อนการร้ายก่อกวนก่อนจะทุ่มกำลังเข้าโจมตี
       ทางด้านเหนือ   ทหารเวียตนามเหนือได้โจมตีที่มั่นคอหนังอเมริกาที่เขา  881  อันเป็นที่มั่นหน้าด่านของปราการเคซานห์  ข้าศึกได้เข้าล้อมเขาไว้เมื่อตอนกลางคืนระดมยิงด้วยห่าปืนครก และรุกเข้าไปห่างจากรั้วค่ายเพียง  100  เมตร  เข้าประชิดจนคอมหนังอเมริกาไม่อาจจะเรียกเครื่องบินช่วยโจมตีต้านทานได้  แต่คอหนังบาดเจ็บล้มตายเพียงเล็กน้อยเนื่องจากอาศัยคูลึกและหลุมใหญ่กำบัง  ทหารเวียตนามใต้ระดมขว้างด้วยระเบิดมือ  200 กว่าลูก แต่ส่วนใหญ่ปาไม่ถึง
       พร้อมกันนั้นถัดไปทางตะวันตก  เวียตนามเหนือได้ระดมยิงที่มั่นคอหนังและทหารม้าแถบรอบๆปราการเคซานห์ด้วยจรวดขนาด 122  มม.  คอหนังบนเขา  881  แจ้งว่า  เห็นข้าศึกยิงจรวดมาจากที่ตั้งใกล้พรมแดนลาวที่เมืองดานังมีร่องรอย   ส่อว่าการถล่มด้วยระเบิดนาปาล์ม  แถบรอบๆปราการเคซานห์ไม่สู้ได้ผล  เพราะทหารเวียตนามเหนือจำนวนมากได้กลับเข้าไปชุมนุมกันอยู่ใหม่อีก
       

บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #25 เมื่อ: เมษายน 30, 2013, 08:13:29 AM »


รังใหญ่ที่สุดของเวียตนามเหนือ

       รังใหญ่ที่สุดของทหารเวียตนามเหนือ  ในเวียตนามใต้แถบลุ่มน้ำอาชอ  ได้ถูกพลร่มเวียตนามใต้บุกแล้ว  โฆษกรัฐบาลเวียตนามใต้แจ้งว่า  พลร่มได้เข้าบุกเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงใหญ่  ไปยังมณฑลต่างๆทางเหนือของเวียตนามใต้ซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตรายของทัพเวียตนามเหนืออย่างหนัก  รวมทั้งทัพเวียตนามเหนือที่กำลังประชิดเมืองเว้อยู่  วงการเจ้าหน้าที่สืบราชการลับอเมริกาประมาณว่า  ทัพเวียตนามเหนือจำนวนระหว่าง  7000 ถึง  10000  คน  ได้ซ่องสุมอยู่ในแถบอันเต็มไปด้วยป่าทึบ ยาวตั้งแต่พรมแดนลาวเกือบจดเมืองเว้
       ปฏิบัติการเข้าบุกรังใหญ่ของเวียตนามเหนือครั้งนี้มีชื่อว่า  “ลำซอน 216”  นับเป็นการเข้าบุกรังคอมมิวนิสต์ของทหารพันธมิตรขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก  ในระยะเวลาสองปีกว่ามานี้
       เวียตนามเหนือได้ยึดครองบริเวณแห่งนั้น  มาตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ.2509  เมื่อตีค่ายทหารอเมริกาแห่งหนึ่งตกลง  และทำให้อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆต้องทิ้งค่ายไป  และได้ตัดถนนถาวรไปเชื่อมฐานลำเลียงในลาว  ทั้งได้ตั้งปืนต่อสู้อากาศยาน  37 มม.  อันทันสมัยเข้ามาป้องกันรักษาด้วย  ปืนต่อสู้อากาศยานแบบนี้ได้ยิงพิฆาตเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินๆ ต่ำและความเร็วน้อยต่างๆ อย่างแม่นยำ  พลร่มเวียตนามใต้ได้เริ่มเข้าบุกแต่วันศุกร์ก่อนแล้ว (ที่  29 มิ.ย. 11)  และเป็นปฏิบัติการขนาดใหญ่
       ขบวนรถลำเลียงและรถถังบางคันของคอมมิวนิสต์ได้พบเห็นในแถบนั้นเสมอ  เจ้าหน้าที่สืบราชการลับอเมริกาเชื่อว่าเวียตนามเหนือได้เคลื่อนกองพันยานเกราะเข้าสู่เวียตนามใต้ ทางพรมแดนด้านเหนือจำนวนมาก ระหว่าง 4 ถึง 6 กองพัน  และส่วนใหญ่เชื่อว่าคงชุมนุมกันอยู่ในรังใหญ่แห่งนั้น  หรือไม่ก็คอยอยู่ในลาว เพื่อจะเข้าโจมตีตัดข้ามถนนสายที่  547  อันเป็นทางตัดผ่านเข้าไปแถบนั้น รังเวียตนามเหนือแห่งนั้น  โดยถูกฝูงบินทิ้งระเบิดขนาดหนัก  บี. 52  ของอเมริกา  ไปถล่มอย่างไม่ปราณีถึงสามอาทิตย์แล้วอย่างสด ๆ ร้อน ๆ  แล้วเช้าตรู่วันต่อมาก็ไปถล่มอีกสองเที่ยว  เทไข่นรกเป็นตันลงสู่ค่ายทหาร รถบรรทุก  คูรบและที่ตั้งปืนต่อสู้อากาศยาน

ที่มั่นลาวถูกตีแตกสามสิบกว่าแห่ง สีหนุส่งทหารไปปราบกบฏชาวเขา

       เวียตนามเหนือตอบข้อเสนอของอเมริกา เรื่องสถานที่สำหรับพบปะพูดจากันขั้นแรกแล้ว  อุปทูตเวียตนามเหนือเชิญทูตอเมริกาไปพบในสถานทูตที่เมืองหลวงลาวแล้วยื่นคำตอบให้  กระทรวงการต่างประเทศอเมริกาเผยว่ายังตกลงกันไม่ได้เช่นเคย  ในขณะที่วงการนักการทูตอาวุโสตะวันตกเชื่อกันว่าคอมมิวนิสต์จะโหมการรบขึ้นทั่วทั้งอินโดจีน  และเจ้าสีหนุผู้นำกัมพูชา  ร้องโวยวายขึ้นแล้วว่า  สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนสองจังหวัดร้ายแรงหนัก  จะต้องส่งทัพกำลังพลเกือบครึ่งหมื่นไปรับมือด่วน  พร้อมกันนั้นทัพคอมมิวนิสต์ได้โจมตีที่มั่นรัฐบาลลาวใกล้ทางโฮจิมินห์แห่งต่างๆ แตกทีละแห่งสองแห่ง
       พร้อมกันนั้น  วงการนักการทูตตะวันตกอาวุโสในเมืองหลวงของลาวเชื่อว่า  คอมมิวนิสต์จะต้องยอมเจรจา ความเห็นของบรรดานักการทูตในกรุงเวียงจันทร์  เกิดในขณะที่ทัพพันธมิตรในเวียตนามกำลังเตรียมรับการโจมตีใหญ่แถบกรุงไซ่ง่อนครั้งใหม่และลาวก็กำลังเตรียมรับการบุกขนาดใหญ่ของทัพเวียตนามเหนืออยู่
ตามข่าวในไซ่ง่อน เวียตนามเหนือมีกำลังพลอยู่ 2 กองพลในระยะโจมตีถึงเมืองหลวงเวียตนามและในลาวเองแม้ว่าการรบจะซาลงเมื่อเร็วๆนี้ แต่กองทัพรัฐบาลก็ต้องเผชิญกับทัพเวียตนามเหนือซึ่งวงการทหารตะวันตกกล่าวว่า กำลัง มีกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และพร้อมกว่าเมื่อปีกลายเสียอีก  ทัพเวียตนามเหนือได้ตีที่มั่นรัฐบาลแตกมาแล้วหลายแห่ง  และกำลังกดดันหนักในการรบนับว่าไม่เคยเป็นมาก่อนในการรบระยะสองสามปีมานี้ในลาว 
       วงการเจ้าหน้าที่ทางทหารของลาว ในกรุงเวียงจันทร์เปิดเผยในวันเดียวกันว่า  ทัพเวียตนามเหนือกำลังขับไล่ทหารรัฐบาลจากแขวงสำคัญ  เป็นการแสดงว่าเวียตนามเหนือกำลังเปิดให้ทางโฮจิมินห์ตอนผ่านลาวเข้าเวียตนามใต้  อยู่วงการเผยว่าคอมมิวนิสต์ตีที่มั่นรัฐบาลในแขวงซำเหนือ ยื่นเข้าไปในดินแดนของเวียตนามเหนือ  ตอนตะวันออกเฉียงใต้ของฮานอยแตกมา  22  แห่งแล้ว  ทหารรัฐบาลได้อาศัยที่มั่นเหล่านี้เรียกเครื่องบินไปโจมตีทางอากาศรังควานเวียตนามเหนือหรือ พวกลาวแดงที่เคลื่อนผ่านแถบนั้น  ที่มั่นเหล่านั้นลำเลียงด้วยเฮลิคอปเตอร์ วงการกล่าวว่าที่มั่นเหล่านั้นโดนกวาดล้างนับว่าเป็นอันตรายกับเวียตนามใต้ยิ่งกว่าลาวเอง  วงการเชื่อว่าขณะนี้ฐานทัพลาวที่เมืองซำทอง  ถัดจากกรุงเวียงจันทร์ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ  120  กิโลเมตร  คงกำลังโดนถูกกดบีบอย่างหนัก  ในแง่ของเวียตนามใต้แล้วต้องเสียที่มั่นรัฐบาลลาวเหล่านี้ หมายความว่า  ทำให้คอมมิวนิสต์สามารถลำเลียงอาวุธ  และสัมภาระไปให้พวกเวียตกงได้สะดวกขึ้น
     พร้อมกันนั้นเจ้าสีหนุผู้นำของกัมพูชาร้องเมื่อต้นอาทิตย์นี้ว่า การกระด้างกระเดื่องในจังหวัด รัตนคีรีและสตรึงเตร็งทางตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา ร้ายแรงหนักอาจจะต้องส่งตำรวจและหน่วยรักษาดินแดนไปหนุนกำลังทหารในแถบนั้นอีก 4000  คน  เขากล่าวในการตรวจสอบสถานการณ์รบพุ่งทั้งกับพวกคอมมิวนิสต์และพวกกองโจรฝ่ายขวาภายในประเทศว่าสถานการณ์ในเขตอื่นๆ ก็คับขันเหมือนกัน 
       เจ้าสีหนุรายงานว่าพวกชาวเขาได้ร่วมมือกับต่างชาติคือเวียตนามและลาว  “ทำร้ายกัมพูชาและต้องการดินแดนของเรา”  พยายามจะขับล่าชาวกัมพูชาออกจากจังหวัดรัตนคีรี  นอกจากนั้นต่างชาติยังได้ช่วยเหลือชาวเขาอีกพวกหนึ่งมุ่งจะเอาจังหวัดรัตนคีรีและสตรึงเตร็งเป็นของลาว  เขาอ้างว่าพบหลักฐานมากมายแสดงว่า  พวกลาวแดงและเวียตนามบงการอยู่เบื้องหลัง  พวกชาวเขาจับตัวแทนลาวแดงและเวียตนามไปดำเนินคดีหลายรายแล้ว อย่างไรก็ดีเจ้าสีหนุไม่ได้ระบุว่าเวียตนามที่เอ่ยหมายถึงคอมมิวนิสต์หรือนิยมไซ่ง่อน  แต่การที่เอ่ยถึงพวกลาวแดงและกล่าวว่าพวกเวียตนามเหนือร่วมมือกับลาวแดง ส่งว่าหมายถึงเวียตนามเหนือ

ทัพคอมมิวนิสต์ประชิดเมืองเว้อีก ระดมยิงตัวเมืองครั้งใหม่

   กรุงไซ่ง่อนเมืองหลวงของเวียตนามใต้ตกอยู่ในภาวะคับขันหนัก กำลังคอมมิวนิสต์ชุมนุมกันอยู่รอบๆด้าน  เตรียมจะเข้าโจมตีใหญ่ไม่รู้ว่าในวันหรือในพรุ่ง ถึงกับต้องใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนัก บี.52  ไอพ่น 8 เครื่องยนต์  ขนลูกระเบิดไปปูพรมเทกระจาดใส่  เป็นการสกัด  ทางด้านเหนือขึ้นไปทัพคอมมิวนิสต์ที่รังใหญ่ที่สุด เริ่มเปิดฉากโจมตีเมืองเว้ ระดมยิงสนามบินในเขตวังโบราณแล้ว
       ฝูงบินทิ้งระเบิดขนาดยักษ์ของอเมริกาแห่กันไปถล่มชุมนุมทหารคอมมิวนิสต์  หน้าประตูไซ่ง่อนเมื่อวันศุกร์ห่างเพียง 40 กิโลเมตร  นับว่าเป็นการทิ้งระเบิดของเครื่องบินทิ้งระเบิดป้อมบินยักษ์ใกล้เมืองหลวงที่สุดในรอบระยะเวลาหลายอาทิตย์มานี้  เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวได้ยินถนัดในกรุงไซ่ง่อน การถล่มด้วยเครื่องบิน บี.52 เกิดในขณะที่การรบเกือบจะรอบไซ่ง่อนและกำลังตึงเครียดหนัก  เนื่องจากเตรียมรับการโจมตีใหญ่อีกของพวกเวียตกง  รัฐบาลเวียตนามใต้สั่งทหารและตำรวจเตรียมพร้อมเต็มที่  เพื่อจะรับกับการโจมตีและห้ามชาวเมืองออกนอกบ้านตั้งแต่สามทุ่มจนยันรุ่ง
       พร้อมกันนั้นฝูงเครื่องบินอเมริกาที่โจมตีข่ายคูรบขนาดใหญ่ของคอมมิวนิสต์ห่างไซ่ง่อนประมาณ 40 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อวันพฤหัส  รายงานว่าสังหารคอมมิวนิสต์  18 คนและการเข้ากวาดล้างต่อมาของทหารราบกองพลที่  25  อเมริกาพบคูรบคอมมิวนิสต์โดนทำลายถึง  99  แห่ง  การปะทะกันแถบรอบกรุงไซ่ง่อนเมื่อวันพฤหัสทหารอเมริกาตายไม่ต่ำกว่า  10  คน และบาดเจ็บอีก  92 คน  หน่วยกำลังอเมริกายังคงลาดตะเวนในระยะโจมตีถึงกรุงไซ่ง่อนอย่างเข้มงวด การปะทะระหว่างทหารอเมริกากับทหารประจำการเวียตกง  หรือเวียตนามเหนือ  แถบรอบกรุงไซ่ง่อนชักถี่ขึ้นตอนใกล้ปลายสัปดาห์  และลือกันว่าพวกเวียตกงจะเข้าโจมตีเมื่อวานหรืออาจเร็วกว่านั้น
       ขณะเดียวกันวงการอเมริกาที่ทราบเรื่องดีเผยว่า  กองพลเวียตนามเหนืออันเข้มแข็งของกองพลหนึ่งใน 3 กองพลที่ล้อมปราการคอหนังเคซานห์ไว้นาน  70  วัน  ได้รับการติดอาวุธใหม่และเริ่มระดมยิงปราการอีก  กองพลที่  305  ของข้าศึกซึ่งเชื่อกันว่า  โดนเครื่องบินอเมริกาโจมตีทิ้งระเบิด ล้มตายอย่างย่อยยับ ได้รับการหนุนใหม่จากเวียตนามเหนือ และได้ระดมยิงปราการด้วยจรวดทุกวัน  อย่างไรก็ดีเคซานห์ได้เปลี่ยนฐานะไปแล้วไม่ใช่เป็นฐานทัพสู้รบหากเป็นค่ายส่งกำลังบำรุง คอยป้อนเสบียงอาหารให้กับกองพลทหารม้าที่ 1 อเมริกาซึ่งกำลังของกองพลนี้ได้กระจัดกระจายอยู่ตามเขาต่างๆ  ริมทางสายที่ 9 ไปยังลาว
       ในวันเดียวกันนั้นกองบัญชาการทหารลาวที่เมืองสวันเขต  ได้ส่งขบวนรถถังไปยังหมู่บ้านซงขอน ซึ่งที่มั่นทหารรัฐบาลโดนทหารคอมมิวนิสต์โจมตี  แตกลงสองแห่ง  เมื่อวันพฤหัสบดีกำลังทหารคอมมิวนิสต์จำนวน 1 กองพัน  ได้โจมตีหมู่บ้านนั้นเมื่อวันพุธ  ทหารรัฐบาลที่ที่มั่นทั้ง  2  จำนวนประมาณ  2 กองร้อยรักษาที่มั่นอยู่ได้  24 ชั่วโมง แต่ต้องถอยเมื่อวันพฤหัสบดี  กองบัญชาการที่สวันเขตได้ส่งทหารจำนวน  1  กองพัน  พร้อมด้วยรถถังยกกันไปตามทางสายที่  13  เพื่อไปหนุนกำลังกองทหารที่โดนล้อมเหล่านั้น

ญวนเหนือฉวยโอกาส ลำเลียงหนัก บี.52 เทกระจาดระเบิดกรุงไซ่ง่อน

       เกิดลือกันว่าอเมริกายอมโอนอ่อนให้กับคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือแล้ว ยอมรับกรุงวอซอร์เป็นที่พบปะเจรจาขั้นแรกระหว่างกัน  ตามที่เวียตนามเหนือเรียกร้อง  แต่อเมริกาเองคงกล่าวว่ายังคงตกลงกันไม่ได้ตามเคย  ในขณะที่เวียตนามเหนือฉวยโอกาสยั้งมือการโจมตีทางอากาศได้ระดมลำเลียงยุทธสัมภาระเข้าสู่เวียตนามใต้มากเป็นประวัติการณ์  ทางด้านวงการเมืองในอเมริกา  ขณะกำลังเริ่มเข้มข้นยิ่งขึ้น   หลังจากประธานาธิบดีจอห์นสัน  ประกาศลาโรงรองประธานาธิบดีฮูเบิร์ต ฮัมฟรีย์  ประกาศตัวโดดเข้าช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปอีกคนหนึ่งแล้ว  กล่าวว่าจะเจริญรอยตามจอร์นสัน
        วงการในกรุงไซ่ง่อนเปิดเผยเมื่อวันเสาร์นี้ว่า  เวียตนามเหนือกำลังระดมลำเลียงยุทโธปกรณ์ลงสู่เวียตนามใต้เป็นปริมาณมากเป็นประวัติการณ์  ระหว่างที่อเมริกายั้งมือการโจมตีทางอากาศในเวลานี้  นักบินเครื่องบินตรวจการอเมริการายงานว่าเห็นรถบันทุกของเต็มเพียบ  แล่นตามทางโฮจิมินห์ผ่านลาวตั้งแต่ได้ยั้งมือการโจมตีทางอากาศไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่  30 เดือนก่อน 10000 คันแล้ว  วงการเผยว่า คอมมิวนิสต์เคยลำเลียงครั้งมากที่สุดเมื่อตอนเดือนธันวาคมกับมกราคมที่แล้วเป็นจำนวนระหว่าง 8000 คันเท่านั้น    นักบินแจ้งว่ารถบรรทุกเหล่านั้นล้วนแต่เป็นรถขนาดใหญ่  ขนาดระหว่าง 1 ตันครึ่ง 2 ตัน ไปถึง  5 ตัน
        เพื่อจะสกัดการระดมลำเลียง  ของเวียตนามเหนือนักบินเครื่องบินทิ้งระเบิดและขับไล่อเมริกาได้บินไปโจมตีเส้นทางลำเลียงในลาวตลอดวันตลอดคืน  อย่างไรก็ตาม การโจมตีตามปรกติสามารถจะทำลายยุทโธปกรณ์ลงได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์
       ในเวียตนามใต้  คลื่นเครื่องบินทิ้งระเบิดกองทัพอเมริกา บี.52  ได้ไปถล่มรังพวกเวียตกงทางสองด้านของไซ่ง่อน  ในการโจมตีประสานเพื่อทำลายทหารข้าศึกในรัศมีโจมตีถึงไซ่ง่อน  ข่าวลือราชการลับกล่าวว่าพวกเวียตกงกำลังเตรียมจะโจมตีไซ่ง่อนใหญ่แบบเดียวกับเมื่อคราวตอนตรุษอีก  แต่แม้จะมีข่าวเช่นนั้นยังมี แต่เพียงการโจมตีขนาดเล็กประปรายตามชานกรุงไซ่ง่อนเท่านั้น  การปะทะใหญ่กลับเป็นที่ใต้เขตปลอดทหารใกล้เมืองคอนเทียน  เมื่อหน่วยลาดตะเวนเล็กๆ  ของอเมริกาได้ปะทะกับทหารเวียตนามเหนือ สังหารข้าศึกลงได้ 72 คน คอหนังเองเสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บ 17 คน
       ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่แล้วมา  นับรวมเครื่องบินทิ้งระเบิด บี .52  ของอเมริกาได้ไปถล่มลูกระเบิดใส่ที่มั่นพวกเวียตกงทางตะวันตกเฉียงเหนือ  และตะวันออกเฉียงเหนือของไซ่ง่อน  เป็นล้านๆ กิโลกรัม  มาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ลำ  และหากนับรวมกันเป็นเวลาสองวันที่แล้วจะรวมการโจมตีเป็นทั้งหมด 10 เที่ยว
       ทหารอเมริกาและเวียตนามใต้สังหารพวกเวียตกงลงได้เมื่อวันเสาร์ 66 ศพ  ในการปะทะใกล้กับกรุงไซ่ง่อน  ในขณะที่เมืองหลวงเวียตนามใต้เองยังคงตกอยู่ภายใต้ความหวาดหวั่นจะโดนพวกเวียตกงเปิดการโจมตีใหญ่อยู่  รายงานข่าวสืบราชการลับอันใหม่ยืนยันว่า  พวกเวียตกง  จะเปิดการโจมตีใหญ่แบบกับเมื่อคราวตรุษซ้ำอีก  แต่มาเมื่อกระทั่งเช้าวาน  ยังคงไม่มีข่าวว่าข้าศึกเริ่มโจมตีในเขตเมืองแต่อย่างใด
       การปะทะหลังสุดเกิดห่างจากไซ่ง่อน  26  กิโลเมตร ทหารราบเวียตนามใต้กรมที่ 46  ได้รบกับพวกคอมมิวนิสต์ทางใต้ไซ่ง่อน 26 กิโลเมตรทั้งวัน สังหารข้าศึกได้ 51 คน จับได้อีก 12 คน  และในการปะทะอีกแห่งหนึ่ง ทหารกองพลน้อยราบเบาที่ 199  อเมริกาสังหารพวกเวียตกงลงได้อีก  14  คน  ทางห่างจากไซ่ง่อน  18  กิโลเมตร  ทหารอเมริกาตาย 5 คน บาดเจ็บ 7 คน  ทั่วไปตามที่แห่งอื่นการรบค่อยเซาลง  นอกจากทหารราบอเมริกาได้ยิงสู้กับเวียตนามเหนือ ทางตะวันตกของเมืองคอนตูมไป 40 กิโลเมตร  ในแถบที่ราบสูงใกล้กับพรมแดนกัมพูชาทั้งวัน
 
บันทึกการเข้า
หลังเขา
นักรบไร้สังกัด
นายพล
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1401

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 30 : Exp 41%
HP: 0.1%


คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ


« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2013, 10:23:24 PM »

ขอบคุณครับ 

ถ้าเป็นหนังสือเก่าหายากก็ลงเถอะครับ  คงมีไม่กี่คนที่สามารถหาอ่านได้  ผมเองยังหาได้แค่บางเรื่องเอง
บันทึกการเข้า

"ประสพการณ์" ไม่มีขาย อยากได้ ต้อง "ลุย" เอง

winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #27 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2013, 02:42:15 AM »

เวียตนามเหนือต่อสู้ด้วย ปตอ. เรดาร์ พันธมิตรยึดไว้ได้แล้วสองในสาม

       ศึกใหญ่ระเบิดขึ้นแล้วในสงครามเวียตนาม  ไม่ว่าอเมริกากับเวียตนามเหนือ จะตกลงสถานที่สำหรับการพบปะเจรจาขึ้นแรกกันได้หรือไม่ ทัพอเมริกาและเวียตนามลำเลียงด้วยเฮลิคอปเตอร์ครึ่งพันลำยกเข้าหุบเขาอาชอ  ฐานทัพใหญ่ที่สุดของเวียตนามเหนือจำนวนทั้งหมด  100,000  คน  ซ่องสุมอยู่ คอมมิวนิสต์  ใช้ปืนต่อสู้อากาศยานควบคุมด้วยเรดาร์  ถล่มเฮลิคอปเตอร์อเมริกาพินาศไป  30  ลำ  แต่ทัพพันธมิตร สามารถยึดไว้ได้สองในสามแล้ว

       รายงานข่าวกรุงไซ่ง่อนว่า ทหารม้าอากาศอเมริกาที่ 1 ได้ยกกันเข้าตีหุบเขาอาชอ อันเป็นปราการใหญ่ที่สุดของเวียตนามเหนือในเวียตนามใต้มา 2 ปีแล้ว  แต่ต้องพบกับการต่อต้านอย่างดุเดือดของคอมมิวนิสต์  ใช้ปืนต่อสู้อากาศยานควบคุมด้วยเรดาร์  ถล่มเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทหารอเมริกาพินาศเสียหายอย่างหนัก  ขณะที่พยายามจะส่งทหารม้าอากาศลงดูตามเชิงเขา  ศึกใหญ่ครั้งนี้ปะทุแต่ถูกปกปิดไว้เป็นความลับ  ในจำนวนเฮลิคอปเตอร์  500  ลำ  โดนยิงเสียหายไปแล้ว  30  ลำ  นับเป็นการเสียหายหนักที่สุดครั้งหนึ่ง  ของทหารอเมริกาในชั่วระยะเวลาอันสั้น เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่ถูกยิงตก  เป็นแบบเฮลิคอปเตอร์ปั้นจั่นยักษ์เพิ่งโดนยิงตกเป็นลำแรก  ส่วนลำอื่นถึงแม้จะบินสูงถึง 6000  ฟุต  เหนือเมฆก็ยังโดนยิงจนได้  ส่อว่าเวียตนามเหนือยิงเอาด้วยปืนต่อสู้อากาศยานติดเรดาร์ บางลำโดนยิงด้วยปืนกลและปืนอัตโนมัติ  จากรังปืนที่ซุ่มอยู่อย่างมิดชิดตามต้นไม้ในหุบเขาแคบๆแห่งนั้น
       ทหารกองพลน้อยของกองพลทหารม้าอากาศอเมริกาที่  1  ได้เริ่มเข้าบุกด้วยการยึดหัวหาดสำหรับเป็นที่ลงของเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงตามยอดเขาริมด้านเหนือของหุบเขาก่อน  เพราะความกันดารของภูมิประเทศ    ต้องเสียเฮลิคอปเตอร์ไปอีกหลายลำเนื่องจากต้องลงในที่จำกัด  บางลำต้องลงในหลุมระเบิด  ปืนต่อสู้อากาศของคอมมิวนิสต์  ได้ระดมยิงต้านทานเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงระลองแรกอย่างหนัก   ตกไปไม่ต่ำกว่า  10  ลำ  และเสียหายอีก  12  ลำ อย่างไรก็ดีไม่มีการเปิดเผยเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกยิงพินาศและเสียหายทั้งหมด  อย่างไรก็ตามจำนวนทหารบาดเจ็บล้มตายในการรบทางภาคพื้นดินมีเพียงเบาบาง  ทหารม้าอากาศเจอการต้านทานส่วนใหญ่จากพวกซุ่งยิงเท่านั้น  “พวกข้าศึกคงถือคติว่า  ถ้าจะกำจัดทหารราบต้องยิงเฮลิคอปเตอร์เสียก่อน”  ร้อยโทลอเรนส์ รัสเซลล์แห่งกองพลทหารม้าอากาศกล่าว
       โฆษกทหารอเมริกาแจ้งว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีชื่อว่า  “ปฏิบัติการเคลาแวร์”  ทำประสานกับทหารเวียตนามซึ่งปฏิบัติการทางแถบริมด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเว้  ปฏิบัติการวันแรกใช้เฮลิคอปเตอร์  50 ลำ ลำเลียงทหารม้าอากาศ 1 กองพันพ้นจากยาวอีนส์  อยุ่ห่างจากหุบเขาทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ  50  กิโลเมตร  ยกไปลงที่ลาดเขาริมขอบหุบเขาอันปรุไปด้วยหลุมระเบิดทหารม้าอากาศพบการต่อต้านจากคอมมิวนิสต์เพียงเบาบางบนพื้น  หลังจากทหารหน่วยแรกกวาดล้างแถบนั้นแล้ว  เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงระลอกที่สอง  80  ลำ  ก็ลำเลียงกองพันที่ 2  ไปลงยังอีกแห่งหนึ่ง  เวียดนามเหนือได้ระดมยิงด้วยปืนต่อสู้อากาศยานอย่างหนักแต่ไม่ร้ายแรงเหมือนระลอกแรกในวันรุ่งขึ้นกองร้อยอีกกองร้อยหนึ่งก็ยกลงไปในเขตที่สาม อยู่ต่ำกว่าเขตอื่นประมาณ  1.6  กิโลเมตร  บริเวณเหล่านั้นฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนัก บี.52  ของอเมริกาได้เทกระจายปูพรมไว้ก่อนแล้ว
       เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทหารอเมริกาเข้าไปลงมาได้สามวันก็มีเมฆหมอกปกคลุมหนาทำให้ไม่อาจลำเลียงทหารเข้าไปได้เป็นเหตุให้ทหารอเมริกาที่ถูกลำเลียงเข้าไปก่อนแล้วตกอยู่ในอันตรายเพราะมีกำลังน้อย  แต่ทหารคอมมิวนิสต์ไม่ได้เข้าโจมตี ในวันที่  21 ทหารม้าอากาศได้ทิ้งหัวหาดและรุกคืบหน้าไปทางใต้เกือบ 3.2  กิโลเมตร  ตั้งที่ลงทางลาดด้านตะวันออกของหุบเขา  หน่วยทหารอเมริกาจำนวน  400  คน  รายงานว่าถูกคอมมิวนิสต์ ลอบยิงเบาบางระหว่าง เคลื่อนที่ลงไปยังแห่งใหม่และได้พบรถถางป่า 2 คัน กับรถบรรทุกอีก 1 คัน  รถคอมมิวนิสต์ทั้ง 3 คัน  ทำในรัซเซียและเชื่อว่าคอมมิวนิสต์คงเอามาใช้ซ่อมทางลำเลียงเสียหายจากการโจมตีทิ้งระเบิดของเครื่องบินทิ้งระเบิด “ป้อมบิน” ยักษ์ ในคืนวันนั้นคอมมิวนิสต์ ส่งหน่วยลาดตระเวนเล็กๆ มาหยั่งกำลังบริเวณที่ลงแห่งใหม่  และได้ถอยกลับไปเมื่อยิงสู้กันพักหนึ่ง  ครั้นแล้วข้าศึกได้ระดมยิงด้วยปืนครกหลายนัด   
       รายงานข่าวของข้าศึกนี้ล่าสุดแจ้งว่า  ทหารอเมริกาและเวียตนามใต้สามารถยึดพื้นที่หุบเขาไว้ได้ 2 ใน 3 แล้ว  หลังจากที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของคอมมิวนิสต์เป็นชุมทางสำคัญในเส้นทางลำเลียงจากเวียตนามเหนือ ผ่านลาวเข้าสู่บริเวณเมืองเว้  วงการนักสังเกตการณ์ทางทหารกล่าวว่า  นับเป็นขั้นสุดท้ายที่สุดขั้นหนึ่งในยุทธวิธีหันกลับมาเป็นผ่ายรุกของกองทัพอเมริกา  แทนที่จะเป็นฝ่ายรับท่าเดียวในสมรภูมิตามแถบริมเส้นขนานที่  17  หลายเดือนมาแล้ว
       ทหารกองพลน้อยของกองพลทหารม้าที่ 1 อเมริกาได้ยึดที่มั่นตามส่วนใหญ่ๆ  ของหุบเขาตามแนวพรมแดนลาวทางปลายด้านเหนือและ ตะวันตกของเวียตนามใต้เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตรไว้ได้ และพร้อมกันนั้นทหารอีกสองกองพัน  ก็ได้รุกคืบหน้าไปตามก้มหุบเขาที่ปรุไปด้วยหลุมระเบิด  มีเฮลิคอปเตอร์จำนวนมากสนับสนุนอยู่เบื้องบนไปตามป่าเขาของแถบนั้น
       ก่อนหน้าที่จะปฏิบัติการนี้ ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิด บี.52 อเมริกาได้ไปถล่มปูพรมอย่างหนักใส่ที่มั่นทหารเวียตนามเหนือ  ไม่แพ้การถล่มที่มั่นคอมมิวนิสต์โอบล้อมแถบรอบปราการคอหนังเคซานห์  ไกลออกไปทางเหนือประมาณ  80  กิโลเมตร  หน่วยทหารภาคพื้นดิน  พบการต้านทานจากทหารเวียตนามเหนืออย่างเบาบาง  ดูเหมือนว่าข้าศึกได้ถอนออกจากรังในหุบเขามหึมา ซึ่งยึดครองมาตั้งแต่เดือน มีนาคม พ.ศ.2509  ไปแล้ว  อากาศวันนั้นค่อยแจ่มใสขึ้นเป็นครั้งแรก นับแต่เปิดฉากปฏิบัติการมา  นายพลจอห์น ทอลสัน  ผู้บัญชาการกองพลบอกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ว่า  “ ผมรู้สึกเหมือนกับถูกล็อตเตอรี่”
       ตั้งแต่เริ่มเข้าบุกรุกใหญ่ที่สุดของคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือในเวียตนามใต้มา ทหารอเมริกาและเวียตนามใต้สังหารข้าศึกลงได้รวมกัน  300 กว่าคนแล้ว  ทหารอเมริกาจำนวนประมาณ  2,000 คน ตั้งใจจะทำลายฐานทัพส่งกำลังบำรุงของคอมมิวนิสต์แห่งนี้ให้พินาศสิ้น ทหารเวียตนามเหนือได้ติดตั้งปืนต่อสู้อากาศยานไว้อย่างหนาแน่น  และได้ยิงเฮลิคอปเตอร์ตกในการบุกในระลอกแรกรวม  30  เครื่อง  ในจำนวนนี้ถูกทำลาย  15  เครื่อง ขณะเดียวกันกองพันพลร่มเวียตนามใต้ก็บุกเข้าทางด้านใต้เป็นการโจมตีประสานรูปคีมประสบการต่อต้านแต่เพียงเบาบางและได้ทำลายรถบันทุกเวียตนามจำนวน  10 คันลงได้ 1 ขบวน
       ปราการเวียตนามเหนือแห่งนี้ บางส่วนได้ทำเป็นป้อมใต้ดิน และมีถนนตัดเชื่อมกับทางสายใหญ่ต่างๆ เช่นทางสายที่ 922  ตัดไปทางตะวันตกไปยังลาว และทางสายที่  548  ตัดไปทางปราการเคซานห์ จากหุบเขาแห่งนั้น ขบวนลำเลียงทหารเวียตนามเหนือแยกเข้าสู่เขตปฏิบัติการที่ 1 ไปยังเมืองเว้นักบินเครื่องบินตรวจการณ์อเมริกาเห็นสนานบินถึง 3 แห่ง  และยังได้เห็นรถถังและยวดยานทั้งกลางวันและกลางคืนหลายคัน  การที่คอมมิวนิสต์มาตั้งฐานทัพใหญ่ในเวียตนามใต้เช่นนี้เป็นอันตรายใหญ่กับบรรดาใต้เขตปลอดทหารในเขตมณฑลกวางตรี และ เทือเทียนเพราะเกรงว่าวันหนึ่งทัพเวียตนามเหนืออาจจะเปิดฉากการบุกใหญ่และพยายามตัดขาดสองมณฑลนี้ ออกจากเวียตนามใต้
       กองบัญชาการทหารอเมริกาในกรุงไซ่ง่อนแจ้งว่า เครื่องบินทหารสหรัฐนาวีโดนยิงตก ขณะไปโจมตีครึ่งใต้ของเวียตนามเหนือเมื่อวันอาทิตย์  2 ลำ ช่วยนักบินในจำนวนทั้งหมด 3 คนไว้ได้ 2 คน
       ในกรุงไซ่ง่อนโฆษกทหารอเมริกาแจ้งว่าฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิด บี.52  ได้โหมถล่มแถบเมืองเว้ การปฏิบัติการทางพื้นดิน ไม่อาจจะผ่อนการกดดันของทหารเวียตนามเหนือ  ที่ชุมนุมแถบรอบๆ เมืองลงได้ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักได้ไปถล่มทหารข้าศึก 3 แห่ง ขณะเดียวกันฝูงเครื่องบินอเมริกาได้แห่กันไปถล่มขัดขวางการลำเลียงยุทธสัมภาระเข้าสู่เวียตนามใต้ที่กำลังชุกขึ้นไปทางระเบิดสะพาน ซึ่งมีการป้องกันรักษาอย่างแข็งแรงในเวียตนามเหนือ และทำลายสะพานลงได้ 5 แห่ง
ขณะที่การรบชักรุนแรงขึ้นในเวียตนามใต้ แต่อเมริกากับเวียตนามเหนือยังคงตกลงเลือกสถานที่สำหรับการพบปะเจรจากันขั้นแรกไม่ได้เช่นเคย รัสเซียได้กล่าวเตือนอเมริกา  กล่าวหาว่าอเมริกาแกล้งเตะถ่วงเพื่อพยายามจะชิงความได้เปรียบทางทหาร พร้อมกันนั้นจีนแดงกับยุในวันเดียวกัน ให้ผู้นำของเวียตนามสู้ต่อไปจนแตกหัก
       ในวันเดียวกันนั้น รองประธานาธิบดีเวียตนามใต้นายพลอากาศ เหงียน เกากี  ได้แสดงความไม่พอใจกับการที่อเมริกาจะวางมือไปจากเวียตนามอย่างเปิดเผย ประกาศที่เมืองดาลัตว่า “เราจะไม่ยอมให้ประเทศชาติของเราตกอยู่ในเงื้อมมือของคอมมิวนิสต์”  เขากล่าวบอกบรรดานักศึกษาว่าชาวเวียตนามใต้ จะต้องเสียสละอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนและเตือนว่า  “ต่างชาติคนไหนอยากจะถอนไปจากเวียตนามข้าพเจ้าก็บอกว่าไปเสียแต่วันนี้เลย”  เขาไม่ได้เอ่ยชื่อ ‘ต่างชาติ’   ว่าเป็นใคร  แต่เห็นกันได้ว่าส่วนใหญ่หมายถึง อเมริกา  และบอกอย่างเผ็ดร้อนต่อไปว่า  “เราไม่ให้ใครมายอมจำนนกับคอมมิวนิสต์หรือเสียประเทศของเราให้กับคอมมิวนิสต์และไม่ใช่ให้อยู่เพื่อมาเป็นนายของเรา”  คำกล่าวของเขานับว่าแรงที่สุดตั้งแต่เกิดเป็นทุกข์กันในหมู่ชาวเวียตนามว่า  อเมริกาอาจจะวางมือจากเวียตนาม  โดยการยอมเจรจาสันติภาพกับคอมมิวนิสต์ซึ่งอาจบังคับให้รัฐบาลเวียตนามใต้ ต้องยอมให้พวกเวียตกงเข้ามาร่วมรัฐบาลด้วย


“หุบเขามหาภัย”  กับการรบดุเดือดยิ่ง
      ในรอบพฤษภาคม  2511 
   พันธมิตรกับคอมมิวนิสต์ยังคงพันตูกันอย่างดุเดือดกลาง   “หุบผามหาภัย”  ซึ่งพันธมิตรยกพลบุกครั้งแรกในรอบสองปี


ระยะเวลาที่กล่าวนี้ทหารพันธมิตรได้ใช้แผนการศึกด้วยการใช้ปืนใหญ่โต้ตอบออกไป   ขณะเดียวกัน  เกิดการปะทะรอบไซ่ง่อนอีก เพื่อสกัดการคืบหน้าของทหารข้าศึกที่จะมุ่งมาตีเมืองหลวง สหรัฐกับเวียตนามใต้ต้องส่งพลไปรบตามชานเมือง  และเวียตกงหรือคอมมิวนิสต์เริ่มยิงเมืองเว้อีก
       ด้วยการเจรจาทูตสหรัฐประจำเวียงจันทร์ส่งบันทึกลับจากวอชิงตันให้ทูตเวียตนามเหนือแล้ว  คาดว่าอาจเป็นเรื่องการตกลงกันในการเลือกสถานที่เจรจาสงบศึกที่ยังโต้แย้งกันอย่างเคร่งเครียดมาหนึ่งเดือน  (เมษายน พ.ศ. 11)  นับตั้งแต่ประธานาธิบดีจอร์นสันประกาศการเพลาการทิ้งระเบิดและขอเปิดการเจรจา 
       ทางไซ่ง่อนขณะที่กล่าวนี้  ประธานาธิบดีเทียวซึ่งสั่งจับนายเตรืองดินห์ซูคู่แข่งสำคัญ  ยังจับไม่ได้เพราะนายซูเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาล  เลยสั่งให้ตำรวจเฝ้าโรงพยาบาลทั้งวัน  ถ้าอาการดีขึ้นก็จับทันทีในฐานะปากโป้งแนะให้รัฐบาลผสมกับคอมมิวนิสต์
       หลังจากที่สหรัฐกับเวียตนามใต้ยกพลบุก  “หุบผามหาภัยอาเชา”  ในคราวนั้น คอมมิวนิสต์ก็สร้างความพะวักพะวนให้แก่ทหารพันธมิตร  ได้ด้วยการตอบโต้ ระดมยิงเมืองเว้และเคลื่อนพลบุกเข้าไซ่ง่อน  จนสหรัฐกับเวียตนามใต้ต้องส่งกำลังออกไปยันไว้นอกเมือง  ทางเมืองเว้คอมมิวนิสต์ยังไม่เข้าตี เพียงแต่ใช้อาวุธหนักถล่มเป็นวันที่สอง  กองกำลังส่วนหลักที่ป้องกันทางเข้าเมืองเว้อยู่คือทหารหน่วยม้าเหาะที่เคลื่อนเข้าไปบุกคอมมิวนิสต์ในหุบเข้าอาเชาแล้ว
       การยุทธในหุบเขาตามแผน  “ยุทธการเคลาแวร์แลมสัน  216 ”  สหรัฐและเวียตนามใต้ใช้กลยุทธในการรบบีบข้าศึกเป็นรูปคีม  เพื่อไล่ต้อนให้ทหารคอมมิวนิสต์ถอยล่นไปรวมกันอยู่กลางหุบเขา  และจะได้ทิ้งระเบิดหรือบุกตีกระหนาบได้
       ชั่วการรบระยะแรก  ซึ่งเฮลิคอปเตอร์สหรัฐถูกยิงตกไป 17 เครื่องนั้น  คอมมิวนิสต์คอมมิวนิสต์เสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า  300  คน  ฐานทัพสำคัญของคอมมิวนิสต์แห่งนี้ ถูกโจมตีภาคพื้นดินโดยไม่ได้ตั้งตัวจากการบุกเข้าไปในค่ายบางแห่งมีหลักฐานว่าคอมมิวนิสต์เพิ่งจะถอนตัวเข้าไปอยู่ในป่าทึบเพียงไม่กี่นาที  ก่อนหน้าที่ทหารพันธมิตรจะไปถึงเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยทหาร”ม้าเหาะ” 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2013, 07:27:54 PM โดย winggo » บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #28 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2013, 07:30:22 PM »

ตามลาดเนินต่างๆ  และเริ่มกวาดล้างบีบกระชับกำลังข้าศึกเข้าหากันเป็นรูปคีม  โดยเริ่มเข้าโจมตีจากทางด้านเหนือก่อน
       อย่างไรก็ดี  เวียตนามเหนือหรือเวียตกงหรือคอมมิวนิสต์ได้ใช้ปืนต่อสู้อากาศยานยิงสกัดเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐอย่างหนาแน่น  พลร่มเวียตนามใต้สามกองพันได้เคลื่อนเข้าตีทางด้านตรงข้ามกับสหรัฐเพื่อบีบให้กำลังทหารข้าศึกตกอยู่กลางวงล้อมและจะให้ทำลายเสียด้วยระเบิดหรือไม่ก็บุกเข้ารบภาคพื้นดินพร้อมกับเวียตนามเหนือรบพลางถอยพลาง  เพราะแม้ว่าจะมีกำลังมากกว่าหมื่นคนก็จริง แต่หาได้อยู่เป็นกลุ่มก้อนไม่  คงกระจัดกระจายเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย  กำลังทหารพันธมิตรพยายามเข้าคุมเส้นทางแยกจากเส้นทางโฮจิมินห์ ซึ่งมีมากมายหลายสายตัดผ่าเข้ากลางหุบเขา และเข้าสู่ทางหลวงสาย 922  เพื่อตัดการลำเลียงพลของพวกคอมมิวนิสต์
       ทางด้านเมืองเว้ซึ่งแต่เดิมทหารม้าอากาศสหรัฐทำหน้าที่รักษาหน้าด่านอยู่  เพื่อกันคอมมิวนิสต์เข้าตีอีกครั้งและได้ถอนกำลังส่วนใหญ่  ไปบุกหุบเขามหาภัยอาเชานั้น  ข้าศึกได้ตอบโต้การรุกหน้าของสหรัฐด้วยการใช้เครื่องยิงระเบิดถล่มใส่ภายในป้อมโบราณของเมืองเว้อีก    ระเบิดขนาด 82 ม.ม  ตกลงไปในป้อมที่ทหารเวียตนามใต้ยึดเป็นกองบัญชาการอยู่  และนอกจากนั้นยังยิงทำลายที่จอดรถลำเลียงสนามบิน
       ส่วนทางด้านไซ่ง่อน  กำลังทหารคอมมิวนิสต์เริ่มเคลื่อนใกล้เมืองเข้าไปอีก  เพื่อเตรียมการโจมตีครั้งใหม่สหรัฐกับเวียตนามใต้ได้ส่งทหารไปยันไว้นอกเมืองและได้เกิดปะทะกันหลายจุด
       การรบหนักได้เกิดที่เมืองคูชี  ห่างจากเมืองหลวงเพียง  20 ไมล์  ทางตะวันตกเฉียงเหนือ  คอมมิวนิสต์เสียชีวิตไป 76  คนโดยรบกันถึง 6 ชั่วโมง  ปืนใหญ่ เฮลิคอปเตอร์  และเครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐได้เข้าสนับสนุนการรบด้วย
       ข่าวขณะนี้ที่เวียงจันทร์  เอกอัครราชทูตสหรัฐ นายวิลเลี่ยม  ซุลลิแวน  ได้มอบหนังสือลับจากวอชิงตันให้เหงียนคองผู้แทนทางการทูตของเวียตนามเหนือประจำลาวแล้ว  คาดว่าคงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่เจรจาซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ทั้งสองฝ่าย  เพราะต่างก็จะเกี่ยงเอาสถานที่ๆตนเสนอ
 
กลยุทธต่างๆที่ควรรู้ของทั้งสองฝ่ายวิธีการแปลกๆเหมือนกับเบื้องหลังการศึกที่มีในรอบปีนี้

เวียงจันทร์เมืองหลวงลาว  เตรียมพร้อมเต็มที่ขณะที่เวียตนามใต้และเวียตนามเหนือฟัดกันเต็มที่  ทางเมืองหลวงลาว  จึงเตรียมพร้อมเพื่อรอรับการโจมตีของทัพคอมมิวนิสต์ในวันกรรมกร (1  พ.ค  11)  จับได้นักก่อวินาศกรรมไปฝึกจบมาจากฮานอย  พร้อมกับปืนคาร์ไบน์  20  กระบอก  ในเวลาที่ศึกใหญ่ถล่มหุบเขามหาภัยอาเชา  ปราการใหญ่ที่สุดของคอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือในเวียตนามใต้ลุกลามไปถึงลาวด้วย  ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดป้อมบินยักษ์  แห่กันไปเทกระจาดขยี้กำลังคอมมิวนิสต์ในลาวเพื่อป้องกันเคลื่อนโอบหลังล้อมทัพพันธมิตรซึ่งปฏิบัติการอยู่ในหุบเขาไล่ๆกันนั้น  ผู้แทนราษฏรลาวได้เปิดเผยว่าจีนแดงได้เคลื่อนพล10,000 คน ในชุดพลเรือน  เข้าสู่ภาคอีสานของลาวเตรียมบุกเวียตนามใต้อีกทัพหนึ่งด้วย

       ทหารของกองบัญชาการป้องกันรักษากรุงเวียงจันทร์  ได้เตรียมพร้อมเต็มที่และบางหน่วยได้ยกออกไปตั้งอยู่นอกเมือง  เพื่อเตรียมรับเจ้าหน้าที่ทหารลาวกล่าวว่า  พวกคอมมิวนิสต์ลาวอาจจะเข้าตีก็ได้  เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า ในระยะหลายวันมานี้  ได้เกิดการปะทะระหว่างทหารรัฐบาลกับพวกคอมมิวนิสต์  ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลกรุงเวียงจันทร์หลายครั้ง  ที่ถนนสาย 213  ใกล้คลังแสงใหญ่ของรัฐบาลถัดเมืองออกไปทางเหนือประมาณ  25.6  กิโลเมตร 
กองบัญชาการป้องกันรักษากรุงเวียงจันทร์ เตรียมพร้อมรับศึกเต็มที่  เพราะวันที่กล่าวนี้  (11  พ.ค 11)    เป็นวันพวกคอมมิวนิสต์ลาวถือเป็นวันชาติ  และฝ่ายรัฐบาลก็ถือเป็นวันรัฐธรรมนูญด้วย
       วงการเจ้าหน้าที่ กระทรวงกลาโหมลาว  เปิดเผยว่า  สถานการณ์สู้รบใกล้เมืองซอนขอนใต้เมืองสวันเขต ประมาณ 40 กิโลเมตร ชักหนักขึ้น  การรบได้เริ่มมาสัปดาห์หนึ่งแล้วในเวลาที่กล่าวนี้  รัฐบาลได้ส่งทหารหนึ่งกองพันพร้อมด้วยขบวนรถถังไปหนุนยังที่มั่นสองแห่ง  แต่ยังไม่ทันถึงที่มั่นทั้งสองนั้น  ก็โดนตีแตกเสียก่อนยังไม่ทราบว่าทหารรัฐบาลรักษาที่มั่นนั้น จะเป็นตายร้ายดีประการใด  แต่วงการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่ามีทหารบาดเจ็บล้มตายบ้าง  รัฐบาลได้เคลื่อนปืนใหญ่  ไปยังบริเวณนั้นเป็นการด่วน
        แม้ว่ากองกำลังทหารอเมริกัน  จะไม่ยอมกล่าวถึงการไปโจมตีทิ้งระเบิดของเครื่องบิน บี .52  ในลาว แต่วงการที่ทราบเรื่องเผยว่า บี .52 ได้แห่ไปถล่มในลาวถึงสองวันซ้อน  ทั้งนี้เพื่อป้องกันทหารเวียตนามเหนือในลาว  ยกมาโอบทหารม้าอากาศอเมริกันในหุบเขาเพราะมีรายงานว่าทหารเวียตนามเหนือจำนวนน่าดูทีเดียวได้ชุมนุมกันอยู่ทางตะวันตกของหุบเขาในลาว  กำลังข้าศึกไม่ต่ำกว่าจำนวน 7 กรม  ได้ตั้งประจันอยู่ทางตะวันออกของหุบเขา
       ยังไม่อาจทราบว่าเวลาที่กล่าวนี้ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักของอเมริกาแห่งไปถล่มในลาวถึง  48  ชั่วโมงไม่รู้ว่ากี่เที่ยว  กระนั้นก็ดีกองบัญชาการทหารอเมริกายังแจ้งว่า  ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดยักษ์ได้ไปโจมตีที่มั่นข้าศึก
       ทัพใหญ่ในเวียตนามใต้ ทัพพันธมิตรเคลื่อนเข้าบุกปราการใหญ่ที่สุดของเวียตนามเหนือในเวียตนามใต้ที่หุบเขาอาชอได้ลุกลามไปถึงลาวเมื่อวันจันทร์สัปดาห์ก่อนฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดยักษ์ บี.52  แห่กันไปถล่มชุมนุมทหารเวียตนามเหนือในลาว  เพื่อป้องกันไม่ให้เคลื่อนเข้าโอบหลัง  ทัพพันธมิตรที่กำลังกวาดล้างอยู่ในหุบเขานั้นได้ ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดไอพ่น 8 เครื่องยนต์  ได้เปลี่ยนจากการปูพรมแถบบริเวณหุบเขาไปยังลาวที่ติดกันเป็นพืด ทหารม้าอากาศอเมริกาเรือนพันในหุบเขาได้ตั้งปืนยิงสนับสนุน  กวาดล้างไปตามหุบเขาเป็นแนวยาว 40 กิโลเมตร เพื่อกวาดล้างทหารเวียตนามออกจากรัง ซึ่งยึดอยู่เป็นเวลานาน
       หุบเขานี้อยู่ถัดจากกรุงไซ่ง่อนไปทางเหนือประมาณ 600  กิโลเมตร  ทอดจากตะวันตกเฉียงเหนือไปยังตะวันออกเฉียงใต้ขนานไปกับพรมแดนลาว  พวกคอมมิวนิสต์ได้เคลื่อนอาวุธยุทโธปกรณ์และทหารตามทางสายโฮจิมินต์  ผ่านลาวแล้วข้ามพรมแดนเข้าไปเก็บไว้และจากปราการแห่งนั้น  ก็ได้จัดส่งไปยังกำลังคอมมิวนิสต์ต่างๆในเวียตนามใต้  เช่นแถบมณฑลปลายเหนือสุด  รวมทั้งเมืองเว้ที่กำลังคับขัน  ขณะเดียวกันทหารราบเวียตนามใต้ได้ยกพลด้วยเฮลิคอปเตอร์ด้วยจำนวน  2,000  คนเข้าสู่ใจกลางหุบเขาและยึดได้ที่มั่นยุทธศาสตร์หลายแห่ง  ในปราการใหญ่ที่สุดของคอมมิวนิสต์แห่งนั้น       
       หน่วยทหารราบเวียตนามใต้เหล่านั้น  คัดเลือกจากกองพลทหารราบเวียตนามใต้ที่ 1 ได้ยกพลเข้าใจกลางหุบเขาเป็นสามระลอก  ( ปลาย เมษายน 2511)  แล้วกระจายไปตามป่าทึบอย่างรวดเร็ว โดยไม่พบการต่อต้านจากพวกคอมมิวนิสต์เลยทหารเวียตนามใต้ยึดได้สนามบินที่หมู่บ้านตาบัดและยึดที่มั่นสำคัญๆ เรียงรายตามทางสายที่  547  เอ. และ 548  อันเป็นเส้นทางลำเลียงซึ่งเวียตนามเหนือลำเลียงยุทโธปกรณ์ ส่วนใหญ่จากมณฑลทางเหนือเข้าสู่เวียตนามใต้
       กองบัญชาการนายพล วิลเลี่ยม ซี. เวสต์มอแลนด์  ประกาศว่าทหารอเมริกาสังหารเวียตนามเหนือได้  174  คน  จากการสู้รบในการเข้าตีหุบเขาอาชอมาเป็นเวลา  3 วัน  ส่วนทหารอเมริกาตาย  19  คน บาดเจ็บ  135 คน 
       ในขณะที่การรบทั้งในเวียตนามใต้และลาว กำลังเข้มข้นอยู่นี้  เจ้าสักผู้แทนราษฏรลาวผู้หนึ่งได้กล่าวเปิดเผย  ในเมืองฟินิกซ์รัฐอริโซนาว่า ทัพจีนแดงในชุดพลเรือนจำนวน 10,000  คนได้เคลื่อนเข้าสู่ภาคอีสานของลาว  เตรียมบุกเวียตนามใต้  เจ้าสักผู้กำลังเยือนอเมริกาตามคำเชิญ ของกระทรวงการต่างประเทศ  ได้เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์แก่นักหนังสือพิมพ์  “ฟินิกซ์กาเซตต์”  กล่าวว่าทัพจีนแดงดังกล่าว  ทำให้การเจรจาสันติภาพระหว่างอเมริกากับเวียตนามเหนือไม่มีความหมาย  เขากล่าวต่อไปว่า จีนแดง จะบุกเวียตนามเหนือตลอดจนจะบุกข้ามพรมแดนและทางทะเล  ประสานกับทัพเวียตนามเหนือ  ภายใต้การควบคุมของจีนแดง  บุกเข้าทางด้านเหนือ  และเชื่อว่าคอมมิวนิสต์จะเปิดฉากการบุกใหญ่ก่อนสิ้นปีนี้
     เขากล่าวต่อไปว่าเจ้าสุวันภูมา นายกรัฐมนตรีลาวได้ประท้วงไปยังจีนแดงในการที่จีนแดงเคลื่อนพลหมื่นคนเข้าลาวครั้งนี้แต่ไม่สำเร็จ    เขากล่าวแสดงความหวาดกลัวว่าทัพจีนแดงเหล่านี้สามารถจะยึดครองลาวเมื่อไรก็ได้ถ้าต้องการ
       จีนแดงกะว่าเมื่อบุกเวียตนามใต้แล้วจะต้องบุกลาวและกัมพูชาด้วย  เหตุที่เขาต้องเปิดเผยเรื่องนี้ขึ้นเพราะเห็นว่าประเทศชาติของตนกำลังตกอยู่ในภาวะคับขัน 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2013, 11:16:59 AM โดย winggo » บันทึกการเข้า
winggo
พลทหาร
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for thaiairsoftgun.com Level 6 : Exp 70%
HP: 0.1%


« ตอบ #29 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2013, 01:55:57 PM »

คอมมิวนิสต์ล้มตายร่วมพันสหรัฐยึดได้อาวุธและข้าศึกเป็นเชลยมากมาย

ประธานาธิบดีจอห์นสันของอเมริกาประกาศบอก  ถ้าหากสงครามเวียตนามเลิกเมื่อใด อเมริกาจะถอนทัพออกจากเวียตนามใต้ไม่ให้เหลือ  และประกาศรับข้อเสนอของอินโดนีเซียในทันที  อาสาจัดเรือรบให้ไปลอยลำในอ่าวตังเกี๋ย  สำหรับเป็นที่เจรจาขั้นแรกระหว่างอเมริกาและเวียตนามเหนือ  โดยที่คอมมิวนิสต์ยังโหมการรบอยู่ต่อไป  เปิดฉากการบุกในวันกรรมกรด้วยการเปิดแนวรบใหม่ขึ้นอีก

       ขณะที่สองผู้นำเวียตนามใต้ปราศรัยอยู่นั้น  ศึกทางด้านเหนือที่คอมมิวนิสต์เปิดขึ้นอีกแนวหนึ่ง  กำลังติดพันกันอย่างดุเดือดที่สุดในสงครามเวียตนามตั้งแต่คอมมิวนิสต์เปิดฉากบุกใหญ่ตอนตรุษจีนถึง 4 วันซ้อน  การรบอันเหี้ยมเกรียมได้แผ่ตั้งแต่เขตเมืองจักรพรรดิ์เก่าของเมืองเว้ไปยันเขตปลอดทหารเป็นระยะทางไกล  80  กิโลเมตร 
       พันธมิตรแจ้งว่าสังหารข้าศึกลงได้เกือบ  1,000  คน  ในจำนวนนี้รวมทั้งผู้บัญชาการกองพันเวียตนามเหนือนายทหารบริหารกองพัน  และผู้บังคับกองร้อยอีก  3  กองร้อย  ในขณะที่สังหารข้าศึกได้ถึง  950  คน  ทหารอเมริกาและเวียตนามใต้ตายเพียง  97  คน  บาดเจ็บ  370  คน  และยิ่งกว่านั้นทัพพันธมิตรยังได้จับเชลยได้ครั้งใหญ่ที่สุด  ทหารเวียตนามเหนือในเครื่องแบบ  97  คน  ได้ยอมจำนนกับพลร่มสหรัฐและมอบอาวุธให้ข้าศึกเมื่อกองพลราบอากาศที่  101  ล้อมหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้เมืองเว้ อันมีทหารเวียตนามเหนือหลบอาศัยอยู่  1 กองพันพร้อมทั้งปืนใหญ่และเฮลิคอปเตอร์ติดปืนได้ถล่มที่มั่นข้าศึก  ขณะเดียวกับที่เฮลิคอปเตอร์ติดเครื่องขยายเสียงก็ได้ประกาศให้ข้าศึกยอมจำนน  ในจำนวนทหารเวียตนามเหนือเข้ายอมจำนนบาดเจ็บ  50  คน กับถูกฆ่าตายอีก  112  คน
         นายทหารอเมริกาเล่าว่า  เชลยศึกสารภาพว่ากองพันของเขาหมดทางสู้  หลังจากสู้กับพลร่มอเมริกา  และกองร้อยเสือดำชนิดหัวกะทิของกองพลทหารราบที่  1  เวียตนามมาสามวัน  เชลยศึกที่ถูกคุมตัวอยู่ด้วย  5  คน
       ทหารเวียตนามเหนือพวกนั้น เป็นทหารกองพันที่  8  ของกองพลที่  90  เคลื่อนจากเขาแถบเมืองเว้รอบๆเพื่อเป็นกำลังยึดครอง
       การรบหนักที่สุด  เกิดที่ห่างจากเมืองดงฮาทางเหนือ  3.2  กิโลเมตร  ซึ่งทหารคอหนังอเมริกา  ได้ปักหลักสู้กับข้าศึก ในคูรบอยู่ตลอดปลายเดือน เมษายน  พ.ศ  .11 เวียตนามเหนือได้ถล่มด้วยห่าปืนใหญ่ใส่หน่วยหนึ่งของกรมคอหนังที่  4  ที่กวาดล้างแถบนั้น  และได้ยกเข้าตีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ซึ่งคอหนังยึดไว้ได้ก่อน  2  วัน ข้าศึกตาย  25  คน คอหนังตาย  9  คน บาดเจ็บ  43  คน  คอหนังถึงกับต้องใช้รถถังและปืนใหญ่  เพื่อสงบการระดมยิงด้วยปืนครกอย่างหนัก  ที่สุดก็ยันข้าศึกให้ล่าถอยไปได้

       เวียตกงเปิดฉากโจมตีไซ่ง่อนระเบิดวิทยุตายและบาดเจ็บ  34  คน

      ศึกทางเหนือของเวียตนามใต้  ซึ่งทัพคอมมิวนิสต์กำลังยันการบุกของทัพพันธมิตรดำเนินไปอย่างนองเลือดคอมมิวนิสต์ได้ปักหลักสู้อย่างเหนียวแน่นไม่แพ้เมื่อคราวเปิดฉากบุกใหญ่ตอนตรุษ  ต่างล้มตายกันมากด้วยกันทั้งสองฝ่าย   โดยที่วี่แววของการเจรจาสันติภาพยิ่งมืดมนหนักลงไปอีก  เวียตนามเหนือบอกปัดไม่ยอมนั่งเรือรบเจรจากับอเมริกา  พร้อมกันนั้นในกรุงเวียงจันทร์ยังคงตึงเครียด  ทหารเฝ้ารักษาเมืองอย่างเข้มแข็งเพราะเกรงทัพคอมมิวนิสต์บุกเข้าโจมตีแบบไซ่ง่อนเหมือนกัน

       ทัพอเมริกาและเวียตนามเหนือ  ได้เปิดสัปประยุทธกันอย่างโชคโชนในศึกใหญ่สองศึกทางเหนือของเวียตนามใต้ในขณะนี้ ในขณะเดียวกันพวกกองโจรเวียตกงก็ได้เปิดการโจมตีก่อกวนทางใต้ของประเทศ  ส่วนใหญ่มุ่งกับสนามบินต่างๆ  เป็นการประสานกันไปด้วย
       ศึกใหญ่ที่กำลังระเบิดอยู่อย่างเหี้ยมเกรียมในขณะนี้ ดำเนินอยู่รอบฐานทัพอเมริกาที่เมืองดงฮาอยู่ทางตอนใต้เขตปลอดทหาร  20  กิโลเมตร  และอีกศึกหนึ่งที่ถนนสาย   547  ขณะที่ทหารราบอเมริการุดตรงไปหุบเขามหาภัยอาชอ  อันเป็นปราการใหญ่ที่สุดของเวียตนามเหนือในเวียตนามใต้ต้องประสบกับการต้านทานอย่างดุเดือดในบริเวณภูเขาอันปกคลุมไปด้วยป่าทึบ
         การรบพุ่งทางเหนือของเวียตนามใต้นับว่ารุนแรงที่สุด นับแต่คอมมิวนิสต์เปิดฉากการบุกใหญ่  ในตอนตรุษได้ดำเนินตั้งแต่   4  วัน  (ปลาย เม.ษ. ต้น พ.ค.  11)  ทัพพันธมิตรแจ้งว่าสังหารข้าศึกลงได้ไม่ต่ำกว่า   1000  คน
       การรบอันเหี้ยมเกรียมที่สุดเกิดจากทางแถบเมืองดงฮากองบัญชาการกองพลคอหนังสหรัฐที่สาม  และที่มั่นส่งกำลังบำรุงแถบปีกด้านตะวันออกของเขตปลอดทหารไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ  3.2  กิโลเมตร  ทหารเวียตนามเหนือตั้งมั่นอยู่ตามข่ายคูรบ  ได้ยันคอหนังสหรัฐกลับด้วยการถล่มกองหน้าคอหนังด้วยห่าปืนใหญ่และปืนครก
       กองบัญชาการทหารอเมริกาในกรุงไซ่ง่อนแจ้งว่า  “ในเวลากรุงเทพ  ฯ  13.45 น.  ของวันที่  2 พ.ค.  11  ข้าศึกได้เข้าตีโต้อย่างหนัก ทำให้ทัพพันธมิตรต้องเสียที่มั่นที่ยึดได้”  คอหนังอเมริกาได้ปักหลักรบกับข้าศึกจากคูรบอย่างเหี้ยมเกรียมมาตั้งแต่วันอังคารที่  30  เม.ย  11
       ก่อนหน้านั้นทหารเวียตนามเหนือยังได้เปิดการตีโต้หมู่บ้านไดโด  ซึ่งคอหนังอเมริกาสามารถยึดคืนมาได้เมื่อ  3  วันก่อน  นายทหารคอหนังที่เมืองดานังแจ้งว่า  “ข้าศึกไม่อาจได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันจากการโจมตีหมู่บ้านนั้น”
       กองบัญชาการทหารอเมริกากล่าวว่า  ทหารเวียตนามเหนือล้มตาย  196  คน  และคอหนังตาย  25  คนในแถบศึกเมืองดงฮาเป็นเวลา  3  วัน  นอกจากนั้นยังมีคอหนังบาดเจ็บอีก  146  คน  ในตอนเย็นวันพฤหัสบดี  คอหนังซึ่งกำลังถูกยันกลับ  ได้ร้องขอให้ฝูงเครื่องบินไปถล่มที่มั่นข้าศึกให้หนักขึ้นอีก
      ขณะเดียวกันศึกใหญ่อีกศึกหนึ่ง  ก็กำลังรบติดพันกันอยู่ห่างจากตะวันออกของหุบเขามหาภัยอาชอที่ซึ่งหน่วยหน้าของกองทหารราบอากาศอเมริกา  ที่  10  และทหารเวียตนามใต้ถูกยันอยู่ไกลออกไปทางตะวันออก  16  กิโลเมตร  ทหารอเมริกาและเวียตนามใต้ต้องรบโดยไม่ต้องกินข้าว  ต้องนอนในภูมิประเทศอันทุรกันดารแวดล้อมไปด้วยภูเขา   ทหารราบอเมริกาต้องปะทะกับทหารเวียตนามเหนือสัปดาห์หนึ่งราว   30  ครั้ง  ภายในหุบเขาทหารม้ากองพลทหารม้าที่  1  ของอเมริกา  ซึ่งยกกันโดยทางเฮลิคอปเตอร์  แต่ต้องเสียเฮลิคอปเตอร์ไป  14  ลำ  และเครื่องบินลำเลียงแบบ ซี--130  อีก  1 ลำแก่ปืนต่อสู้อากาศยานของข้าศึก  นอกจากนั้นยังมีเฮลิคอปเตอร์ประสบอุบัติเหตุตกเองอีก   5  ลำ

       คอมมิวนิสต์โจมตีใหญ่ถึงสองวันนายพลญวนแดงตายในที่รบ

      เวียตกงยิงนักข่างฝรั่งตาย  4 คนเลขานุการเยอรมันโดนยิงทิ้ง
       คอมมิวนิสต์ยังคงเปิดฉากการโจมตีระลอกใหม่ติดกันกับวันก่อน  เป็นวันที่สองถล่มท่าอากาศยานตันซอนนุตของกรุงไซ่ง่อน
       ขณะบัญชาการหัวใจของทัพพันธมิตรหลังจากเริ่มการโจมตีใหญ่  ระดมยิงและส่งกำลังเข้าเมืองไซ่ง่อน  และสถานที่ทางทหารตามที่ต่างๆ  เป็นอาณาบริเวณค่อนประเทศรวม  125  แห่ง  ตัวนายพลใหญ่เวียตกงหรือเวียตนามเหนือผู้หนึ่งตายในสนามรบ


       กำลังคอมมิวนิสต์พยายามเปิดการโจมตีในวันจันทร์ติดกันเป็นวันที่สอง   แม้ว่าจะล้มตายอย่างหนักด้วยน้ำมือของกำลังพันธมิตร  ซึ่งอาศัยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว  และสนับสนุนด้วยเฮลิคอปเตอร์จรวด กับรถถัง  บุกที่มั่นใกล้ท่าอากาศยานตันซอนนุต   และที่ริมเขตโซลอง  การกวาดล้างได้พบลังอาวุธใหญ่กำลังจะลักลอบเข้าเมือง  พบดินระเบิด  ที.เอ็น.ที.  เป็นจำนวน   900  ปอนด์   ในเรือสำปั้นในแม่น้ำไซ่ง่อนในเขตเมืองหลวง   นายทหารสืบราชการลับอเมริกาได้กล่าวเตือนว่า    คอมมิวนิสต์ยังมีกำลังเหลืออยู่อีกในเขตไซ่ง่อนและอาจจะเข้าโจมตีอีก
       ระหว่างการสู้รบที่ป่าช้าเก่าฝรั่งเศสแห่งหนึ่งนั้นพวกเวียตกงได้ยิงต่อต้านการบุกของทหารเวียตนามใต้ด้วยปืนครกและจรวด   ขณะที่ทหารรัฐบาลรุกฝ่าเข้าไปป่าช้า   จรวดลูกหนึ่งถูกนาวาอากาศเอก  ลู  คิมเคือง  ผู้บังคับฝูงบินที่  33  เวียตนามและเพื่อนของนายพลอากาศเหงียนเกากีรองประธานาธิบดีเวียตนามใต้   ได้ไปกับทหารเพื่อสังเกตการณ์โจมตีข้าศึกของเครื่องบินเวียตนาม
       ประมาณว่าการโจมตีของคอมมิวนิสต์  ข้าศึกโดนสังหารในไซ่ง่อนและชานเมืองไป   200  คนแล้ว  ทหารพรานเวียตนามใต้กับทหารราบอเมริกาสังหารทหารข้าศึก   ซึ่งเป็นทหารกองพันที่  226   ที่  273  ของเวียตนามเหนือ ตลอดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วได้   167  คน  และยึดอาวุธได้  30  ชิ้น
       ในการปะทะอีกที่แห่งหนึ่งทหารอเมริการายงานว่า   สังหารข้าศึกได้   107   คน   ห่างจากไซ่ง่อนทางตะวันออก   70  กิโลเมตร  ทหารอเมริกาตาย   3  คน  บาดเจ็บ  21  คน
       ในแถบรอบไซ่ง่อนอีกแห่งหนึ่ง   ทหารกองพลทหารราบที่  1  อเมริกากับกองพลยานเกราะที่  11   สังหารทหารคอมมิวนิสต์ได้   67   ในขณะที่ทหารอเมริกาบาดเจ็บเพียง   2   คน ในการสู้รบนานถึง   4   ชั่วโมง  ห่างจากกรุงไซ่ง่อนทางตะวันตกเฉียงเหนือ   34  กิโลเมตร  ในเขตใกล้ๆกันห่างจากไซ่ง่อนทางตะวันตกเฉียงเหนือ   29  กิโลเมตร   ทหารกองพลราบที่   25  อเมริกาพบศพข้าศึก  17  ศพ  และที่ตั้งยิงเครื่องบินจรวดแต่โดนปืนใหญ่พันธมิตรยิงทำลายลงก่อนหน้านั้นหลายวัน
       การโจมตีไซ่ง่อน   หลังจากระดมยิงด้วยปืนครกชั่วระยะเวลาอันสั้น   ก็ได้ส่งหน่วยกล้าตายเข้าโจมตีสี่แห่งในเมือง   เกิดการต่อสู้กันตามถนนตั้งแต่รุ่งอรุณยันเที่ยงคืน   โฆษกทหารอเมริกาแจ้งว่า  สังหารพวกคอมมิวนิสต์ลงได้   200   คน   แต่แจ้งว่าพวกเวียตกงยังคงยึดอยู่อีกหลายแห่ง  โดยเฉพาะในแถบถิ่นที่อยู่ของชาวจีนในโซลอง 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2013, 11:17:35 AM โดย winggo » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ไม้เทียม | นำเข้าสินค้าจีน

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!